All About Japan

รู้จักตลาดปลา 8 แห่ง ใน 8 ภูมิภาคของญี่ปุ่น

| วัตถุดิบ , ปลา
รู้จักตลาดปลา 8 แห่ง ใน 8 ภูมิภาคของญี่ปุ่น

ตลาดปลาญี่ปุ่นถือเป็นตลาดสดที่สำคัญแบบหนึ่ง เป็นจุดท่องเที่ยวที่ทั้งได้สัมผัสกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ไปจนถึงเมนูอร่อยๆ ที่ถูกคัดเลือกมาอย่างสดใหม่จากท้องทะเล
แต่ละเมือง แต่ละภูมิภาคในญี่ปุ่นนั้นต่างก็มีตลาดปลามากมายที่น่าสนใจ เราจึงได้รวบรวมตลาดปลา 8 แห่งจากทั้ง 8 ภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นมาให้รู้จักและเป็นข้อมูลสำหรับหลายๆ คนที่ต้องการเดินทางไปเยือน

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองว่าสถานการณ์กลับสู่สถานะปกติหรือยัง※

1. ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ, ฮอกไกโด (Hakodate Morning Market, Hokkaido)

ตลาดสำคัญประจำเมืองฮาโกดาเตะที่ไม่ได้จำหน่ายแค่วัตถุดิบสดใหม่จากท้องทะเลเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนศูนย์รวมวัตถุดิบชั้นดีของเมืองฮาโกดาเตะที่มีผักและผลไม้ขึ้นชื่อนานาชนิดเช่นเมลอน ลูกพีช แอปเปิ้ล หรือองุ่นมาวางจำหน่ายอยู่ด้วยเช่นกัน โดยพื้นที่ทั้งหมดของตลาดแห่งนี้ประกอบด้วยร้านค้ามากกว่า 250 ร้าน และยังมีโซนร้านอาหารอีกจำนวนหนึ่งที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการชิมเมนูอาหารทะเลสดใหม่ในแต่ละวัน นอกจากนี้ที่ตลาดเช้าแห่งนี้ยังมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์คือการตกหมึกจากบ่อ ซึ่งเมื่อตกได้แล้ว จะมีเชฟนำปลาหมึกไปแล่เป็นซาชิมิมาให้เราได้ทานแบบสดๆ กันตรงนั้นเลย ส่วนวัตถุดิบขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดถ้าได้มาเยือนตลาดแห่งนี้ก็คือปูสายพันธุ์ต่างๆ ไข่ปลาแซลมอน และอูนิ หรือไข่หอยเม่น

เวลาเปิดปิด: ทุกวันตั้งแต่ 05.00-12.00 น. (ฤดูหนาวเปิด 06.00 น.)
การเดินทาง: สถานี Hakodate

2. ตลาดปลาชิโองามะ, โทโฮคุ (Shiogama Fish Market, Tohoku)

เป็นตลาดปลาแบบขายส่งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือในเมืองชิโอกามะ จ.มิยางิ ภายในตลาดมีร้านค้าจำนวน 120 ร้านที่จำหน่ายวัตถุดิบนานาชนิดจากท้องทะเลที่จับมาแบบสดใหม่ในแต่ละวัน โดยจ.มิยางินั้นขึ้นชื่อในฐานะแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น ดังนั้นนอกจากอาหารทะเลโดยทั่วไปแล้ว อีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดชิมเมื่อได้แวะมาเยือนตลาดปลาชิโองามะก็คือหอยนางรมสดๆ ที่ทั้งตัวใหญ่และมีราคาถูก นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของตลาดแห่งนี้คือบริการปรุงข้าวหน้าอาหารทะเลต่างๆ ที่เปิดให้เราเลือกสรรได้ตามใจชอบ โดยเราสามารถไปเลือกซื้อวัตถุดิบที่ต้องการในตลาด และนำมาโปะลงบนเซตข้าวกับซุปมิโสะที่มีจำหน่ายบริเวณศูนย์อาหาร แถมยังมีบริการเตาย่างให้เราย่างวัตถุดิบที่ซื้อมาเองโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มอีกด้วย

เวลาเปิดปิด:
วันธรรมดา 03.00-13.00 น.
วันเสาร์ 03.00-14.00 น.
วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 6:00-14:00 น.
การเดินทาง: สถานี Higashi-Shiogama

3. ตลาดปลานาคามินาโตะ, คันโต (Nakaminato Fish Market, Kanto)

สำหรับใครที่เที่ยวแถบโตเกียวได้แวะไปตลาดปลาซึกิจิมาแล้วไม่ว่าจะที่เก่าหรือที่ใหม่ และกำลังมองหาตลาดปลาใหม่ๆ ที่ขายวัตถุดิบอร่อยในราคาถูก บวกกับได้เที่ยวจังหวัดใกล้เคียงไปพร้อมๆ กัน ตลาดปลานาคามินาโตะในจ.อิบารากินั้นถือว่าตอบโจทย์ทั้งหมดที่ว่ามา เพราะจุดเด่นสำคัญของตลาดปลาแห่งนี้ก็คือการจำหน่ายวัตถุดิบสดใหม่จากท้องทะเลในราคาถูก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชิมเมนูต่างๆ ได้อย่างหลากหลายในราคาสบายกระเป๋า โดยนอกจากการขายวัตถุดิบสดๆ แล้ว ร้านหลายแห่งก็ยังมีการจำหน่ายวัตถุดิบแบบเสียบไม้ย่างพร้อมทาน เช่นปลาหมึกย่างหรือหอยย่าง แถมยังมีอาหารแห้งและอาหารแปรรูปอีกมากมายให้เลือกซื้อไปเป็นของฝาก และถ้าหากยังไม่อิ่มท้องจากของกินเล่นต่างๆ ในตลาด ก็สามารถแวะมาปิดท้ายที่โซนร้านอาหารที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอร่อยๆ ให้อิ่มทองกัน ที่นี่เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการมาเยี่ยมชมก่อนหรือหลังจากแวะไปเที่ยวสวนดอกไม้ Hitachi Seaside Park

เวลาเปิดปิด: ทุกวันตั้งแต่ 06.00 – 18.00 น.
การเดินทาง: สถานี Nakaminato

4. ตลาดปลาชิมิซุ, ชูบุ (Shimizu Fish Market, Chubu)

ตลาดปลาชิมิซุ เป็นตลาดปลาที่ตั้งอยู่ในจ.ชิซุโอกะ หนึ่งในจุดหมายปลายทางสำหรับการแวะไปชมภูเขาไฟฟูจิของนักท่องเที่ยว และจากตลาดปลาแห่งนี้เราก็สามารถเห็นบรรยากาศของท่าเรือ ท้องทะเล และภูเขาไฟฟูจิไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วย ส่วนตัวตลาดปลาชิมิซุแห่งนี้ก็ถือเป็นตลาดปลาที่มีการซื้อขายปลาทูน่ามากติดอันดับของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการจัดพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับการประมูลขายปลาทูน่าเอาไว้โดยเฉพาะ และทำให้หนึ่งในเมนูที่ไม่ควรพลาดชิมที่ตลาดปลาแห่งนี้ก็คืออาหารต่างๆ ที่ใช้ปลาทูน่านั่นเอง ส่วนบรรยากาศโดยรวมของตัวตลาดก็มีทั้งโซนจำหน่ายวัตถุดิบสดที่มีราคาถูก ไปจนถึงโซนร้านอาหารที่มีอยู่ประมาณ 20 ร้าน ซึ่งเราสามารถเลือกทานเมนูที่ทำจากวัตถุดิบจากทะเลสดๆ ได้ตามต้องการ

เวลาเปิดปิด: ทุกวันตั้งแต่ 09.30 – 17.30 น.
การเดินทาง: สถานี Shimizu ใช้ทางออกบริเวณท่าเรือ (Minato Side)

5. ตลาดคุโรมง อิจิบะ, คันไซ (Kuromon Ichiba Market, Kansai)

เมืองใหญ่อย่างโอซาก้านั้นมีตลาดสำคัญอยู่สองแห่งคือ ตลาดค้าส่งกลางโอซาก้า (Osaka Municipal Central Market) ที่เน้นการขายวัตถุดิบสดๆ เหมือนกับตลาดปลาทั่วไป กับตลาดคุโรมง ซึ่งเป็นตลาดปลาแบบมีร้านอาหารมากมายและเน้นขายของพร้อมทานเป็นหลัก เช่นเมนูเสียบไม้ย่างหรือซาชิมิต่างๆ แถมยังตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยวหลักคือย่านนัมบะ ทำให้ตลาดคุโรมงนั้นค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากกว่า และยังถือเป็นตลาดเก่าแก่ประจำเมืองที่มีสมยานามว่า “ครัวแห่งโอซาก้า” อีกด้วย โดยบรรยากาศของตลาดแห่งนี้จะเป็นพื้นที่เหมือนกับถนนสายช้อปปิ้ง ซึ่งเป็นถนนในร่มความยาวประมาณ 600 เมตร และมีร้านค้ามากกว่า 160 ร้านเรียงรายอยู่สองข้างทาง ซึ่งนอกจากจะมีร้านขายวัตถุดิบจากทะเลจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีร้านขายผักผลไม้ ร้านขนม ของฝาก ร้านค้าทั่วไปที่คนไทยนิยมช้อปรวมอยู่ด้วยมากมาย

เวลาเปิดปิด: แล้วแต่ร้านค้า
การเดินทาง: สถานี Nippombashi บนสาย Sakaisuji Line หรือ Sennichimae Line ตลาดมีทางเข้าหลากหลายเช่นบริเวณประตูทางออกหมายเลข 9 ของสถานีเป็นต้น

6. ตลาดปลานาคาอุระ ไทเรียว, ชูโงคุ (Nakaura Tairyo Fish Market, Chugoku)

ตลาดปลาขนาดใหญ่ประจำจ.ทตโทริ ที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1992 และจำหน่ายวัตถุดิบจากทะเลนานาชนิดที่ส่งตรงมาจากท่าเรือซาไคมินาโตะในทุกๆ วัน จุดเด่นของตลาดปลาแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นเพราะสถานที่ตั้งซึ่งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์มิซูกิ ชิเกรุ (Mizuki Shigeru Memorial Museum) พิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักวาดมังงะชื่อดังซึ่งเป็นผู้แต่งเรื่อง “อสูรน้อยคิทาโร่” ทำให้มีการสร้างรูปปั้นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องนี้ความสูง 7.7 เมตรเอาไว้บริเวณทางเข้าตลาดปลา จนกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยในปัจจุบัน ส่วนด้านในตลาดนอกจากจะมีอาหารทะเลราคาถูกให้ได้ชิมแล้ว ก็ยังมีอาหารทะเลแบบแห้ง แบบแปรรูป รวมถึงขนมท้องถิ่นหลากหลายชนิด ซึ่งบางอย่างก็ทำเป็นรูปของตัวละครในการ์ตูนเรื่องอสูรน้อยคิทาโร่อีกด้วย ส่วนวัตถุดิบพิเศษที่พลาดไม่ได้สำหรับตลาดปลาแห่งนี้ก็คือ “ปูมัตสึบะ” ซึ่งมีร้านอาหารหลายร้านในตัวตลาดที่พร้อมเสิร์ฟเมนูที่ทำจากปูชนิดนี้ให้เราได้ลองทานกัน

เวลาเปิดปิด: ทุกวันตั้งแต่ 08.15 – 16.30 น.
การเดินทาง: สถานี Sakaiminato

7. ตลาดปลาทาคามัตสึ, ชิโกกุ (Takamatsu Fish Market, Shikoku)

ตลาดปลาทาคามัตสึเป็นตลาดปลาท้องถิ่นประจำเมืองทาคามัตสึ จ.คางาวะ โดยตลาดปลาแห่งนี้จะเน้นไปที่การประมูลขายวัตถุดิบสดๆ ที่จับมาได้แต่ละวันในช่วงเช้าตรู่เป็นหลัก ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศของตลาดและการซื้อขายที่คึกคักของพ่อค้าแม่ค้า จึงอาจจำเป็นต้องแวะไปที่ตลาดตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง และเนื่องจากการจำกัดปริมาณผู้เข้าชม ประกอบกับทาคามัตสึอาจไม่ใช่เมืองยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก ทางเมืองจึงมีการจัดทัวร์ชมการประมูลปลาที่ตลาดขึ้นอย่างเป็นทางการ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) พร้อมกับไกด์นำเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์ในการเที่ยวตลาดประจำเมืองทาคามัตสึอย่างใกล้ชิด ปิดท้ายด้วยการพาไปทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารบริเวณใกล้ๆ กับตลาดปลา ส่วนวัตถุดิบขึ้นชื่อที่ตลาดปลาทาคามัตสึก็คือ ปลามะได (Red Sea Bream) หรือปลาฮามาจิ (Japanese Amberjack) ปลาที่หาทานยากอย่างปลาปักเป้าก็มีจำหน่ายเช่นกัน

เวลาเปิดปิด: ทุกวันตั้งแต่ 04.00 – 12.00 น.
การเดินทาง: สถานี Showacho เดินไปทางชายฝั่งทะเล

8. ตลาดเช้าโยบุโกะ, คิวชู (Yobuko Morning market, Kyushu)

หนึ่งใน "ตลาดเช้า" ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นตลาดปลาที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากที่สุดในภูมิภาคคิวชู ตั้งอยู่ในเมืองท่าอันเงียบสงบคือเมืองคารัตสึในจังหวัดซากะ ตัวตลาดจะจัดขึ้นบนถนนบริเวณท่าเรือ ความยาว 200 เมตร โดยตลอดสองฝั่งถนนจะมีร้านขายของหลากหลายชนิดทั้งวัตถุดิบสดๆ กับวัตถุดิบแบบปรุงพร้อมทานร้อนๆ ให้เลือกชิม โดยอาหารที่เป็นไฮไลท์ของตลาดเช้าโยบุโกะก็คือ “อิกะ โนะ อิคิสึคุริ” (Ika-no-ikizukuri) หรือปลาหมึกใสที่ถูกหั่นเป็นชิ้นบางๆ แบบซาชิมิ ซึ่งความใสของตัวปลาหมึกนั้นก็สะท้อนถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบเป็นอย่างดี ส่วนบรรยากาศของตัวตลาดนั้นก็มีความสบายๆ เป็นกันเอง เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าล้วนเป็นชาวบ้านในพื้นที่ แถมราคายังค่อนข้างถูก เพราะเป็นตลาดที่เน้นขายของให้กับคนในท้องถิ่นเป็นหลัก

เวลาเปิดปิด: ทุกวันตั้งแต่ 07.30 – 12.00 น.
การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานีรสบัส Karatsu Bus Center ลงที่ป้ายโยบุโกะ (Yobuko)

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก
นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย