All About Japan

รวม 10 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนธันวาคม

รวม 10 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนธันวาคม

เดือนธันวาคมถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูหนาวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีกิจกรรมและสถานที่มากมายที่จะสร้างความประทับใจจากการท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นการแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะ การเล่นสกี การดูงานประดับไฟยามค่ำคืนสุดโรแมนติก และปิดท้ายด้วยการเคาท์ดาวน์สู่ปีใหม่อย่างสนุกสนาน ซึ่งเราได้รวบรวม 10 สุดยอดที่เที่ยวในเดือนนี้มาให้ทุกคนแล้ว

1. นิวโตะออนเซ็น จ.อากิตะ (Nyuto Onsen, Akita)

1. นิวโตะออนเซ็น จ.อากิตะ (Nyuto Onsen, Akita)

https://pixta.jp/

หนึ่งในจุดหมายปลายทางช่วงฤดูหนาวของใครหลายๆ คน คงเป็นการแช่อนเซ็นท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างสวยงามและน่าประทับใจ โดยหนึ่งในแหล่งออนเซ็นที่จะได้บรรยากาศแบบนี้ก็คือนิวโตะออนเซ็น ในจังหวัดอากิตะ ซึ่งเป็นออนเซ็นที่ตั้งอยู่กลางภูเขาลึก จนมีทั้งความใกล้ชิดกับธรรมชาติและความเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด นอกจากนี้ แหล่งน้ำของนิวโตะออนเซ็นยังมีเอกลักษณ์จากแร่ธาตุจำนวนมากที่ผสมอยู่จนทำให้น้ำมีสีขาวขุ่น และเป็นที่มาของฉายา “ออนเซ็นน้ำนม” ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าการแช่น้ำที่ออนเซ็นแห่งนี้นอกจากจะได้ความผ่อนคลายสบายตัวแล้ว ยังมีแร่ธาตุอีกจำนวนมากที่ช่วยบำรุงผิวพรรณและรักษาโรคอีกนานาชนิดไปพร้อมกัน

นอกจากนี้ ที่นี่ยังถือเป็นออนเซ็นที่มีความเก่าแก่ โดยเรียวกังที่มีอายุมากที่สุดนั้นก่อตั้งขึ้นในนยุคเอโดะ หรือประมาณค.ศ. 1600 และปัจจุบันมีเรียวกังที่ให้บริการบ่อออนเซ็นอยู่ทั้งหมด 7 แห่ง

เวลาเปิดปิด : เรียวกังแต่ละแห่งมีเวลาเปิดปิดแตกต่างกันออกไป
ค่าเข้าชม : ค่าใช้บริการออนเซ็นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพักในเรียวกังอยู่ที่ครั้งละ 500-800 เยน
การเดินทาง : สถานี Tazawako แล้วต่อรถบัสสาย Nyuto มาลงที่หมู่บ้านออนเซ็น

2. คิโนซากิออนเซ็น จ.เฮียวโงะ (Kinosaki Onsen, Hyogo)

2. คิโนซากิออนเซ็น จ.เฮียวโงะ (Kinosaki Onsen, Hyogo)

https://pixta.jp/

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางอยู่ในแถบภูมิภาคคันไซ แล้วต้องการสัมผัสทั้งหิมะ รวมถึงได้แช่ออนเซ็นดีๆ หนึ่งในแหล่งออนเซ็นที่ไม่ควรพลาดก็คือคิโนซากิออนเซ็นในจังหวัดเฮียวโงะ โดยนอกจากที่นี่จะเป็นหนึ่งในจุดที่มีโอกาสได้จะได้เจอหิมะตก ซึ่งหาได้ยากในแถบภูมิภาคคันไซแล้ว ออนเซ็นแห่งนี้ยังมีเสน่ห์จากบรรยากาศของหมู่บ้านที่มีความเก่าแก่ในแบบญี่ปุ่นโบราณ จนหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมของที่นี่นอกจากการแช่ออนเซ็น ก็คือการเช่าชุดกิโมโนเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ และถ่ายภาพสวยๆ เป็นที่ระลึกในหลากหลายมุมทั้งบริเวณสะพานหินที่ทอดข้ามแม่น้ำ หรือตามทางเดินหินที่ทอดยาวระหว่างหมู่บ้าน

สำหรับใครที่ไม่มีโอกาสพักค้างคืนที่นี่ แต่ต้องการแช่ออนเซ็นให้จุใจ ก็ยังมีตั๋วสุดคุ้มที่ชื่อว่า “โซโตะยุเมกุริ” (Sotoyu meguri ticket) ราคา 1,200 เยนสำหรับใช้บริการออนเซ็นทั้ง 7 แห่งภายในเมืองนี้ภายใน 1 วัน ซึ่งช่วยประหยัดได้อย่างมาก

เวลาเปิดปิด : เรียวกังแต่ละแห่งมีเวลาเปิดปิดแตกต่างกันออกไป
ค่าเข้าชม : ค่าใช้บริการออนเซ็นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เข้าพักในเรียวกังอยู่ที่ครั้งละ 500-800 เยน
การเดินทาง : สถานี Kinosaki Onsen

3. เล่นสกีที่กาล่า ยูซาว่า จ.นีงาตะ (Gala Yuzawa Ski Resort, Niigata)

3. เล่นสกีที่กาล่า ยูซาว่า จ.นีงาตะ (Gala Yuzawa Ski Resort, Niigata)

https://pixta.jp/

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลองเล่นสกี รวมถึงสัมผัสบรรยากาศสวยๆ ของลานสกีที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาหิมะสีขาวสุดลูกหูลูกตา กาล่า ยูซาว่าถือเป็นหนึ่งในลานสกีสุดฮิตที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และยังเดินทางไปได้ง่ายๆ ด้วยรถไฟชินคันเซ็นเพียงหนึ่งชั่วโมงจากโตเกียว และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตั้งแต่การให้เช่าชุดและอุปกรณ์สำหรับเล่นสกี พร้อมครูฝึกสอน

ที่นี่ยังมีกิจกรรมที่น่าสนุกอื่นๆ อย่างเดินหิมะโดยใช้ "คันจิกิ" หรือรองเท้าสำหรับเดินบนหิมะแบบญี่ปุ่นโบราณ การนั่งรถสโนว์โมบายล์ชมทิวทัศน์สองข้างทาง หรือกิจกรรมสนุกๆ สำหรับเด็กอย่างการเล่นถาดเลื่อนหรือห่วงยางหิมะ ไปจนถึงการแช่ออนเซ็นภายในรีสอร์ท ซึ่งหากไม่มีเวลาพักค้างคืนที่นี่ ก็ยังสามารถเดินทางมาเที่ยวแบบเดย์ทริปไปเช้าเย็นกลับได้แบบสบายๆ

เวลาเปิดปิด : 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : มีค่าบริการหลากหลายรูปแบบและราคา ขึ้นอยู่กับระยะเวลา และรูปแบบการใช้บริการ
การเดินทาง : สถานี Echigo-Yuzawa แล้วต่อชัตเติ้ลบัสไปยังลานสกี

4. ซาโอะสกีรีสอร์ท จ.ยามากาตะ (Zao Ski Resort, Yamagata)

4. ซาโอะสกีรีสอร์ท จ.ยามากาตะ (Zao Ski Resort, Yamagata)

https://pixta.jp/

ซาโอะสกีรีสอร์ทในจังหวัดมิยางิเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่ได้มีความน่าสนใจเฉพาะตัวลานสกีเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่จะได้สัมผัสกับปรากฏการณ์แปลกตาช่วงฤดูหนาวที่เรียกว่า “สโนว์มอนสตอร์” ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หิมะตกจนท่วมต้มไม้สูงใหญ่บนภูเขา จนทำให้มีรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมความสวยงามและแปลกตาของปรากฏการณ์นี้ได้จากการขึ้นกระเช้าลอยฟ้า

ในตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟให้กับเหล่าปิศาจหิมะเหล่านี้เพื่อความสวยงามอีกด้วย นอกจากนี้ในบริเวณเดียวกันก็ยังเป็นที่ตั้งของซาโอะ ออนเซ็น (Zao Onsen) แหล่งออนเซ็นชั้นดีที่สามารถแช่ออนเซ็นไปพร้อมกับชมวิวหิมะสวยๆ ได้อย่างน่าประทับใจ

เวลาเปิดปิด : 08.30 – 21.00 น.
ค่าเข้าชม : ค่าเข้าชมและใช้บริการแบบ 1 วัน 5,000 เยน
การเดินทาง : จากสถานี Yamagata ขึ้นรถ Yamako Bus ไปลงที่ป้าย Zao Onsen BT

5. หมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะ จ.มิยางิ (Zao Fox Village, Miyagi)

5. หมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะ จ.มิยางิ (Zao Fox Village, Miyagi)

https://pixta.jp/

อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะจัดรวมอยู่ในแพลนเดียวกันหากเดินทางมาบริเวณซาโอะสกีรีสอร์ท โดยหมู่บ้านจิ้งจอกซาโอะแห่งนี้เปิดให้เข้าชมและสัมผัสกับความน่ารักของสุนัขจิ้งจอกสายพันธุ์ญี่ปุ่นจำนวนหลายร้อยตัวอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูหนาวนั้นถือเป็นช่วงเวลาที่เหล่าจิ้งจอกจะมีความสวยงามและน่ารักน่าชังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีขนนุ่มฟูสมบูรณ์ทั้งตัวเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับตัวเอง

และนอกจากนักท่องเที่ยวจะสามารถถ่ายรูปสวยๆ ของเหล่าจิ้งจอกในอิริยาบถต่างๆ ท่ามกลางหิมะได้แล้ว ยังมีกิจกรรมอย่างการให้อาหารจิ้งจอง หรืออุ้มจิ้งจอกที่ได้รับการฝึกให้เชื่องแล้วเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก รวมถึงแวะซื้อของฝากน่ารักๆ ที่มีลวดลายรูปจิ้งจอกหลากหลายชนิดเป็นการปิดท้าย

เวลาเปิดปิด : 09.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม : 1,000 เยน
การเดินทาง : จากสถานี Shiroishi ต่อรถแท็กซี่อีกประมาณ 20 นาที

6. เทศกาลชิชิบุโยมัตสึริ จ.ไซตามะ (Chichibu Yomatsuri, Saitama)

6. เทศกาลชิชิบุโยมัตสึริ จ.ไซตามะ (Chichibu Yomatsuri, Saitama)

https://pixta.jp/

แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว แต่ที่ญี่ปุ่นก็ยังคงมีเทศกาลขนาดใหญ่ในบรรยากาศที่สนุกสนานคึกคักให้สัมผัสกันอยู่ โดยเทศกาลชิชิบุโยมัตสึรินี้มีการจัดขึ้นมาต่อเนื่องกว่า 300 ปี และยังถือเป็น 1 ใน 3 เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองชิชิบุ จังหวัดไซตามะ

ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี โดยมีไฮไลท์สำคัญทั้งการแห่เกี้ยวขนาดใหญ่สุดอลังการที่มีการประดับตกแต่งอย่างสวยงามทั้งหมด 6 คันไปรอบเมือง และยังมีการจุดดอกไม้ไฟในยามค่ำคืนเป็นเวลา 2 วัน และจุดต่อเนื่องกันวันละกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศให้น่าประทับใจขึ้นยิ่งกว่าเดิม

การเดินทาง : สถานี Chichibu

7. ตกปลาบนพื้นน้ำแข็งที่ฮอกไกโด (Ice Fishing at Hokkaido)

7. ตกปลาบนพื้นน้ำแข็งที่ฮอกไกโด (Ice Fishing at Hokkaido)

https://pixta.jp/

อีกหนึ่งกิจกรรมสนุกๆ ในช่วงฤดูหนาวสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังภูมิภาคฮอกไกโด คือการตกปลาบนทะเลสาบหรือบึงน้ำที่มีพื้นผิวเป็นน้ำแข็ง โดยส่วนใหญ่จะต้องซื้อทัวร์เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมนี้ เนื่องจากทะเลสาบหลายแห่งที่สามารถตกปลาได้ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง โดยจะมีผู้นำทางและผู้ดูแลระหว่างตกปลาอย่างใกล้ชิด ซึ่งรูปแบบในการตกปลาจะเริ่มตั้งแต่การเจาะพื้นน้ำแข็งให้เป็นรู จากนั้นจึงหย่อนเบ็ดลงไป

โดยปลาที่พบได้มากที่สุดคือปลาวะคะซะงิ (wakasagi) ซึ่งเป็นปลาตัวเล็ก หากโอกาสดีก็สามารถตกปลาชนิดนี้ได้เป็นจำนวนมากภายในหนึ่งชั่วโมง และจากนั้นคนดูแลจะนำปลาที่ตกได้ไปทอดแบบเทมปุระมาให้ทาน โดยสถานที่ที่สามารถตกปลาบนพื้นน้ำแข็งได้มีทั้งทะเลสาบชิโนทสึ (Lake Shinotsu) ทะเลสาบอะบะชิริ (Lake Abashiri) หรือทะเลสาบคะนะยะมะ (Lake Kanayama)

ค่าเข้าชม : ค่าทัวร์เริ่มต้นประมาณ 8,000 เยน
การเดินทาง : เดินทางในรูปแบบทัวร์โดยมีไกด์นำทาง

8. งานประดับไฟฤดูหนาวจ.โอซาก้า (Osaka Hikari Renaissance, Osaka)

8. งานประดับไฟฤดูหนาวจ.โอซาก้า (Osaka Hikari Renaissance, Osaka)

https://pixta.jp/

งานประดับไฟฤดูหนาว Osaka Hikari Renaissance ในโอซาก้า จัดขึ้นบริเวณย่านนาคาโนะชิม่า (Nakanoshima) โดยมีการประดับไฟในห้ารูปแบบหลักๆ คืออุโมงค์แห่งแสงสี การฉายไฟประดับบนอาคารโบราณ ซึ่งจะเริ่มจากอาคารซิตี้ฮอล ไปจนถึงปลายสุดทางตะวันออกของสวนนาคาโนะชิม่า ด้วยเทคโนโลยี 3-D mapping projecting ซึ่งทำให้อาคารเก่าแก่ในบริเวณย่านนี้มีความงดงามและแปลกตาไปจากเดิม

นอกจากนี้ยังมีแผงขายอาหารงานเทศกาลในโซนที่มีชื่อว่า OSAKA Marche of Light ซึ่งจะรวมอาหารขึ้นชื่อของโอซาก้าเอาไว้มากมาย โดยงานประดับไฟนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-25 ธันวาคมของทุกปี และอาจมีการปรับเปลี่ยนธีมหรือรูปแบบการประดับไฟไปในแต่ละปี

เวลาเปิดปิด : 16.00 – 22.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : สถานี Naniwabashi

9. งานประดับไฟฤดูหนาวเซนได จ.มิยางิ (Sendai Pageant of Starlight, Miyagi)

9. งานประดับไฟฤดูหนาวเซนได จ.มิยางิ (Sendai Pageant of Starlight, Miyagi)

https://pixta.jp/

งานประดับไฟ Sendai Pageant of Starlight ที่จังหวัดเซนได ถือเป็นหนึ่งในการประดับไฟในฤดูหนาวที่งดงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการจัดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1985 โดยภายในงานจะมีการประดับไฟด้วยหลอดไฟกว่า 600,000 ดวง บริเวณถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori) เขตอาโอบะ (Aoba-ku)

โดยมีไฮไลท์สำคัญคือการประดับแสงไฟบนต้นไม้กว่า 160 ต้นตลอดแนวทางเดินของถนน รวมถึงจุดย่อยๆ อย่างอุโมงค์แสงไฟ และจุดต่างๆ ที่จะมีการแสดงหลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน และในคืนวันที่ 23 ธันวาคม จะมีขบวนพาเหรดซานตาคลอสกว่า 400 คนอีกด้วย โดยงานประดับไฟนี้จะจัดขึ้นราวกลางเดือนจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปี

เวลาเปิดปิด : 17.00 – 23.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : สถานี Kotodai-Koen

10. งานเคาท์ดาวน์วันปีใหม่ที่ชิบูย่า จ.โตเกียว (Shibuya Countdown, Tokyo)

10. งานเคาท์ดาวน์วันปีใหม่ที่ชิบูย่า จ.โตเกียว (Shibuya Countdown, Tokyo)

https://pixta.jp/

ปิดท้ายด้วยการสนุกไปกับงานเคาท์ดาวน์สุดคึกคักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีแผนเที่ยวข้ามปีที่ญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่นิยมการออกมาเคาท์ดาวน์นอกบ้านแบบในหลายๆ ประเทศ แต่หนึ่งในจุดสำคัญอย่างย่านชิบูย่าในโตเกียวก็เป็นจุดที่มีวัยรุ่นจำนวนมากออกมาร่วมกันเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนานในคืนส่งท้ายปี โดยจะมีการเริ่มปิดถนนบริเวณห้าแยกชิบูย่าตั้งแต่ประมาณ 3 ทุ่ม

และสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ย่านชิบูย่าถือเป็นย่านช้อปปิ้งที่ครบครันซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่จำนวนมากที่สามารถแวะเที่ยวได้ตลอดทั้งวันอยู่แล้ว หากไม่มีแผนเที่ยวเป็นพิเศษก็สามารถแวะมาเดินเที่ยวที่ย่านนี้แล้วอยู่ยาวไปจนถึงช่วงเวลาเคาท์ดาวน์ได้เลย

ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : สถานี Shibuya

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก
นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย