All About Japan

การพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่น จากประสบการณ์จริง

ชีวิตในญี่ปุ่น เลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น

สารบัญ

1 ) รู้จักประเภทของโรงเรียนระดับอนุบาล
1.1 ) ศูนย์ดูแลเด็กอ่อน 'โชกิโบะโฮอิคุเอ็น' (小規模保育園) และ 'โชกิโบะโฮอิคุโจ' (小規模保育所)
1.2 ) ศูนย์เด็กเล็ก 'โฮอิคุเอน' (保育園) และ 'โฮอิคุโชะ' (保育所)
1.3 ) โรงเรียนอนุบาล 'โยจิเอน' (幼稚園)
1.4 ) เนิสเซอรี่กึ่งโรงเรียนอนุบาล 'นินเทย์โคโดโมะเอน' (認定こども園)
1.5 ) การรับฝากแบบชั่วคราว 'อิจิอะซุการิ' (一時預かり)

2 ) รายละเอียดการสมัครเข้าโรงเรียนโยจิเอน
2.1 ) ไปเยี่ยมชมโรงเรียน
2.2 ) การปฐมนิเทศ เข้าฟังข้อมูลของโรงเรียน
2.3 ) รับใบสมัคร
2.4 ) ส่งใบสมัคร
2.5 ) สัมภาษณ์
2.6 ) จดหมายด่วนแจ้งผล

3 ) ประสบการณ์จริงจากการนำลูกสมัครเข้าโรงเรียนโยจิเอน
3.1 ) Tip ในการเลือกโรงเรียน

2 ) รายละเอียดการสมัครเข้าโรงเรียนโยจิเอน

*กรณีที่ต้องการอ่านสรุปจากประสบการณ์จริง สามารถข้ามไปหน้าต่อไปได้เลยค่ะ

ส่วนนี้จะเป็นการแชร์ประสบการณ์การพาลูกสมัครเข้าโรงเรียนอนุบาลโฮอิคุเอนค่ะ เมื่อลูกอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด คืออายุครบ 3 ขวบก่อนเปิดภาคเรียน ก็สามารถสมัครเข้าโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

2.1 ) ไปเยี่ยมชมโรงเรียน

แต่ละโรงเรียนจะมีช่วงเวลาในการเปิดให้ผู้ปกครองที่สนใจได้เข้าชมโรงเรียน เข้าไปดูถึงห้องเรียนที่มีการเรียนการสอนจริง ซึ่งการเรียนในระดับอนุบาลที่ญี่ปุ่นจะค่อนข้างต่างจากที่ไทยค่ะ การเรียนการสอนของโงเรียนอนุบาลญี่ปุ่นจะเน้นการเล่นและทำกิจกรรมต่าง ๆ การฝึกช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน เช่น การฝึกใส่เสื้อผ้าด้วยตนเอง ปลูกผัก ร้องเพลง เต้น เล่นบทบาทสมมต และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยไม่ได้เน้นวิชาการอย่างการอ่านเขียนมากนัก ผู้ปกครองที่เข้าเยี่ยมชมโรงเรียนจะได้เห็นแนวทางกิจกรรมของโรงเรียน และจะตัดสินใจได้ว่าโรงเรียนนั้นแหละกับลูกหรือไม่ บางโรงเรียนจะต้องมีการจองตามวันและเวลาที่ทางโรงเรียนกำหนด สามารถจองได้ที่โรงเรียนหรือทางโทรศัพท์ ผู้ปกครองและเด็กสามารถเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกันกับครูที่โรงเรียน 1 ชั่วโมง เสมือนอยู่ในห้องเรียนจริงแบบมีผู้ปกครองอยู่ด้วย

2.2 ) การปฐมนิเทศ เข้าฟังข้อมูลของโรงเรียน

วันปฐมนิเทศก็จะมีการบรรยายข้อมูลที่เกี่ยวกับโรงเรียน เช่น ประวัติของโรงเรียน นโยบายของโรงเรียน กฎระเบียบและข้อบังคับ วันและเวลาที่เข้าเรียน เครื่องแบบของโรงเรียน จำนวนครูและนักเรียนในแต่ละชั้น ตารางกิจกรรมประจำปี บางโรงเรียนมีพาทัวร์เดินชมรอบโรงเรียน และบางโรงเรียนอาจจะมีการจัดการแสดงให้ชมโดยคุณครูของโรงเรียน (เป็นการแสดงศักยภาพของโรงเรียน)

2.3 ) รับใบสมัคร

โรงเรียนดัง ๆ จะมีการแจกใบสมัครของโรงเรียนที่มีจำนวนอย่างจำกัด ทำให้ผู้ปกครองอาจจะต้องมาต่อแถวรับใบสมัครจากโรงเรียนที่ตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ก่อนเวลานัดเป็นเวลานาน แต่โรงเรียนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องนี้ยกเว้นโรงเรียนดังมาก ๆ และรับเด็กจำนวนน้อย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีโรงเรียนน้อย เช่นบางเขตในโตเกียว กรณีที่ตั้งใจจะสัมภาษณ์มากกว่า 1 โรงเรียนขึ้นไป เวลาหรือคิวในการรับใบสมัครสำคัญมาก ต้องคำนวณให้ดี เพราะเวลาในการสัมภาษณ์อาจจะชนได้ และหลายโรงเรียนไม่อนุญาตให้เปลี่ยนเวลาสัมภาษณ์ได้ การรับใบสมัครมีค่าใช้จ่าย ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน โรงเรียนที่ไปสมัคร 2 แห่ง โรงเรียนใหญ่ราคา 7,000 เยน โรงเรียนเล็ก 3,000 เยน ค่าใช้จ่ายตรงนี้ผู้ปกครองต้องรับผิดชอบเอง

2.4 ) ส่งใบสมัคร

หลังจากกรอกเอกสารใบสมัคร พร้อมทั้งติดรูปเรียบร้อย ก็นำเอกสารไปยื่นที่โรงเรียนตามวันและเวลาที่ทางโรงเรียนกำหนด

2.5 ) สัมภาษณ์

2.5.1 ) การแต่งกาย
การแต่งกายในวันสัมภาษณ์สำคัญมาก ทั้งตัวผู้ปกครองและตัวเด็กเอง ญี่ปุ่นมีธรรมเนียมที่เป็นที่นิยมในการแต่งกายค่อนข้างชัดเจน คือเน้นชุดสุภาพ สีขาว สีดำ หรือสีน้ำเงิน
•คุณพ่อแต่งสูท ผูกเนคไท รองเท้าคัทชู
•คุณแม่เป็นชุดสุภาพ นิยมชุดเดรส สวมเสื้อคลุมหรือเสื้อสูทแขนยาวทับ ไม่นิยมใส่ถุงน่อง (ช่วงที่สัมภาษณ์อากาศเริ่มหนาวเพราะเป็นฤดูใบไม้ผลิ เป็นแม่คนต้องอดทนค่ะ TwT)
•ลูกชายเสื้อเชิ้ตสีขาว ใส่สเวตเตอร์ไหมพรมแขนกุด กางเกงขาสั้น รองเท้าคัทชู
•ลูกสาว ชุดเดรสแขนสั้น อาจมีเสื้อคลุมแขนยาวทับ รองเท้าสุภาพ
*ชุดที่เขียน เป็นธรรมเนียมที่คนญี่ปุ่นนิยมทำสืบต่อกันมา การโรงเรียนไม่ได้มีการระบุไว้ในเอกสาร การแต่งกายขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

2.5.2 ) การเตรียมคำตอบ
การเตรียมคำตอบสำคัญมาก คำถามส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับตัวเด็กเป็นสำคัญ เช่น ข้อดีและข้อด้อยของเด็ก ชีวิตประจำวันเป็นอย่างไร? การเตี้ยมคำตอบกับสามีเป็นสิ่งสำคัญและควรฝึกไว้ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์วันจริง เพราะเวลาในการสัมภาษณ์บางโรงเรียนมีน้อย หากนึกคำตอบไม่ทัน หรือตอบไม่ตรงประเด็นก็มีโอกาสที่เราจะไม่ได้ในกรณีที่มีผู้สมัครมากกว่าจำนวนที่รับ บางโรงเรียนมีขั้นตอนมากกว่าการถามตอบ อย่างโรงเรียนใหญ่มีการแยกกลุ่มเด็กจากกลุ่มผู้ปกครองไปยังอีกห้องหลังจากสัมภาษณ์ เพื่อดูปฏิกิริยาระหว่างลูกเราและเด็กคนอื่นว่ามีการปฏิสัมพันธ์อย่างไร ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 - 10 นาที

2.6 ) จดหมายด่วนแจ้งผล

เมื่อสัมภาษณ์เสร็จ บางโรงเรียนอย่างโรงเรียนเล็ก จะมีการโทรศัพท์แจ้งผลในวันนั้นเลย และจะมีการส่งจดหมายด่วนเพื่อเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการในวันถัดไป ส่วนโรงเรียนใหญ่จะมีการแจ้งผลแบบจดหมายด่วนเท่านั้น เพราะมีจำนวนนักเรียนมากจึงไม่สะดวกที่จะโทรศัพท์ติดต่อผู้ปกครองทุกคนในการแจ้งผล เมื่อได้เอกสารก็ยังไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ถ้าได้ก็ฉลองกะบครอบครัวรอจนกว่าจะมีเอกสารส่งมาจากทางโรงเรียนต่อไป