All About Japan

รวมงานวิ่งมาราธอนในญี่ปุ่น

| กีฬา , งานอีเวนท์
รวมงานวิ่งมาราธอนในญี่ปุ่น

งานวิ่งที่ญี่ปุ่นจำนวนผู้เข้าร่วมเยอะ อากาศดี การจัดการเยี่ยม แถมกองเชียร์ยังน่ารักและมักจะมีขนมหรือของขึ้นชื่อของเมืองนั้นๆมาให้นักวิ่งชิมตามทางด้วย ปีหน้าใครอยากสมัครต้องรีบอ่านตอนนี้เลยค่ะ

1.Tokyo Marathon

เป็นงานเทศกาลวิ่งมาราธอนในเขตเมืองหลวงกรุงโตเกียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงในระดับโลกที่นักวิ่งชาวญี่ปุ่นและนักวิ่งจากทั่วทุกมุมโลกใฝ่ฝันที่จะได้เข้าร่วม ปกติจะจัดในช่วงเดือนปลายก.พ.ถึงต้นมี.ค. ของทุกปี (วันเวลาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีตามความสะดวกของผู้จัด) แต่ใช่ว่างานนี้ใครก็สมัครไปได้ ด้วยยอดผู้สมัครกว่า 300,000 กว่าคน เค้าจึงต้องคัดเลือกส่วนที่เกินนั้นด้วยการจับฉลาก ให้เหลือผู้โชคดีที่จะได้ร่วมวิ่งราวๆ 38,000 คนเท่านั้น

อีกหนึ่งจุดที่น่าวิ่งของงานนี้คือ เส้นทางวิ่งจะเน้นวิ่งผ่านสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเมือง อย่างเส้นทางหลักของมาราธอน จะเริ่มจาก อาคารที่ว่าการกรุงโตเกียว - Iidabashi - Kanda - Nihombashi - Asakusa Kaminari-Mon - Ryogoku - Monzen-nakacho - Ginza - Takanawa – Hibiya และเข้าเส้นชัยที่ สถานีรถไฟโตเกียว แม้งานโตเกียวมาราธอน 2019 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 มี.ค.2019 จะปิดรับสมัครไปแล้ว แต่ใครที่สนใจอยากเข้าร่วมในปี 2020 ก็สามารถหาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวสมัครเข้าร่วมงานได้โดยคอยตามข่าวจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการที่

รายละเอียดของการจัดงาน
วันแข่งจริง : 3 มี.ค.2019
ช่วงเวลารับสมัคร : 1 - 31 ส.ค.2018
ค่าสมัคร: สำหรับผู้สมัครจากต่างประเทศ Full marathon ราคา 12,800 เยน ระยะ 10 กม. ราคา 6,700 เยน
*รวมค่าดำเนินการและภาษีรวมเรียบร้อย

ช่องทางการสมัครและติดตามข่าวสาร :
สมัครผ่านเว็บไซต์เท่านั้น https://www.marathon.tokyo/en/

2.Osaka Marathon

เป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองงานใหญ่อีกงานหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้ที่โตเกียว ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมฝีเท้าดีกว่า 32,000 คน (รับสมัคร Full marathon 30,000 คน และ Challenge Run 2,000 คน) จากทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลก

โดยการวิ่งครั้งนี้เป็นการวิ่งมาราธอนการกุศลที่มีคำขวัญประจำงานคือ "ร่วมสร้างสายรุ้งด้วยกัน" ที่จะให้ผู้เข้าร่วมวิ่งเลือกธีมที่ต้องการช่วยเหลือหรือทำการกุศลใน 7 สาขา เช่นสีม่วงสนับสนุนองค์กรการกุศลที่ทำงานเพื่อการสร้างชุมชนให้น่าอยู่, สะอาด, และผู้คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ สีครามสนับสนุนการทำกิจกรรมด้านกีฬาและการออกกำลังกาย สีเขียวสนับสนุนการสร้างโอกาสและอนาคตให้เด็กได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในหมู่เด็กที่ด้อยโอกาส เป็นต้น

และที่น่าสนุกไปกว่านั้นคือตลอดคอร์สการวิ่ง 42.195 กม. จะเป็นการวิ่งผ่านไปตามถนนในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่เหลืองอร่ามและเป็นเส้นทางที่รายล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญๆของเมืองโอซาก้า ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะปราสาทโอซาก้า, ถนน Mido-suji, ย่าน Namba, หอประชุมเมืองโอซาก้า, Kyocera Dome Osaka เป็นต้น ส่วนความคึกคักก็เรียกได้ว่าสุด เพราะจะมีทีมกองเชียร์ที่แบ่งกลุ่มตามสีเสื้อที่เราเลือกบริจาคคอยเชียร์นักวิ่งพร้อมๆกับชาวเมืองอย่างสนุกสนานราวกับเป็นเทศกาล ทั้งยังเปิดโอกาสให้นักวิ่งที่นั่งวีลแชร์เข้าร่วมแข่งขันได้ด้วย

รายละเอียดของการจัดงาน
วันจัดงาน: วันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย. 2018
ช่วงเวลารับสมัคร : วันที่ 7 เม.ย.ถึงวันที่ 11 พ.ค. 2018
ประเภทในการวิ่ง : Full marathon (42.195 กม.)
ค่าสมัคร :ประเภท Full marathon 13,000 เยน, ประเภท Challenge Run 6,500 เยน ※มีค่าธรรมเนียมอีก 540 เยน
ช่องทางการสมัครและติดตามข่าวสาร :
สมัครผ่านเว็บไซต์เท่านั้น http://www.osaka-marathon.com/

3.Kyoto Marathon

งานวิ่งอีกหนึ่งงานที่มีชื่อเสียงมาก เพราะจะมีรูทในการวิ่งผ่านละแวกใกล้ๆกับมรดกโลกด้านวัฒนธรรม 7 แห่ง อันขึ้นชื่อของแถบคันไซและเกียวโต โดยจะออกตัวจากสนามกีฬา Nishikyogoku ผ่านป่าไผ่ Arashiyama, วัดทอง Kinkakuji, วัด Ninnaji, ศาลเจ้า Kamigamo, ศาลเจ้า Shimogamo, มหาวิทยาลัยเกียวโตอันมีชื่อเสียง และผ่านศาลเจ้า Heian Jingu เป็นต้น แต่ละที่ที่นักวิ่งจะต้องผ่านเรียกได้ว่าเด็ดๆทั้งนั้น ถูกใจนักวิ่งสายชิลล์เป็นแน่แท้

โดยปกติแล้วนักวิ่งจะมีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ รวมทั้งสิ้น 2,400 คน ซึ่งใช้ระบบใครสมัครก่อนได้ก่อน ไม่มีการจับฉลาก แม้จะมีคนอยากสมัครเข้าร่วมเป็นหลักหมื่นก็ตามที โดยงานนี้จะจัดขึ้นในเดือนก.พ.ของทุกปี ใครสนใจก็ต้องรีบเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆนะจ๊ะ

รายละเอียดของการจัดงาน
วันแข่งจริง : วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ. 2019
ระยะเวลาการสมัคร:20 ก.ค.ถึง 31 ส.ค. 2018
ประเภทในการวิ่ง : Full marathon (42.195 กม.)
ค่าสมัคร:12,000 เยน แต่ถ้าสมัครเป็นคู่จะได้ลดเหลือคนละ 10,000 เยน
ช่องทางการสมัคร:สมัครผ่านเว็บไซต์ http://www.kyoto-marathon.com/tcn/
**ใครที่สมัครได้แล้ว นักวิ่งต้องไปทำการเช็คอินล่วงหน้าเพื่อรับ bib ก่อนวันแข่งจริง 1 – 2 วัน

4. Nagoya Women Marathon

เป็น"มาราธอนหญิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก"ถึงขั้นได้รับการบันทึกลงในกินเนสบุ๊คเมื่อปี 2012 และในปี 2017 ก็ทำลายสถิติอีกครั้งหนึ่งด้วยตัวเลขผู้เข้าร่วมที่มีมากถึง 21,915 คน

นอกจากมีความยิ่งใหญ่ในเรื่องของจำนวนนักวิ่งแล้ว งานนี้ยังมีความดีงามอีกมากมายที่คู่ควรต่อการเข้าแข่งขันของสาวๆสายวิ่งเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องของ time limit ที่จะcut off หรือจำกัดเวลาในการวิ่งนานกว่างานอื่นคือ 7 ชม. มือใหม่หัดวิ่งก็น่าจะสบายหน่อย

ส่วนความดีงามต่อไปก็คือเมื่อนักวิ่ง วิ่งไปจนถึงเส้นชัย ทุกคนจะได้รับจี้สร้อยคอที่ออกแบบมาพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะของ Tiffany&co จากมือของหนุ่มหล่อในชุดทักซิโด้ที่รอให้กำลังใจอยู่แล้ว รับรองหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นอกจากนั้น ก็จะยังมีเป็นเซ็ทเครื่องสำอางและเสื้อยืดของ NEW BALANCE เป็นของรางวัลให้กับ Finisher ทุกคนด้วย

แต่ทั้งนี้เค้ามีจำกัดจำนวนผู้เข้าแข่งขันจากต่างประเทศไว้เพียง 3,000 คนเท่านั้นนะคะ และใช่ว่าสมัครไปจะได้ทุกคน เพราะเค้าใช้ระบบจับฉลากหรือ Lotto แบบอาศัยดวงล้วนๆ ส่วนเส้นทางในการวิ่งนั้นก็จะเริ่มจาก Nagoya Dome – พิพิธภัณฑ์เมืองNagoya – สี่แยกถนน Myouon – วัด Osu Kannon -ปราสาท Nagoya – ถนน Sakura แล้วย้อนกลับมาเข้าเส้นชัยที่ Nagoya Dome

รายละเอียดของการจัดงาน
วันแข่งจริง : วันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค. 2019
ระยะเวลาการสมัคร:6 ก.ย. ถึง 12 ก.ย. 2018
คุณสมบัติผู้สมัคร:ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 19 ปีขึ้นไปในวันแข่งจริงเท่านั้น, ผู้ที่มากับนักวิ่งที่พิการทางสายตาไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้ที่มาด้วยจะเป็นชายหรือหญิงก็ได้
ประเภทในการวิ่ง : Full marathon (42.195 กม.)
ค่าสมัคร:12,000 เยน (มีค่าดำเนินการแยกต่างหากอีก 650 เยน)
ช่องทางการสมัคร:สมัครผ่านเว็บไซต์ http://womens-marathon.nagoya/

5.Hokkaido Marathon

ส่วนภาคเหนือสุดของญี่ปุ่นก็มีรายการวิ่งที่เป็นตัวแทนของภูมิภาคอันมีชื่อเสียงอีกหนึ่งรายการที่อยากจะเอามาแนะนำ คือการแข่งขัน Full Marathon ของฮอกไกโดซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซัปโปโรในฤดูร้อนช่วงส.ค.ของทุกๆปีที่จัดมาร่วม 30ปีแล้ว ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมแข่งขันถึง 34,697 คน โดยเฉพาะนักวิ่งญี่ปุ่นที่เคยติดทีมชาติญี่ปุ่น 40% ต่างเคยมาทดสอบฝีเท้าตัวเองที่นี่กันทั้งนั้น

จุดเด่นของรายการนี้ก็คือ การบริหารจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานดีเยี่ยม และเป็นการแข่งขันวิ่งรายการเดียวในญี่ปุ่นที่จัดในฤดูร้อน ด้วยความที่ว่าซัปโปโรในช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศที่เย็นสบายอุณหภูมิประมาณ 16-25 องศา แต่งานนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องความโหดด้วยเช่นกัน เพราะเค้าจำกัดเวลาวิ่งของFull marathonจะต้องเข้าเส้นชัยภายโน 5 ชั่วโมง มีทั้งลมและเนินที่เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการทดสอบนักวิ่งแต่ละคนว่าคุณฝึกซ้อมมาดีขนาดไหน งานนี้จึงเป็นการรับรองความสามารถของนักวิ่งคนจริงได้เป็นอย่างดี

ตอนปล่อยตัวนักวิ่งจะออกสตาร์ทพร้อมกันด้วยการนับถอยหลังที่ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์จากสวนOdori แล้ววิ่งผ่านกลางเมืองซัปโปโร โดยข้างทางจะมีชาวซัปโปโรจำนวนมากมาคอยเชียร์อยู่ตลอดทาง โดยเฉพาะนักวิ่ง “Fun Run” ระยะทาง 11.5 ก.ม. และหลังจากที่นักวิ่งและกองเชียร์ชมการแข่งขันมาราธอนเสร็จ ก็สนุกสนานกับการท่องเที่ยวในฤดูร้อนของซัปโปโรต่อได้ด้วย งานนี้รับสมัครนักวิ่งถึง 17,000 คนเลย ก็พอมีลุ้นนะ

รายละเอียดของการจัดงาน
วันแข่งจริง : วันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. 2018 (2019 ยังไม่กำหนด)
ระยะเวลาการสมัคร:สมัครวิ่งพร้อมจองที่พัก วันที่ 19 ก.พ.(สมัครก่อนได้ก่อน), สมัครทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ วันที่ 4 มี.ค. (สมัครก่อนได้ก่อน), สมัครทางไปรษณีย์ วันที่ 5 – 19 มี.ค.
ประเภทในการวิ่ง : Full marathon 42.195 กม. และ Fun Run 12.1 กม.
ค่าสมัคร:ประเภท Full marathon นักวิ่งที่สมัครในญี่ปุ่น 11,000 เยน และหากสมัครจากต่างประเทศ 13,000 เยน ส่วนประเภท Fun run 6,000 เยนทุกคน พร้อมรับเสื้อยืด SVOLME
ช่องทางการสมัคร: สมัครผ่านเว็บไซต์ http://hokkaido-marathon.com หรือนักวิ่งจากไทยสามารถสมัครผ่านตัวแทนได้ที่ KNT TRAVEL

6. Chiba Aqualine Marathon

หนึ่งในงานวิ่งมาราธอนที่วิวสวยสุดๆก็คงไม่เกิน Chiba Aqualine Marathon เพราะการวิ่งรายการนี้มีไฮไลท์เด็ดอยู่ที่นักวิ่งทุกคนจะได้วิ่งข้ามืะเลบนสะพานทางด่วน Aqua Line ที่ทอดตัวอยู่เหนืออ่าวโตเกียว เชื่อมจังหวัด Chiba เข้ากับฝั่งแผ่นดินใหญ่ของโตเกียว นักวิ่งจะได้ชมทัศนียภาพของท้องทะเลและท้องฟ้าอันสดใสจากบนสะพานเลย เป็นวิวของการออกกำลังกายที่ฟินไม่หยอก

สำหรับจำนวนที่รับสมัครจะแบ่งเป็น Full marathon 12,000 คน Half marathon และวีลแชร์ 5,000 คน ส่วนเส้นทางพิสูจน์ฝีเท้าจะเริ่มปล่อยตัวที่ สวนสาธารณะ Shiohama แล้ววิ่งผ่านสะพานทางด่วน Kisarazu-Kaneda IC, Umihotaru PA จากนั้นวิ่งผ่าน Mitsui Outlet Park,ที่ว่าการอำเภอ Sodegaura, สวน Sodegaura, โซน Hotaruno, โซน Kiyomidai และเข้าเส้นชัยที่ที่ว่าการอำเภอ Kisarazu เดิม และส่วนใหญ่ของบรรดานักวิ่ง ก็มีแพลนไว้ว่าหลังจากวิ่งเสร็จก็เริ่มต้นท่องเที่ยวทั้งในตัวจังหวัด Chiba หรือจะพ่วงเลยไปถึงโตเกียว ก็คุ้มดี

รายละเอียดของการจัดงาน
วันแข่งจริง : วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2018
ระยะเวลาการสมัคร:วันที่ 13 เม.ย.ถึงวันที่ 8 พ.ค. 2018
ประเภทในการวิ่ง : Full marathon (42.195 กม.) และ Half marathon 21.0975 km
ค่าสมัคร:ประเภท Full marathon 12,500 เยน ประเภท Half-marathon และวีลแชร์ 9,500 เยน
(รวมค่าดำเนินการแล้ว)
ช่องทางการสมัคร: ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://chiba-aqualine-marathon.com/2018/en/