All About Japan

บุฟเฟต์ซูชิอันดับ1 ที่ต้องรอนานถึง 6 ชั่วโมง!!

| ร้านอาหาร , ซูชิ
บุฟเฟต์ซูชิอันดับ1 ที่ต้องรอนานถึง 6 ชั่วโมง!!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อกันล่ะค่ะว่า...
ครั้งนี้กว่าที่ 'ผู้เขียน' จะได้ทานซูชิร้านดังร้านนี้ ก็ต้องรอต่อคิวกันนานถึง 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว!!

การรอทานซูชิ 6 ชั่วโมงนั้นอาจเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับร้าน "ซูชิมิโดริ"
ร้านซูชิชื่อดัง ที่ถูกจัดให้เป็นร้านบัฟเฟต์ซูชิอันดับ 1 ในโตเกียว (โดยเว็บ trip-s.world)

ร้านซูชิมิโดริ

ร้านซูชิมิโดริ

ร้านซูชิมิโดริ เป็นร้านซูชิที่ตั้งอยู่ในโตเกียว สถานี 'Umegaoka' (อ่านว่า อุเมะกาโอคะ, อักษรคันจิคือ 梅ヶ丘)
โดยมีชื่อร้านเต็มๆในภาษาญี่ปุ่นว่า "Sushi no Midori"

'ความพิเศษ' ของร้านซูชิมิโดริ ที่ไม่เหมือนใครนั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 สิ่ง ซึ่งนั่นก็คือ
1. ความสด ของวัตถุดิบที่ใช้
2. เทคนิค การปั้นที่เป็นเลิศ
3. การบริการด้วย หัวใจ ที่แท้จริง

ซึ่งผู้เขียนคิดว่า 3 สิ่งนี้เองที่ทำให้ร้านซูชิมิโดริกลายเป็นร้านซูชิยอดนิยมที่คงคุณภาพและครองใจชาวญี่ปุ่นหลายๆคน

ปัจจุบันร้านซูชิมิโดริมีทั้งหมด 10 สาขา และแบ่งเป็น 3 ประเภทร้าน ได้แก่
1. ร้านซูชิทั่วไป 8 สาขา
2. ร้านซูชิสายพาน 1 สาขา
3. ร้านขายซูชิสำหรับซื้อกลับบ้าน 1 สาขา (อยู่ที่สถานีอุเมะกาโอคะ)

โดยสาขาแรก หรือสาขาหลักนั้นอยู่ที่สถานีอุเมะกาโอคะ ซึ่งเป็นร้านที่ผู้เขียนได้ไปรับประทานมานั่นเองค่ะ

สามารถดูรายละเอียดร้านซูชิมิโดริสาขาอื่นๆเพิ่มเติมได้ (*มีข้อมูลภาษาอังกฤษค่ะ)

- www.sushinomidori.co.jp (อังกฤษ)

ซูชิบัตรคิว! ต้องมากดที่ร้านเท่านั้น ไม่มีการจองล่วงหน้า

ครั้งนี้ผู้เขียนได้มาทาน บุฟเฟต์ซูชิ ซึ่งเป็นเมนูขอบคุณคุณลูกค้าที่มีเฉพาะที่ร้านซูชิมิโดริ สาขาสถานีอุเมะกาโอคะเท่านั้นค่ะ
และบัฟเฟต์ซูชินี้ จะมีเฉพาะวันจันทร์เท่านั้น! (โดยไม่รวมวันจันทร์ที่เป็นวันนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดราชการ) หมายความว่า หากใครต้องการทานบัฟเฟต์ซูชิที่ร้านซูชิมิโดริ จะต้องมาเฉพาะวันจันทร์ที่ไม่ใช่วันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ ควรเช็คปฏิทินก่อนมานะ

เมื่อมาถึงร้าน...สิ่งแรกที่ควรทำคือ "การไปกดบัตรคิว" ค่ะ
โดยตู้กดบัตรคิวจะอยู่ตรงหน้าร้านด้านขวามือ อย่าเผลอไปต่อคิวโดยไม่กดบัตรคิวเด็ดขาดนะคะ

ตู้กดบัตรคิว
ตรงนี้อาจจะตื่นเต้นสักหน่อยสำหรับเพื่อนๆคนไทย เพราะมีเฉพาะภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษเพียงแค่เล็กน้อย
แต่เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ

วิธีกดบัตรคิว
1. กดไปที่ปุ่มสีน้ำเงินด้านขวาบนที่หน้าจอที่เขียนว่า 受付 (*หากมีภาษาอังกฤษจะดูภาษาอังกฤษแทนก็ได้ค่ะ)
2. ต่อไปให้เลือกจำนวนคนที่มาด้วยกันทั้งหมด
3. เลือกชนิดของที่นั่ง ได้แก่
(3.1)โต๊ะ
(3.2) เคาน์เตอร์ (จะค่อนข้างแคบ แต่สามารถมองเห็นเชฟตอนทำซูชิได้)
(3.3) แบบไหนก็ได้ (ได้ทั้งโต๊ะและเคาน์เตอร์)
4. เลือกชั้นที่ต้องการรับประทาน
(4.1) ชั้นที่ 1
(4.2) ชั้นที่ 2
(4.3) ชั้นไหนก็ได้
5. หน้าจอจะแสดงข้อมูลที่เราเลือก (ให้เราเช็คข้อมูลอีกทีเป็นครั้งสุดท้าย)
6. กดปริ๊นท์บัตรคิว

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

บัตรคิวที่ 146 !! กับการรอคอยถึง 6 ชั่วโมง

บัตรคิวที่ 146 !! กับการรอคอยถึง 6 ชั่วโมง

คืนก่อนมาทานบัฟเฟต์ซูชิ ผู้เขียนได้ทำการหาข้อมูลเตรียมพร้อม โดยทราบว่าร้านจะเปิดทำการเวลา 11:00 นาฬิกา
จึงตั้งใจมารอกดบัตรคิวเวลา 10:15 นาฬิกา แต่โชคร้ายที่ตื่นสาย ทำให้ผู้เขียนมาถึงร้านเวลา 10:50 นาฬิกาค่ะ

การมาถึงก่อนร้านเปิดเพียง 10 นาทีนั้นไม่ได้ทำให้ผู้เขียนโชคดีแต่อย่างไรเลยค่ะ กลับได้คิวช้าไปอีกเป็นคิวที่ 146 ! (วันที่ผู้เขียนไปทานมีถึง 266 คิวเลยค่ะ) ตอนแรกผู้เขียนตกใจเล็กน้อย นึกปลอบใจตนเองว่าอาจจะต้องรอแค่ 1-2 ชั่วโมง แต่หลังจากผ่านไปแล้ว 3 ชั่วโมง เมื่อพนักงานออกมาเรียกลูกค้าท่านอื่นๆก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงคิวของผู้เขียนเลย

ผู้เขียนจึงลองมาคำนวนคณิตคิดไวในหัวเล่นๆและได้คำตอบที่ว่า อาจจะต้องรอต่ออีก 2-3 ชั่วโมง จึงตัดสินใจไปช้อปปิ้งเพื่อเป็นการฆ่าเวลาที่ฮาราจุกุค่ะ

Tips เล็กน้อยสำหรับการจองและการรอแบบโปร
ผู้เขียนมีทิปส์มาฝากกันค่ะ ซึ่งนั่นก็คือการจองล่วงหน้าผ่านทางอินเทอร์เนตโดยไม่ต้องมากดบัตรคิว (น่าเสียดายที่ผู้เขียนมาทราบเมื่อสายไปแล้ว) การจองล่วงหน้าสามารถทำได้โดยการสมัครเป็นสมาชิกที่ https://epark.jp และกดจองล่วงหน้าที่ https://epark.jp/reserve/wait/reserve_new/8682

เมื่อสามารถเช็คคิวและคำนวนเวลาในการรอได้ทางมือถือ จะสามารถไปฆ่าเวลาที่ไหนก็ได้! เพียงแค่แสกนบาร์โค้ดที่ได้มาจากบัตรคิว แล้วทำตามขั้นตอน! (*สามารถเลือกให้แจ้งเตือนก่อนถึงคิวเราผ่านทางไลน์ได้*) รายละเอียดเกี่ยวกับการเช็คคิว สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://epark.jp/detail/wait/8682?widgetimp=1