All About Japan

เที่ยว10ที่ใกล้โตเกียวแบบไม่เสียค่าเข้า

| ประหยัด , Kanto
เที่ยว10ที่ใกล้โตเกียวแบบไม่เสียค่าเข้า

รวมที่เที่ยวที่เข้าฟรี คราวนี้จะขอเอาใจออกห่างจากใจกลางเมืองโตเกียว แล้วไปเที่ยวเมืองใกล้ๆในภูมิภาคคันโตที่สามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้แทน ไปดูกันเลยว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

1.กินไข่ดำที่ หุบเขา Owakudani ที่เมือง Hakone จังหวัด Kanagawa

1.กินไข่ดำที่ หุบเขา Owakudani ที่เมือง Hakone จังหวัด Kanagawa

นอกจากชื่อเสียงความงามของอุทยานแห่งชาติHakoneที่ตั้งอยู่ที่เมืองฮาโกเนะแล้ว ที่หุบเขาแห่งนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองนี้ที่ต้องมาปักหมุดให้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าแต่อย่างใด

หลายคนยอมขึ้นเขามาที่นี่เพื่อที่จะได้เห็นวิวเบื้องหน้าเป็นภูเขาไฟฟูจิอันเป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยว และที่นี่ยังมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาทั้งควันอุ่นๆและกลิ่นกำมะถัน มันช่างชวนฝันเหลือเกิน

และมาถึงที่นี่แล้ว สิ่งที่จะพลาดไม่ได้คือการกิน"ไข่ดำ" ที่ต้มด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติและเปลือกไข่จะกลายเป็นสีดำจากการทำปฏิกิริยาของแร่กำมะถัน สนนราคาก็ 5 ฟอง 500 เยน พร้อมกับความเชื่อว่าเมื่อทานไข่ดำ 1 ฟองจะมีอายุยืนขึ้น 7 ปี นี่มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม การเดินทางมาที่นี่ก็มีหลายวิธี แต่วิธีที่ฟินที่สุดแต่อาจต้องมีการเสียตังค์บ้างคือขึ้นกระเช้าลอยฟ้ามานิดหน่อย แต่รับรองมาถึงแล้วไม่มีกร่อยแน่ๆ

ค่าเข้าชม: ฟรี แต่ไข่ต้องซื้อ
เวลาทำการ: 8:30-17:00 น.
วันปิดทำการ: ไม่มี (ยกเว้นวันที่มีการปะทุ)
วิธีการเดินทาง:
ขึ้นรถบัส Izu Hakone bus จากสถานี Odawara มาลงที่ป้าย Owakudani
หรือขึ้นรถไฟสาย Hakonetozan ที่สถานี Odawara ไปจนถึงสถานี Gora เพื่อไปต่อรถราง ตามด้วยกระเช้าลอยฟ้า ไปสุดที่สถานี Owakudani

2.สวนสัตว์ Nogeyama ที่เมือง Yokohama จังหวัด Kanagawa

2.สวนสัตว์ Nogeyama ที่เมือง Yokohama จังหวัด Kanagawa

หนึ่งในไม่กี่สวนสัตว์ในญี่ปุ่นที่ใหญ่ครบเครื่องแต่เข้าฟรี สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งอยู่ในสวน Nogeyama บนเนินเขาใกล้ๆกับบริเวณ Minatomirai21 ที่มีขนาดใหญ่ไม่ใช่เล่นๆถึง 33,000 ตารางเมตร มีสัตว์ถึง 90 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นยีราฟ, อูฐ, ม้าลาย, สิงโต, เสือ, หมี, ลิงชิมแปนซี, แพนด้าแดง (เราชอบมากๆเพราะที่เมืองไทยหาดูยาก) เป็นต้น

และที่สนุกสนานเป็นพิเศษโดยเฉพาะกับเด็กๆก็คือเค้าจะมีโซนที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสและให้อาหารสัตว์เล็กๆอย่าง หนูตะเภา เป็นต้น ได้ด้วย ด้วยความที่นี่เป็นสวนสัตว์ของทางราชการที่ดูแลโดยอำเภอ Yokohama เพราะฉะนั้น ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าชมสวนสัตว์ได้ฟรี (ถูกจายยยยยที่สุด) ถ้าเราไปครั้งไหนก็จะไปขลุกอยู่ที่นี่แทบทั้งวัน เพราะเราสามารถเอาข้าวกล่องไปนั่งทานข้าวชมวิวเมืองข้างในได้ด้วย

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาทำการ: 9:30-16:30 น.
วันปิดทำการ: วันสิ้นปี
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟ Keikyu ลงที่สถานี Hinodecho แล้วเดิน 10 นาที
หรือจะนั่งรถบัสลายสวนสัตว์น่ารักๆจากสถานีรถบัส Sakuragicho-Mae มาลงที่สถานี Nogeyamadobutsuen-mae ที่หน้าประตูเข้าสวนสัตว์ได้เลย

3.เดินถนนย่านเมืองเก่าที่ถนน Komachi Dori Street ที่เมือง Kamakura จังหวัดKanagawa

3.เดินถนนย่านเมืองเก่าที่ถนน Komachi Dori Street ที่เมือง Kamakura จังหวัดKanagawa

นอกจากการมาที่เมืองเก่าอย่างคามาคุระเพื่อมาไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้ว การได้มาเดินช้อปปิ้งชิลล์ๆบนถนนเส้นนี้ที่มีความยาว 360 เมตร นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ ที่ตั้งอยู่ในจุดที่สะดวกมากเพราะพอเราเดินออกมาจากทางด้านทิศตะวันออกของสถานีรถไฟ Kamakura แล้วเดินออกมานิดหน่อยก็จะเห็นซุ้มประตูแบบญี่ปุ่นสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ทางเข้าของถนน Komachi แล้ว

ที่นี่จะมีสินค้าแนวๆ อาร์ตๆ, สินค้าหัตถกรรม, เครื่องปั้นดินเผา, บูติกคาเฟ่, แฟนซีคาเฟ่, ร้านของหวานสไตล์ญี่ปุ่น, ขนมขบเคี้ยวประเภทถั่วรสต่างๆ, ร้านขายของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ รวมไปถึงร้าน Ghibli ที่โดนใจสาวกสตูดิโอ Ghibli ก็มี หรือถ้าไหนๆจะไปต้องไปให้สุดแล้ว เราก็แนะนำให้เช่าหรือซื้อชุดกิโมโนเดินถนนย่านเมืองเก่าถ่ายรูปเนียนๆเป็นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นก็ได้ เค้ามีร้านให้เช่า

แน่นอนว่า ค่าเข้าชมหรือค่าเดินถนนแห่งนี้ ฟรีไม่มีชาร์จ แต่ถ้าคุณใจไม่แข็งพออาจต้องพลาดควักกระเป๋าให้กับสินค้ารายทางก็ได้ อย่าหาว่าเราไม่เตือน

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาทำการ: 10:00 –20:00 น.
วันปิดทำการ: ไม่มีวันหยุด
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟสาย JR Tokaido จากสถานี Tokyo หรือสถานี Yokohama ลงที่สถานี Kamakura ออกทางด้านทิศตะวันออก เดินประมาณ 6 นาที

4.ศาลเจ้า Tsuruoka Hachimangu ที่เมืองKamakura จังหวัดKanagawa

4.ศาลเจ้า Tsuruoka Hachimangu ที่เมืองKamakura จังหวัดKanagawa

ถ้าใครชื่นชอบการไปไหว้พระและซึมซับกับบรรยากาศของความเชื่อทางศาสนาก็ไม่ควรพลาดศาลเจ้าแห่งนี้ ซึ่งมีชื่อเสียงมากของเมืองคามาคุระ เพราะศาลเจ้าแห่งนี้อยู่คู่กับเมืองนี้มาเป็นเวลาเกือบๆพันปีแล้ว ที่นี่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้า Hachiman เทพเจ้าแห่งการสู้รบที่เหล่าซามูไรให้การนับถือ สร้างโดยโชกุนคนแรกของเมือง Kamakura ฉะนั้นก็มักจะมีคนมาขอพรเพื่อให้ตัวเองมีพลังและชนะในอุปสรรค (เช่นเรื่องการเรียน การทำงาน แข่งกีฬา) จะมีสัญลักษณ์เป็นเสาโทริอิสีแดงขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า อาคารหลักของศาลเจ้าตั้งอยู่บนเนิน ต้องเดินขึ้นบันไดไปด้านบน ในศาลเจ้ามีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บมีดดาบ หน้ากาก เอกสาร และของเก่าเป็นต้น

ค่าเข้าชม: บริเวณศาลเจ้าเข้าชมฟรี แต่พิพิธภัณฑ์จะต้องเสียค่าเข้า 200 เยน
เวลาทำการ: 8:00-21:00 น.
วันปิดทำการ: ไม่มี
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yokosuka จากสถานี Tokyo มาลงที่สถานี Kamakura เดินไปประมาณ 10 นาที

5.เรียนรู้กฎจราจรที่สวนสาธารณะ Kanuma เมืองKawasaki จังหวัดKanagawa

5.เรียนรู้กฎจราจรที่สวนสาธารณะ Kanuma เมืองKawasaki จังหวัดKanagawa

เป็นสถานที่ที่แนะนำมาก โดยเฉพาะกับบ้านไหนที่มีเด็กกำลังโต เพราะนอกจากพื้นที่สีเขียวที่เป็นสวนสาธารณะที่มีหลากหลายกิจกรรมให้ได้เล่นสนุกและพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยพื้นที่กว่า 49,000 ตารางเมตร ที่นี่ยังมีทั้งสระน้ำขนาดใหญ่, มีสนามเบสบอล, มีคอร์ทเทนนิส, มีสนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นมากมายที่ถูกใจเด็กๆ

นอกจากนี้ที่เป็นไฮไลท์คือ จะมีพื้นที่จำลองสำหรับให้เด็กได้ลองขับจักรยานหรือขับขี่ยานพาหนะสำหรับเด็กเช่น รถโกคาร์ทที่เค้ามีให้ยืมฟรี ขับไปบนถนนจำลองที่จะสอนกฎจราจรเบื้องต้นได้อย่างสนุกสนาน (ญี่ปุ่พวงมาลัยด้านเดียวกับไทยด้วย) และในบริเวณยังมีการจัดแสดงหัวรถจักรเก่า ให้เราได้ดูด้วย มาที่นี่ที่เดียวถือว่าคุ้มค่าแถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาทำการ: ส่วนของสวนสาธารณะไม่มีเวลาเปิด-ปิด แต่ส่วนพื้นที่เรียนรู้กฎจราจรเปิด 9:30-16:00 น.
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Yokohama ลงที่สถานี Fuchinobe เดิน 3 นาที

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2