All About Japan

เเชร์ปสก.เข้าห้องICUที่ญี่ปุ่น

| ชีวิตในญี่ปุ่น , ทำงานในญี่ปุ่น
เเชร์ปสก.เข้าห้องICUที่ญี่ปุ่น

ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินที่ญี่ปุ่นควรทำอย่างไร ตั้งแต่เรียกรถพยาบาลญี่ปุ่น ห้องICUของญี่ปุ่นที่เคยเห็นแต่ในซี่รี่ย์ ไปจนถึงคุณหมอสุดเก่ง ห้องที่สะอาดสะอ้าน ของจริงจะเป็นยังไง เเพงไหม พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ทำยังไง เพิร์ธจะมาเล่าประสบการณ์จากที่ได้เข้าไปให้ฟังค่ะ!

ขอเกริ่นก่อนว่าประสบการณ์ที่จะเล่าต่อไปนี้ผู้เขียนประสบอุบัติเหตุเอง เจ็บเอง ไม่มีเเสตนอินไม่มีตัวเเสดงเเทนนะจ้ะ 5555
ตอนเวลา 4 ทุ่มกว่าๆ เพิร์ธลงจากบันไดที่ทำงานเเล้วเท้าดันลื่นบวกกับหน้ามืดด้วย เลยจับราวบันไดไม่ทัน ผลคือหัวโหม่งพื้นดัง "ปั้งงงงง!!!"

ลืมตาขึ้นมาอีกทีคือหัวกระเเทก เอวเคล็ด นอนราบกับพื้นเเถมขยับตัวไม่ไหว เนื่องจากตกจากบันไดมา 7 ขั้น คนที่บริษัทที่ได้ยินเสียงร้องโหยหวน (?) ของเพิร์ธก็รีบวิ่งกรูกันเข้ามาดู ทั้งคนที่อยู่ชัั้นบนเเละชั้นล่าง เนื่องจากว่าหัวกระเเทกเเละไม่ทราบว่ามีส่วนไหนของร่างกายหักหรือเคลื่อน จึงไม่มีใครมาจับตัวหรือย้ายไปไหน นอกจากเอาผ้าห่มมาคลุมขาให้(เพื่อกันหนาวเเละลดความเซ็กซี่ อิอิ) พร้อมกับโทรเรียกเบอร์ 119 ที่เป็นเบอร์เรียกรถพยาบาลเเละรถดับเพลิงของญี่ปุ่น

ก่อนอื่นเลยอย่างแรกที่ต้องรู้คือ เวลาโทรไปที่ 119 เขาจะถามว่า 火事ですか?救急ですか? คาจิเดสก๊ะ? คิวคิวเดสก๊ะ? ที่แปลว่า ไฟไหม้หรือฉุกเฉินค่ะ ในกรณีนี้ก็ตอบไปว่าฉุกเฉิน เขาก็จะถามที่อยู่เเละเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าวๆค่ะ พอบอกไปเขาก็จะส่งรถฉุกเฉินมารับ

เมื่อรถฉุกเฉินมาถึง ก็จะมีคนญี่ปุ่น 3-4 คนมาเช็คสติเเละอาการเรา อย่างเเรกที่เขาถามเลยคือชื่ออะไร พอเราตอบไปเเล้วเขาทราบว่าเป็นคนต่างชาติ เขาก็จะถามว่าสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้หรือไม่ ถ้าเกิดว่าพูดได้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ เขาจะถามอาการต่อไปว่าตกบันไดมาได้ยังไง อาการก่อนตกเป็นยังไง เจ็บตรงไหนบ้าง เอาส่วนไหนของร่างกายลง เเต่ถ้าหากว่าพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่จะทำการหาโรงพยาบาลที่มีคนสามารถพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆได้เพื่อเป็นล่ามเเละอำนวยความสะดวกค่ะ
เเล้วก็ทำการล็อคตัวเรา เคลื่อนย้ายลงเปลหาม เพื่อนำตัวไปส่งโรงพยาบาล

ประกันสุขภาพญี่ปุ่น

ประกันสุขภาพญี่ปุ่น

นี่คือหน้าตาบัตรประกันสุขภาพค่ะ

เมื่อขึ้นไปที่รถพยาบาล เขาก็จะถามเราว่าเรามีประกันหรือไม่ สำหรับคนที่ทำงานประจำอยู่ที่ญี่ปุ่นนั้นจะมีประกันสุขภาพ ประกันสังคมเเละสวัสดิการต่างๆที่ทางบริษัทให้ (เเต่ก็เเลกกับการจ่ายเงินมหาโหดทุกๆเดือน) ถ้ามีประกันการรักษาพยาบาลก็จะถูกลงเยอะเลยค่ะ เเล้วยิ่งเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานก็ไม่ต้องเสียเงินสักเยนเลยด้วย

เนื่องจากเพิร์ธเป็นพนักงานประจำจึงมีประกันเเละยื่นใบให้เขาไป ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเก็บข้อมูลในบัตรไปค่ะ ประกอบไปด้วยชื่อ วันเกิด หมายเลขประกัน ชื่อบริษัทในสังกัด เเต่ก็เขินตรงที่ชื่อไทยบ้านเรานั้นยาวมากกกก ต้องพูดถึงสามรอบกว่าเขาจะรู้เรื่องในระหว่างที่อยู่ในรถพยาบาล เจ้าหน้าที่ก็จะตามหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเเละยังเปิดอยู่ในช่วงเวลานั้น เเล้วก็คอยคุยกับเรา ถามไถ่อาการ วัดความดันต่างๆ รวมถึงเอาหน้ากากอ๊อกซิเจนมาครอบให้เราหายใจสะดวกขึ้นด้วย

ตรวจร่างกายในกรณีอุบัติเหตุ (ที่อาจจะมีส่วนไหนแตกหัก)

ตรวจร่างกายในกรณีอุบัติเหตุ (ที่อาจจะมีส่วนไหนแตกหัก)

เมื่อถึงที่โรงพยาบาลเเล้ว คุณหมอเเละพยาบาลก็จะถามเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนเดิมค่ะว่า เกิดอะไรขึ้น เจ็บตรงไหน อาการเป็นอย่างไร ตามด้วยวัดความดันให้เรา รวมถึงเจาะเลือดไปตรวจด้วยค่ะ ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะถูกถามว่ามีโอกาสที่จะท้องหรือไม่ (เนื่องจากถ้าเกิดท้องอาจจะทำการผ่าตัดสมองไม่ได้) จากนั้นคุณหมอก็จะมากดๆร่างกายเรา กดตรงกระดูกต่างๆ ตรงไขสันหลังว่าเจ็บส่วนไหนรึเปล่า พร้อมให้น้ำเกลือเเล้วพาไป CT Scan หลังจากนั้นก็ตรวจส่วนต่างๆของร่างกาย มีตอนที่ต้องถอดเสื้อเเละเสื้อในเพื่อตรวจด้วย คุณหมอเป็นผู้ชายสุดหล่อ ถึงเราจะเขินเเต่ก็ต้องร่วมมืออย่างดีค่ะเพราะว่าเจ็บ (ฮืออออ)

ในระหว่างที่รอผล พยาบาลก็จะพาเรากลับมาที่ห้อง ICU ที่สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนในซีรี่ย์เป้ะๆเลยค่ะ เเต่ที่ต่างจากที่คิดเอาไว้ว่าหมอญี่ปุ่นจะเนี้ยบๆดุๆ เเต่ในความเป็นจริงคือคุณหมอเเละพยาบาลใจดีมาก หัวเราะคิกคักกัน ดูรีเเลกซ์ สุภาพเรียบร้อย คอยมาถามเพิร์ธว่ามีอาการอยากจะอ้วกไหม อยู่ตลอด ....แต่เห็นหน้าคุณหมอก็อาการดีขึ้นมาเลยค่าาาาา อื้อหืออออ

เมื่อผลออกเเล้วเหมือนว่าจะไม่เป็นอะไร กระดูกไม่หัก หัวไม่มีเลือดคั่ง เเค่หัวโน ทางโรงพยาบาลก็มาเเจ้งข่าวเเล้วให้เรานอนพักสักพักจึงค่อยให้เราลองนั่งเเละลุกเดิน พอเราเดินได้เเล้ว ทางโรงพยาบาลก็ส่งกลับบ้าน เเล้วนัดดูอาการอีกทีพรุ่งนี้ค่ะ จริงๆต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลวันนั้นเลย เเต่เนื่องจากเลยเวลาเที่ยงคืนเเล้วทางธุรการจึงไม่สามารถคำนวนเงินได้ จึงให้ไปจ่ายพรุ่งนี้เเทนพร้อมกับให้กระดาษมาสามใบ คือใบผลตรวจเลือดสองใบ (ละเอียดม้ากก) กับใบนัดที่มีข้อควรระวังต่างๆเขียนไว้เช่นถ้าหากปวดหัวอยากอาเจียน หรือ มือเท้าเกร็งชา ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที

วันต่อมาก็มาที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจอาการเเละดูผลอีกรอบ ใบนัดเขียนเอาไว้ว่าให้มาตอน 8-11โมง (ปิดรับคิวตอน10.30) พอไปถึงก็ยื่นใบนัดให้กับเเผนกสอบถามของโรงพยาบาล เขาก็ขอดูบัตรประกันสังคม แล้วให้กระดาษใบคิวมาเพื่อให้เราไปรอที่หน้าห้องค่ะ เพิร์ธไปตอน10โมงก็ได้คิวเจอคุณหมอตอน12.00-12.30ค่ะ (อันนี้ก็เเล้วเเต่ระบบของเเต่ละโรงพยาบาลนะคะ เเต่โรงพยาบาลญี่ปุ่นนั้นไม่ได้เหมือนเมืองไทยที่สามารถเข้าไปพบเมื่อไหร่ก็ได้ จะต้องมีการจองล่วงหน้า)

หน้าห้องตรวจก็จะคนรออยู่มากมายหน้าจอทีวีค่ะ ซึ่งเป็นหน้าจอที่บอกว่าตอนนี้เรียกเบอร์นี้อยู่นะ ตอนนี้เวลาเท่าไหร่ ต่อไปจะเป็นเบอร์อะไร ซึ่งสะดวกสะบายมากๆเลยค่ะ เเถมที่โรงพยาบาลยังมีตู้กดน้ำ มีร้านกาเเฟสตาร์บัคให้ไปซื้อทานระหว่างรอด้วยค่ะ เมื่อถึงคิวของเราเเละเบอร์ที่เราถืออยู่ปรากฏที่หน้าจอเเล้ว เราก็ไปรอที่หน้าห้องจนกว่าพยาบาลจะเรียกให้เข้าไป พอเข้าไปปุ้บ คุณหมอก็โชว์ผลตรวจต่างๆให้เราดู พร้อมถามอาการของวันนี้ว่าเป็นยังไงบ้าง พอเสร็จเเล้วก็ให้เราไปจ่ายเงินค่ะ

ตอนจ่ายเงินก็ต้องไปต่อเเถวที่ธุรการค่ะ พอถึงคิวเราเเล้วก็ยื่นบัตรคิวให้ ทางธุรการก็จะถามว่าคุณหมอให้ยามารึเปล่า เเต่เพิร์ธไม่ได้ยาอะไรเลยมาค่ะ เขาก็บอกสรุปยอดที่ต้องจ่าย (ที่หักมาจากประกันเเล้ว) เเล้วก็ประมาณ 14,000เยน (ประมาณ 4,000 บาท เหมือนจะเยอะแต่ถ้าเทียบกับเงินเดือนที่ญี่ปุ่นแล้วไม่แพงมาก) เเต่ทว่าในกรณีของเพิร์ธนั้นเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในที่ทำงาน จึงฟรีค่ะ (ซึ่งที่ทำงานต้องนำเอกสารมายืนยันภายหลังด้วยว่าเราเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานจริงๆ) ค่ารักษาพยาบาลนี้ได้เเก่ค่าตรวจ ค่าเเสกนสมอง ค่าเเสกนร่างกาย เป็นต้นค่ะ แต่ว่าค่าใช้บริการรถพยาบาลฟรีค่ะ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเสียเงินเยอะนะคะ

จากที่ได้สัมผัสมาโรงพยาบาลญี่ปุ่นนั้นบริการดีมากๆค่ะ ทั้งสะอาด เป็นระเบียบ สะดวกสบาย เเต่ค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างเเพง โรงพยาบาลก็ไม่ได้เปิดตลอดในทุกๆที่ด้วย (วันหยุดก็มีค่ะ เเล้วเเต่ที่เเล้วเเต่เเผนก) อีกหนึ่งข้อเสียก็คือเขาพูดภาษาอังกฤษกันไม่ค่อยได้เลย ดังนั้นหากไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นก็จะลำบากมาก ต้องรอล่าม หรือไปโรงพยาบาลที่รองรับภาษาต่างชาติเท่านั้น ส่วนรถพยาบาลก็ไวสมคำร่ำลือ สามารถมารับเราเเละไปส่งถึงโรงพยาบาลได้ในเวลาไม่ถึง20นาทีเลยค่ะ

ยังไงก็ตาม อุบัติเหตุเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว เเต่เพิร์ธเเนะนำให้ทุกคนทำประกันอุบัติเหตุเอาไว้เวลามาเที่ยวญี่ปุ่น เนื่องจากเหตุเหล่านี้อาจเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ตั้งตัว เเละค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างเเพงค่ะ โดยเฉพาะในฤดูหนาวหากใครจะไปเล่นสกีหรือไปสถานที่ๆมีหิมะอาจลื่นล้มได้ง่ายต้องยิ่งระวังนะคะ

สำหรับใครที่อยากเตรียมตัวให้พร้อมรับเหตุต่างๆที่จะเกิดขึ้นในญี่ปุ่น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ค่ะ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมาเที่ยวญี่ปุ่นอย่างปลอดภัย ไม่ประมาท ทำประกันกันเอาไว้ด้วยนะคะ จะได้มาเที่ยวได้อย่างสบายใจค่า