All About Japan

ไปดูกีฬาที่ญี่ปุ่นกันเถอะ

| กีฬา
ไปดูกีฬาที่ญี่ปุ่นกันเถอะ

ใครอยากไปดูกีฬาที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะบ้านๆอย่างฟุตบอล หรือของที่ไทยไม่มีให้ดูอย่างเบสบอลหรือซูโม่ ต้องอ่านบทความนี้

สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว กีฬาจะถูกปลูกฝังให้ทุกคนได้มีโอกาสได้เล่นตั้งแต่เล็กๆ จึงไม่แปลกใจที่เราจะได้เห็นนักกีฬาชาวญี่ปุ่นโลดแล่นอยู่ในการแข่งขันระดับโลกต่างๆ แม้ว่าจะไม่ได้ตัวสูงใหญ่เหมือนชาวตะวันตก แต่ด้วยความที่ได้รับการสนับสนุนกันตั้งแต่ในระดับโรงเรียน ทำให้มีหลายคนที่เก่งจนไปแข่งระดับโลกได้ แต่สำหรับพวกเรานักเที่ยวแล้ว มีอะไรเกี่ยวกับกีฬาบ้างนะที่สามารถทำได้ในญี่ปุ่น?

การท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น นอกจากจะไปตามสถานที่สวยๆในญี่ปุ่นแล้ว การไปชมกีฬาแบบติดขอบสนามที่ญี่ปุ่นก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่เมืองไทยไม่มีให้ดู อย่างเช่นเบสบอลหรือซูโม่ ไปลองดูกันดีกว่าว่ามีกีฬาอะไรที่น่าชมน่าลองบ้าง

1.เบสบอล

1.เบสบอล

กีฬาสุดฮอตฮิตที่ชาวปลาดิบคลั่งไคล้ แม้ต้นกำเนิดของกีฬาเบสบอลจะไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นแต่รับมาจากชาวอเมริกันในศตวรรษที่ 19 แต่ปัจจุบันเบสบอลกลายเป็นกีฬาที่มีผู้ชมเยอะที่สุดในญี่ปุ่น จะเห็นได้ว่าในทุกวันหยุดจะมีเด็กมัธยมฯหรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองไปเล่นเบสบอลกันตามสนามมากมาย เพราะเป็นความใฝ่ฝันของเด็กหนุ่มที่จะได้ก้าวไปเล่นอาชีพ โดยเฉพาะในลีก Nippon Professional Baseball หรือ NPB ที่มีทั้งชื่อเสียงและรายได้มหาศาลรออยู่

ฉะนั้นอยากแนะนำนักท่องเที่ยวทั้งหลายว่า หากคุณอยากเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นในอีกแง่มุมหนึ่งก็สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกีฬาสุดฮิตอย่างเบสบอลได้โดยการจองตั๋วไปชมการแข่งขันในสนามจริงสักครั้ง ซึ่งแต่ละเมืองก็มักจะมีทีมประจำจังหวัดหรือทีมประจำภูมิภาคของตัวเองอยู่แล้ว แต่ทีมดังๆที่แนะนำให้ไปดูก็อย่างเช่นทีม Hiroshima Toyo Carp, Yomiuri Giants, Yokohama Dena Baystars เป็นต้น

นอกจากการเลือกจองโรงแรมแล้ว ลองจองตั๋วชมเบสบอลด้วยก็น่าสนุกไม่น้อย แถมยังสามารถซื้อตั๋วจากต่างประเทศได้ด้วยเว็บไซต์ Japanballtickets.com (ภาษาอังกฤษ) พอสั่งแล้วตั๋วก็จะถูกส่งไปยังโรงแรมที่เราจะพักเลย (แต่อันนี้อาจจะแพงสักหน่อย) จึงมีอีกหนึ่งทางเลือกคือเว็บไซต์ของทีมที่เราอยากดู สามารถเข้าไปจองในนั้นได้เลย (หากอ่านออก) แต่วิธีที่เราแนะนำที่สุดก็คือให้ซื้อที่ร้านสะดวกซื้อหลังจากที่เราไปถึงญี่ปุ่น โดยส่วนใหญ่ตั๋วจะมีราคาตั้งแต่ 1,000-30,000 เยน สามารถเช็กแมตช์การแข่งขันจากเว็บไซต์และไปกดเลือกซื้อได้ที่เครื่องซื้อตั๋วได้เลย

2.ซูโม่

2.ซูโม่

เป็นกีฬาประจำชาติที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์และทำให้นึกถึงญี่ปุ่น ด้วยสรีระของนักซูโม่ที่โดดเด่นของนักกีฬาที่แบกน้ำหนักตัวกัน 250 ถึง 350 ปอนด์ (113 ถึง 159 กก.) แถมชุดนักกีฬาก็มีแค่ผ้าผืนเล็กๆเพียงผืนเดียวพันเป็นเตี่ยวไว้ บวกด้วยวัฒนธรรมประเพณีที่เคร่งครัด เป็นเสน่ห์ที่หาไหนไม่ได้นอกจากที่ญี่ปุ่น ในการแข่งขันซูโม่นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ให้นักซูโม่มายืนอยู่บนเวทีที่เป็นเหมือนเนินดินที่พูนขึ้นสูงโรยด้วยทราย และมีการล้อมพื้นที่แข่งขันด้วยเชือกเป็นวงกลม กติกาในการตัดสินมีอยู่ว่า เมื่อคู่ต่อสู้คนใดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายออกจากพื้นที่วงกลมจะถูกตัดสินให้แพ้
ใน 1 ปี จะมีการจัดแข่งขันซูโม่รวม 6 ครั้ง ได้แก่ ใน Tokyo ระหว่างเดือนม.ค.,พ.ค. ,ก.ย. ส่วนที่ Osaka จะจัดในเดือน มี.ค., ที่ Nagoya จะจัดในเดือนก.ค.และที่ Fukuoka จะจัดในเดือนพ.ย. ส่วนบัตรเข้าชม จะมีราคาประมาณ 3,800 เยนขึ้นไป หาซื้อ ณ วันเข้าชมที่หน้างาน หรือจะจองตั๋วล่วงหน้าผ่านทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://www.sumo.or.jp/en/index หรือจะซื้อตามร้านสะดวกซื้อก็ได้ เมื่อคุณซื้อตั๋วแล้วก็จะสามารถดูได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่เริ่มต้นแข่งในตอนเช้าและดำเนินต่อไปจนกว่า “Yokozuna” หรือนักซูโม่ที่อันดับสูงที่สุดจะลงแข่งในช่วงบ่าย โดยเราสามารถออกไปข้างนอกระหว่างวันและกลับมาอีกครั้งได้ไม่มีปัญหา

อยากให้คุณได้เข้าไปชมการแข่งขันซูโม่สักครั้ง เพื่อชมกีฬาประจำชาติของชาวญี่ปุ่นด้วยตาตัวเอง

สถานที่ชมซูโม่
โตเกียว : Kokugikan Sumo Hall เดินทางโดยนั่งรถไฟ JR สาย Chuo หรือรถไฟใต้ดิน Tokyo Oedo ลงที่สถานี Ryogoku โอซาก้า : EDION Arena Osaka เดินทางโดยนั่งรถไฟสาย Midosuji, Kintetsu และ Sennichimae ลงที่สถานี Namba
ฟูคูโอกะ : Fukuoka Kokusai Center เดินทางโดยนั่งรถไฟใต้ดินลงที่สถานี Gofukumachi แล้วเดิน 12 นาที

3.ฟุตบอล

3.ฟุตบอล

ส่วนกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่นสูสีกับเบสบอลอีกอย่างหนึ่งก็คือฟุตบอลนั่นเอง ปัจจุบันในไทยเองมีนักฟุตบอลจากญี่ปุ่นหลายคนที่เข้ามามีบทบาทในวงการฟุตบอลไทย รวมทั้งมีนักฟุตบอลชาวไทยที่ไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่นก็มาก อย่างเช่นแมสซี่เจ ชนาธิป สังกัดทีม Consadole Sapporo หรือ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ สังกัดทีม Sanfrecce Hiroshima เป็นต้น

ฟุตบอลญี่ปุ่นคือหนึ่งในความภูมิใจของชาวเอเชียเพราะได้เป็นตัวแทนไปแข่งบอลโลกแทบทุกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่านักเตะยอดฝีมือเหล่านั้นมักมีแหล่งกำเนิดมาจากเจลีก (J.League) ลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น โดยปกติฤดูกาลแข่งขัน J.League จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนมี.ค. และจะสิ้นสุดในช่วงต้นเดือนธ.ค. แต่ละแมตช์มักจะจัดขึ้นในช่วงกลางวันของวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ หากเราได้มีโอกาสเข้าไปร่วมชมฝีมือของนักฟุตบอลเหล่านั้นสักครั้งในสนามฟุตบอลที่ญี่ปุ่นจริงๆมันคงจะฟินไม่น้อย เพราะมันยิ่งใหญ่และกึกก้องมากๆ

ส่วนวิธีซื้อบัตรนั้นเราสามารถไปซื้อบัตรหน้างานในวันที่จัดการแข่งขันที่แผนกขายบัตรที่สนามกีฬาได้เลย แต่หากเป็นแมตช์ยอดนิยมบัตรเข้าชมก็อาจจะหมดก่อน การซื้อล่วงหน้าจึงเป็นอะไรที่ชัวร์กว่า โดยเราสามารถซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศญี่ปุ่นหรือจากเว็บไซต์ https://www.jleague-ticket.jp (ซื้อได้เฉพาะที่ญี่ปุ่น)

นอกจากนี้สำหรับการแข่งขันของบางทีมก็ยังสามารถซื้อจากต่างประเทศได้ทางอินเทอร์เน็ตด้วย เช่นทีม Yokohama F. Marinos ซื้อบัตรได้ที่เว็บของทีมเป็นต้น

4.เคนโด

4.เคนโด

ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยดาบของประเทศญี่ปุ่น ชื่อ “เคนโด” มีความหมายว่า “วิถีแห่งดาบ” มีพื้นฐานมาจากการใช้ดาบของซามูไรในสมัยก่อน ผู้เล่นใช้ดาบที่ทำจากไม้ไผ่ในการฝึกด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วเด็ดขาด โดยผู้เล่นต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันพิเศษ ได้แก่ ชุดเกราะที่เรียกว่า Bogu และใช้อาวุธเป็นดาบไม้ไผ่ที่เรียกว่า Shinai ผู้เล่นจะฝึกฝนฝีมือและจิตวิญญาณผ่านการใช้ดาบไม้ไผ่จำลองนี้ และทำการต่อสู้กันกับฝ่ายตรงข้าม

เคนโด้ไม่ได้เป็นแค่กีฬาธรรมดาทั่วไป แต่ยังเป็นวิถีแห่งนักรบที่ให้ความสำคัญกับการฝึกฝนทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นการตั้งสมาธิรวบรวมจิตใจให้สงบในการฝึกฝนฝีมือและจิตใจที่เคารพให้เกียรติคู่ต่อสู้จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการเล่นเคนโด้

เทคนิคพื้นฐานของกีฬาเคนโด้มีทั้งหมด 3 อย่างประกอบด้วย เมน-โด-โคเทะ (ส่วนหัว-ลำตัว-ข้อมือ) โดยหมายถึงเทคนิคในการจู่โจมไปยังส่วนต่างๆของร่างกายนั่นเอง กติกาก็คือฝ่ายที่สามารถฟันคู่ต่อสู้ในส่วนต่างๆ 3 ส่วนที่ว่าได้มากที่สุดคือผู้ชนะ

แม้ทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ๆในการแข่งขันเคนโดอาจจะไม่ได้จัดกันบ่อยๆและอาจจะต้องตามข่าวเป็นระยะๆ แต่เราก็ขอแนะนำว่าให้คุณลองเล่นเคนโดเองเลย ถ้ามาที่ญี่ปุ่นแล้วเค้ามีคอร์สทดลองเรียนเคนโดระยะสั้นให้ชาวต่างชาติด้วย อาจจะน่าสนใจกว่าดูเฉยๆก็ได้ แล้วคุณจะเข้าใจในวิถีความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้นจากการสัมผัสด้วยตัวของคุณเอง

จองคอร์สลงเรียนเคนโดล่วงหน้าได้ที่นี่
สถานที่ : Samurai Trip นั่งรถไฟสาย JR มาลงที่สถานี Uguisudani
ราคาค่าเรียน 8,000 – 25,000 เยน (สอนเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่น)

5.สกีและกีฬาฤดูหนาวอื่นๆ

5.สกีและกีฬาฤดูหนาวอื่นๆ

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นนั้นเป็นช่วงที่มีกิจกรรมสนุกสนานมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือการเล่นหิมะ เพราะเมืองไทยไม่มีหิมะฉะนั้นหลายๆคนที่ไปญี่ปุ่นก็อยากไปสัมผัสหิมะให้หนำใจ แต่ถ้าจะให้เข้าถึงมากกว่านั้นเราต้องไปเล่นกีฬาบนหิมะด้วย เช่นสกีหรือสโนว์บอร์ด ใครที่ยังไม่เคยเล่นมาก่อนเค้าก็มีคอร์สสั้นๆสอนวิธีเล่นพื้นฐานที่หน้าลานสกีเลย หรือใครจะลองไปถูๆไถๆเองแป๊บๆก็ทำได้แล้วค่ะ

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่เดือนธ.ค.ถึงเดือนก.พ. เป็นฤดูแห่งการเล่นสกีที่คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศทั่วโลกเองก็เฝ้ารอที่จะได้เล่นกีฬาชนิดนี้ ประเทศญี่ปุ่นเองก็เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวที่จัดขึ้นเมื่อปี 1988 ที่ลานสกีจังหวัด Nagano ที่มีชื่อเสียงมากในการไปเล่นสกีและกีฬาฤดูหนาวอื่นๆ

ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสกีรีสอร์ท มากกว่า 500 แห่ง เราสามารถเลือกเดินทางไปตามความสะดวกและเวลาที่เรามี ซึ่งลานสกีที่เราแนะนำก็อย่างเช่น ลานสกีที่ Shiga Kogen จังหวัด Nagano ที่นอกจากจะเป็นสกีรีสอร์ทขนาดใหญ่แล้ว เรายังสามารถไปดูลิงป่าแช่น้ำร้อนได้ด้วย หรือไม่ก็ลานสกีและรีสอร์ทที่ Niseko Grandhirafu จังหวัด Hokkaido ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ และอีกที่ก็คือ Naeba Ski Resort จังหวัด Niigata