All About Japan

Ozasa ร้านโยคังที่ต้องต่อแถวซื้อตั้งแต่เช้ามืด

| ขนมหวาน
Ozasa ร้านโยคังที่ต้องต่อแถวซื้อตั้งแต่เช้ามืด

ร้าน Ozasa ย่านคิชิโจจินี้ผลิตวุ้นถั่วแดงญี่ปุ่น (โยคัง) แต่มีขายแค่วันละ 150 ชิ้น และที่สำคัญคือขายหมดก่อนเปิดร้าน!

โยคัง คือ?

โยคัง คือวุ้นถั่วแดงญี่ปุ่นโบราณ เป็นขนมญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยยุคคามาคุระ(Kamakura) ปัจจุบันสามารถหาซื้อมารับประทานได้ทั่วไปในราคาย่อมเยาจากร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์ทั่วไป แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงร้านโยคังโบราณ ที่ขายดีจนต้องออกมาต่อแถวตั้งแต่เช้ามืดค่ะ

เป้าหมายวันนี้คือ “โยคัง” วุ้นถั่วแดงญี่ปุ่น

เป้าหมายวันนี้คือ “โยคัง” วุ้นถั่วแดงญี่ปุ่น

รีวิวนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้เขียนเป็นคนชอบทาน เวลาว่างก็มักจะลองสรรหาของน่าทานในแถบที่ตนเองพักอาศัยมาลองเรื่อยๆ แน่นอนว่าส่วนใหญ่เน้นร้านที่คนท้องถิ่นเขานิยมกันมากกว่าของแฟชั่นค่ะ ร้านอาจจะไม่ค่อยดังในหมู่นักท่องเที่ยวนัก แต่สำหรับท่านที่มองหาร้านแบบที่คนญี่ปุ่นนิยมกันจริงๆ ก็ต้องลองค่ะ

ก่อนอื่นว่ากันด้วยเป้าหมายของวันนี้ นั่นก็คือ “โยคัง” วุ้นถั่วแดงญี่ปุ่นของร้านขนมญี่ปุ่นชื่อ โอซาสะ (Ozasa) ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีคิชิโจจิ (Kichijoji) ปกติสามารถเดินทางง่ายๆด้วยรถไฟสาย Chuo Line (สายสีส้ม) เพียง 6 สถานีจากชินจุกุ เป็นย่านเล็กๆที่มีร้านรวงน่าสนใจให้เดินเล่น และคาเฟ่น่ารักๆให้นั่งทานเยอะที่เดียว

แต่ที่ไม่ปกติก็คือ… ร้านขนมโอซาสะที่ว่านี่ ผลิตโยคังออกขายแค่วันละ 150 ชิ้น ที่สำคัญคือ ขายหมดก่อนเปิดร้าน เอ๊ะ! ยังไง?

ความจริงก็คือ ถึงแม้ว่าจะขายวันละ 150 ชิ้น และจำกัดให้ลูกค้า1ท่านสามารถซื้อได้ 3 ชิ้นเท่านั้นก็ตาม แต่ว่าโยคังของโอซาสะก็เป็นที่นิยมมากจนมีลูกค้ามาต่อแถวรอตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนร้านเปิด ...เกินจำนวนสินค้าที่มีขายในแต่ละวัน

ในวันที่ไปต่อแถวซื้อโยคังนั้นผู้เขียนออกจากที่พักเวลาเกือบตี5 เพื่อจะนั่งรถไฟมาที่สถานีคิชิโจจิให้ทันช่วงราวๆ 6โมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องมาเข้าแถวรอ ในขณะที่ร้านเปิด 10โมง… ใช่ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ร้านเปิด 10โมง แต่ขนาดมาถึงเวลา 6โมง 15 ก็ยังต้องพบกับ…

คนญี่ปุ่น 30 กว่าคนที่เข้าคิวรออยู่ก่อนแล้ว

คนญี่ปุ่น 30 กว่าคนที่เข้าคิวรออยู่ก่อนแล้ว

มาเช้าขนาดนี้ก็ยังพบกับคนที่เข้าคิวรออยู่ก่อนแล้วประมาณ 30 คน

อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าร้านทำโยคังวันละ 150 ชิ่น คนนึงซื้อได้สูงสุด 3 ชิ้น แปลว่าแค่คิวที่ 50 ...โยคังก็ขายหมดแล้วค่ะ orz ผู้เขียนก็เดินไปต่อๆตามแถว เขาจะมีเว้นไว้ด้วยว่าร้านไหนเปิดก่อน 8โมง(เวลาแจกบัตรคิว) ก็จะไม่ต่อแถวหน้าร้านนั้น ตรงนี้จะได้เห็นว่าคนญี่ปุ่นหลายคนที่มาต่อคิวเป็นพวกมืออาชีพมาก มีการพกมาทั้งเก้าอี้พับสำหรับนั่งต่อคิว และเสบียงยามเช้า หลังจากรอไปสักพักใหญ่ๆ… ในที่สุดก็มีพนักงานร้านมาเริ่มจัดร้านและแจกบัตรคิวโยคัง

บัตรคิว

บัตรคิว

ผู้เขียนได้บัตรคิวหมายเลข 35 และบัตรคิวก็แจกหมดถึงคิวที่ 50 ก่อน 8โมง 15 นาที เป็นอันว่าคนที่มาหลังจากนั้นก็หมดสิทธิ์ซื้อโยคังวันนี้

จากการค้นหาข้อมูลพบว่าสาเหตุที่โยคังที่นี่สามารถทำออกมาขาดได้เพียงวันละ 150 ชิ้น เป็นเพราะผลิตด้วยแรงงานคนและเจ้าของร้านเป็นคนลงมือทำเองทุกขั้นตอน จึงทำให้ไม่ว่าขายดีอย่างไรก็ไม่สามารถผลิตเพิ่มได้อีกนั่นเอง โดยเจ้าของร้านท่านนี้ยืนยันว่าการผลิตด้วยแรงงานคนทุกขั้นตอนจะทำให้ขนมมีรสชาติต่างจากการผลิตด้วยเครื่องจักร
จะจริงเท็จประการใดเราคงต้องมาพิสูจน์กันกลังจากได้ของมาลองทานแล้วค่ะ

หลังจากได้บัตรคิวแล้ว ผู้เขียนก็เดินไปหาข้าวเช้าทานในร้านใกล้ๆก่อน เพื่อรอเวลามารับสินค้าในช่วง 10 โมง

ถึงคิชิโจจิจะเป็นสถานีที่มีร้านรวงมากมาย แต่ช่วงเช้าขนาดนั้นก็ยังมีตัวเลือกไม่มาก ผู้เขียนฝากท้องกับบาร์สไตล์ฝรั่งเล็กๆร้านหนึ่งที่ขายเซ็ตอาหารเช้าในราคาเพียง 400 เยน มีขนมปัง สลัด ไข่ เบค่อน กาแฟ และโต๊ะสำหรับนั่งเล่นฆ่าเวลาครบถ้วน แล้วค่อยเดินออกมารอร้านเปิดช่วงก่อน 10โมงเล็กน้อย จ่ายเงินค่าโยคังและซื้อขนมโมนากะซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่ออีกอย่างของร้านแถมมาด้วยอีกกล่องหนึ่ง เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจที่คิชิโจจิในวันนี้

ถัดจากนั้นที่เราจะต้องมารอลุ้นกันก็คือเรื่อง “รสชาติ”

โยคังร้านนี้มีดีอะไร เราจะมาลองทานแล้วก็บรรยายรสชาติให้ทุกท่านฟังกันค่ะ

หมายเหตุ* อย่างไรก็ตามผู้เขียนก็เป็นมือสมัครเล่น ไม่ใช่นักชิมมือฉมัง จะบรรยายตามที่ลิ้นรับรสได้แต่ไม่รับประกันความแม่นยำนะคะ(ฮา)

โยคัง

โยคัง

หั่นกินเทียบกัน ด้านหน้าคือโยคังธรรมดา ด้านหลังคือโอซาสะ ความรู้สึกหลังทานคำแรก ความแตกต่างจากโยคังปกติคือรสหวานที่ไม่บาดลิ้น และเนื้อสัมผัสที่ให้ความรู้สึกถึงถั่วที่ถูกกวนจนละเอียดมากกว่าวุ้น หรือก็คืออ่อนละมุนไม่แข็งกระด้าง หลังกลืนลงไปไม่หลงเหลือรสชาติหวานบาดคอค่ะ

อย่างไรก็ตาม ถ้าจะบอกว่ารสชาติล้ำเลิศก็อาจจะเกินจริงไปบ้าง อย่างไรเสียส่วนผสมของโยคังร้านไหนก็ตามโดยดั้งเดิมแล้ว ก็มีแค่ถั่วแดงเม็ดเล็ก,น้ำตาล และ ผงวุ้นเท่านั้น ไม่ใช่ขนมที่ใช้ส่วนผสมเลิศหรูอะไร แต่ที่รู้สึกนับถือคือ โอซาสะ สามารถทำให้ขนมที่มีส่วนผสมแค่สามอย่างที่กินที่ไหนก็ไม่น่าต่างกันมาก แต่กลับทำให้มีรสชาติที่แตกต่างจากโยคังทั่วไปอย่างชัดเจน จนมือสมัครเล่นอย่างเรากินเข้าไปยังรับรู้ได้ถึงความแตกต่างทันที ทำให้พอเข้าใจความรู้สึกของคนที่ไปรอต่อคิวตั้งแต่ตี4เลยค่ะ

โดยส่วนตัวผู้เขียนแล้ว แม้ว่าโยคังของโอซาสะจะอร่อยมาก แต่ก็ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของโยคังถึงขนาดจะต้องวิ่งไปต่อคิวบ่อยๆ แต่แน่นอนว่าหากนึกครึ้มอกครึ้มใจ อีกหลายๆเดือนหรือในปีหน้า ผู้เขียนจะต้องหาเวลาไปยืนเข้าคิวยามเช้าลุ้นเป็น 50คนแรกที่จะได้ทานโยคังของร้านเล็กๆแถวคิชิโจจิแห่งนี้อีกแน่ๆ รวมทั้งเกรงว่าการทานโยคังตามร้านขนมญี่ปุ่นอื่นครั้งต่อไป มาตรฐานของผู้เขียนจะสูงขึ้นอีกแล้วจากประสบการณ์เล็กๆในครั้งนี้

แถมโมนากะ

แถมโมนากะ

แถมท้ายด้านล่างนี้เป็นรีวิวขนมอีกอย่างหนึ่งของร้านนั่นก็คือ โมนากะถั่วแดงและถั่วขาวค่ะ

ตอบอย่างมือสมัครเล่นอีกเช่นเคยว่า โมนากะถั่วขาวอร่อยค่ะ ส่วนใส่ถั่วแดงรู้สึกเฉยๆมาก อาจจะเป็นเพราะทานโยคังข้างบนไปแล้วลิ้นเลยตีความว่าไส้ถั่วแดงนี้ยังไม่ได้ระดับเดียวกันกับข้างบน(ว่าไปนั่น) เอาเป็นว่าแนะนำโมนากะไส้ถั่วขาวในกรณีที่ต้องการลองอย่างอื่นด้วยก็แล้วกันนะคะ แน่นอนว่านอกจากนี้เหมือนทางร้านก็จะยังมีขนมอื่นๆอีกสองสามชนิด ซึ่งครั้งนี้ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสได้ลองค่ะ ในกรณีที่มาไม่ทันโยคัง ขนมอย่างอื่นเปิดขายทั้งวันดังนั้นสามารถแวะมาซื้อได้ตลอดเวลาค่ะ

เวลาทำการ 10:00 - 19:30 ร้านหยุดทุกวันอังคาร