All About Japan

5 สิ่งมหัศจรรย์เกี่ยวกับนัตโตะ

| อาหาร & เครื่องดื่ม , อาหารสุขภาพ

นัตโตะ หรือถั่วเน่า หนึ่งในอาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อในเรื่องรสชาติที่...ไม่ธรรมดา คนที่เคยได้ลิ้มลอง ต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าอร่อยมากกก (รึเปล่า?) วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับข้อดีที่ไม่ธรรมดาของนัตโตะ เผื่อรู้แล้วอาจจะช่วยให้อยากลองกินกันมากขึ้น..

5. ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วย 'นัตโตะ'

ชาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อในเรื่องของอายุยืน และเมื่อพูดถึงอายุยืนแล้วหนึ่งในปัจจัยสำคัญลำดับแรกๆจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเรื่องของอาหารการกิน ตามสถิติแล้ว มื้ออาหารในญี่ปุ่นเมื่อทศวรรษที่ผ่านมาระบุว่า 'นัตโตะ' มักเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดของวัน ในช่วงนั้นชาวญี่ปุ่นยังไม่ค่อยมีผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีปัญหาโรคหัวใจ แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาสิบปี ชาวญี่ปุ่นหันไปนิยมอาหารสไตล์ยุโรปมากขึ้น ทำให้สถิติดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป

นัตโตะมีส่วนช่วยลดการสูญเนื้อกระดูก และยังช่วยให้ตับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญอีกด้วย

4. 'นัตโตะ' อิน นิวยอร์ก

นอกจากจะเป็นอาหารศักดิสิทธิ์สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว ในปัจจุบันนัตโตะยังดังไกลไปถึงอเมริกาซึ่งกำลังนิยมอาหารออร์แแกนิคอีกด้วย

3. พาสต้า'นัตโตะ'

ใครเป็นแฟนพาสต้าไม่ควรพลาด กับเมนูเด็ดที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน พาสต้าผัดเห็ดเบค่อนใส่นัตโตะ!! รสชาติเค็มๆขมๆอันเป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะอาจทำให้คุณได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆในการกินพาสต้าก็เป็นได้นะ

แม้ว่านัตโตะจะมีกลิ่นแรง แต่ขณะเดียวกันก็มีรสชาติกลางๆที่สามารถเข้ากับรสชาติเข้มๆของเห็ด เนยเค็ม กระเทียม และเบค่อนรมควันได้เป็นอย่างดี

2. 'นัตโตะ'วันละนิด เพื่อสุขภาพผิวที่ดี

นัตโตะมีจุลินทรีย์และสารชีวภาพมากมายที่ส่งผลดีต่อร่างกาย และยังมีส่วนช่วยในการบำรุงผิว ไม่ให้ผิวแห้ง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูมีน้ำมีนวล ง่ายๆเพียงแค่บริโภคทุกวันในปริมาณที่พอเหมาะก็ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงไปแช่แบบในภาพนะจ้ะ

1. 'นัตโตะ' เวอร์ชั่นของหวานเอาจริงดิ?

ถ้าสมมติมีคนเอานัตโตะมาให้ใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร คุณจะปรุงเป็นอะไร? เรียกได้ว่าเป็นโจทย์ที่ยากสุดๆ แต่ก็ไม่คณามือเหล่าเชฟกระทะเหล็ก ที่สามารถนำนัตโตะมาเสกให้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยไปจนถึงของหวานได้อย่างน่าอร่อย

หนึ่งในเชฟกระทะเหล็กได้สร้างสรรค์เมนูที่ใช้นัตโตะเป็นตัวให้ความหวานแทน อะซึกิ(ถั่วแดง) และยังผสมผสานกับกะทิ จนเกิดเป็นรสชาติที่ตัดกันได้อย่างลงตัว