All About Japan

โอยามะ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์กลางหุบเขาลึก

| วัด และ ศาลเจ้า , Kanagawa
โอยามะ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์กลางหุบเขาลึก

โอยามะ (大山) เป็นสถานที่ชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดคานากาว่า ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขา และวิวทิวทัศน์อันงดงามตลอดทางขณะที่เดินขึ้นไปบนเขาแห่งนี้ ทำให้ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ห้ามพลาดหากคุณมีเวลาที่จะมาเที่ยวยังจังหวัด "คานากาว่า" ครับ

ภูเขาโอยามะเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดคานากาว่า เป็นสถานที่ชื่อดังแห่งหนึ่งที่เหมาะแก่การเดินขึ้นเขาเพื่อออกกำลังกาย สำหรับคนที่อยากจะฝึกปีนเขาด้วยทางที่ไม่ลาดชันมาก เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับมือใหม่และสำหรับผู้สูงอายุที่ยังอยากท้าทายอายุของตัวเอง

เส้นทางการขึ้นเขาไม่ได้เรียบง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาแห่งนี้ที่ขึ้นชื่อในการขอพรด้านสุขภาพนั้น ทำให้ภูเขาแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย น่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่งครับ

การเดินทาง

การเดินทาง

หากคุณพักอยู่ที่โตเกียว คุณสามารถเริ่มการเดินทางได้จากสถานีชินจูกุ (新宿駅) เพื่อขึ้นรถไฟสายโอดาคิว (小田急線) มาลงที่สถานีอิเซฮาระ(伊勢原駅) ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาน 1 ชั่วโมงด้วยกัน

*ข้อควรระวัง* รถไฟโอดาคิวนั้น จะมีปลายทางหลักๆด้วยกัน 2 ทางก็คือรถที่ไปสถานี โอดาวาระ(小田原駅) และ รถที่ไปสถานีฟูจิซาวะ (藤沢駅) ซึ่งหากเราจะเดินทางไปโอยามะแล้วล่ะก็จะต้องไปด้วยรถไฟที่มีจุดหมายที่สถานีโอดาวาระครับ หากเผลอขึ้นผิดไปลงที่ฟูจิซาว่าละก็ เราสามารถเปลี่ยนสายรถไฟได้ก่อนถึงซากามิโอโนะ (相模大野駅) ได้ครับ แต่ถ้าหากเลยจากสถานีนี้ไปแล้ว จะต้องนั่งย้อนกลับมาอีกรอบ ซึ่งอาจจะเสียเวลามาก เพราะฉะนั้นขอให้ระวังให้ดีๆนะครับ

รถที่จะไปที่สถานีอิเซฮาระได้นั้น มีทั้งหมด 3 ปลายทางด้วยกันได้แก่ รถที่ปลายทางอยู่ที่สถานีฮาดาโนะ (秦野駅) สถานีชินมัทซึดะ (新松田駅) และสถานีโอดาวาระ(小田原駅) ครับ ขอให้ระวังให้ดีนะครับ

ต่อรถบัส

ต่อรถบัส

หลังจากลงที่สถานีอิเซฮาระแล้ว ให้ออกจากชานชาลามา ซึ่งจะสามารถออกได้ทางเดียว แล้วเดินออกประตูทางด้านซ้ายซึ่งก็คือประตูเหนือ (Isehara North gate) ก็จะเป็นทางออกไปสู่สถานีรถบัสครับ ให้เดินมารอรถสาย 10 ซึ่งจะเดินทางไปสู่สถานีปลายทาง สถานีโอยามะเคเบิ้ล (大山ケーブル) ครับ

ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที ก็จะถึงที่หมายซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวภูเขาโอยามะของเรานั่นเองครับ

เริ่มการเดินทาง!!

เริ่มการเดินทาง!!

เมื่อเดินทางมาถึงที่ป้ายรถเมย์ของสถานีโอยามะเคเบิ้ลแล้ว เราจะต้องเดินผ่านหมู่บ้านขึ้นไปกันครับ ซึ่งเราสามารถเดินตามคนที่ลงที่เดียวกับเราได้เลยครับ เนื่องจากคนส่วนใหญ่น่าจะมีจุดหมายเดียวกันอย่างแน่นอน

ที่หมู่บ้านนั้นตลอดทางจะมีป้ายบอกทางสำหรับเดินทางไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อขึ้นเขาเกือบตลอดทางครับ ซึ่งรายทางนั้นจะเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายของฝากครับ ซึ่งของดังของที่นี่ก็คือ "ลูกข่าง" นั่นเองครับ ถ้าใครสนใจสามารถซื้อได้เลยนะครับ มีรูปแบบหลากหลายให้เลือกสรรกันเลยทีเดียว

จุดเริ่มต้นการขึ้นเขาของเราจะอยู่ที่ ศาลเจ้าเล็กๆแห่งนี้ครับ โดยเสน่ห์ในการขึ้นเขาของที่นี่นั้นก็คือ ที่นี่จะแบ่งเส้นทางออกเป็น 2 เส้นทางครับ เป็นเส้นทางสำหรับผู้ชายและเส้นทางสำหรับผู้หญิง
โดยทั้งสองเส้นทางจะมาบรรจบกันที่สถานที่ใหญ่ๆ เหมือนกันครับ ดังนั้นไม่ว่าจะขึ้นทางไหนก็จะสามารถเที่ยวชมภูเขาได้เช่นกันนะครับไม่ต้องห่วง

โดยทางของผู้หญิงนั้น จะสั้นและลาดชันน้อยกว่าเส้นทางของผู้ชายครับ ซึ่งทางเราขอแนะนำว่าใครที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือเดินระยะไกลบ่อยๆ อย่าเลือกเดินเส้นทางผู้ชายนะครับ เพราะมันลำบากจริงๆ ผู้เขียนเองก็เดินเส้นทางของผู้หญิงเป็นประจำครับ (เขินเล็กน้อยถึงปานกลาง)

และหากใครที่ไม่สะดวกเดิน ที่นี่มีบริการเคเบิ้ลคาร์ด้วยนะครับ โดยราคาสูงสุดคือ ขึ้นไปจอดที่ศาลเจ้าโอยามะอะฟุริ (大山阿夫利神社) ราคา 1100เยนครับ

เมื่อกำหนดเส้นทางการเดินทางได้แล้ว ก็สามารถออกเดินทางได้เลยครับ ซึ่งทางเราขอแนะนำเป็นเส้นทางสำหรับท่านผู้หญิงนะครับ เพราะจะเป็นเส้นทางที่เดินทางได้สะดวกกว่า โดยตลอดทางจะเป็นเส้นทางที่สร้างขึ้นอย่างสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ แต่ก็เดินง่ายไม่ต้องกลัวอุบัติเหตุครับ

เมื่อคุณเดินขึ้นมาเจอก้อนหินสลักรูปพระนักบวชดังที่เห็นในรูปแล้วล่ะก็ ขอให้รู้ได้เลยว่ากำลังจะมีจุดพักเล็กๆ ให้คุณหยุดพักแล้วล่ะครับ

โดยจุดพักดังกล่าวก็คือศาลเจ้าขนาดเล็กๆ ที่คุณสามารถสักการะเจ้าป่าเจ้าเขาผู้ดูแลภูเขาแห่งนี้ได้ หน้าตาแบบนี้เลยครับ

จากนั้นเรามาเดินทางกันต่อขึ้นไปอีกเพียงเล็กน้อย ก็จะพบกับบันไดที่ขึ้นสู่จุดเช็คพ้อยท์ใหญ่แห่งแรกของการเดินทางครั้งนี้ครับ

วัดโอยามะแห่งภูเขาอาบุริ (雨降山大山寺) แห่งนี้เป็นวัดชื่อดังแห่งแรกที่เราจะแนะนำครับ หากคุณเดินทางขึ้นมาถึงวัดแห่งนี้แล้วล่ะก็ขอให้รู้ได้เลยว่าคุณได้เดินทางมาถึงครึ่งทางของการเดินทางแล้วล่ะครับ

เมื่อสมัยก่อนที่ภูเขาโอยามะแห่งนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า "ภูเขาแห่งฝนโปรยปราย" หรืออาบุรินั่นเองครับ เพื่อเป็นการขอบคุณเทพเจ้าที่ประทานฝนมาให้ตลอด จึงมีการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อสักการะเทพเจ้า เป็นวัดที่เก่าแก่เป็นอย่างมากของภูเขาแห่งนี้ครับ

จากตรงนี้เราสามารถเดินทางต่อขึ้นไปตามทางได้ทันทีเลยครับ โดยระหว่างทางต่อจากนี้จะไม่มีจุดแวะพักแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทุกคนอดทนและสู้ต่อไปจนถึงจุดหมายด้านบนของเราให้ได้นะ โดยระหว่างไปเคเบิ้ลคาร์จะมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมซ่อนอยู่ด้วยนะครับ หากใครต้องการสักการะเจ้าแม่กวนอิม ก็ขอให้แวะไปกราบไหว้กันได้เช่นเดียวกันครับ

เมื่อเราเดินมาถึงจุดสูงสุดแล้ว เราจะเจอบันไดขึ้นศาลเจ้าโอยามะอะฟุริครับ ซึ่งตรงตีนสะพานจะมีร้านอาหาร 2 ร้านตั้งอยู่ คุณป้าที่ดูแลร้านทั้งสองร้านใจดีมากครับ เขาจะมายืนต้อนรับพวกเรา เหล่านักเดินทาง พร้อมกับเสิร์ฟน้ำเย็นๆให้พวกเราฟรีๆ เลยนะครับ ดังนั้นถ้ามีเวลาก็แวะอุดหนุนคุณป้าทั้งสองร้านหน่อยนะครับ

เมื่อพักเหนื่อยเรียบร้อยก็เดินขึ้นบันไดไปเพื่อสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าโอยามะอาฟุริ (大山阿夫利神社) กันครับ โดยอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ที่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าชื่อดังสำหรับขอพรเรื่องสุขภาพครับ ใครที่เจ็บไข้ได้ป่วยหากมาเดินทางขึ้นเขาแห่งนี้เพื่อมาขอพรก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง หากญาติใครป่วยอยู่ หากเดินทางมาขอที่นี่ก็จะหายอย่างรวดเร็ว อีกทั้งหากใครที่สุขภาพแข็งแรงอยู่แล้วมาขอที่นี่ก็จะทำให้อายุยืนขึ้นอีกด้วยนะครับ

อย่าลืมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เด็ดขาด!!

อย่าลืมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เด็ดขาด!!

โดยที่ใต้อาคารของศาลเจ้าแห่งนี้จะมีน้ำพุซึ่งเราสามารถเก็บน้ำมาดื่มหรือใช้ชำระร่างกายได้ เขาเชื่อกันว่าการดื่มน้ำหรือชำระล้างร่างกายด้วยน้ำจากที่นี่ จะสามารถรักษาบาดแผล รักษาโรคภัยต่างๆ และทำให้สุขภาพแข็งแรงเหมือนเดิมได้ครับ โดยเราจะเตรียมขวดบรรจุน้ำมาเองก็ได้ หรือซื้อจากทางศาลเจ้าก็ได้เช่นกันครับ

และเครื่องรางเรื่องสุขภาพของที่นี่ก็ขลังมากๆเช่นเดียวกัน อย่าลืมดูนะครับ

เวลาที่เหมาะสม

เวลาที่เหมาะสม

ที่โอยามะแห่งนี้จะมีคนมานิยมปีนกันมากในช่วงฤดูร้อนและช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีครับ เพราะ 80-90เปอร์เซ็นของต้นไม้บนภูเขาแห่งนี้เป็นพืชผลัดใบ ทำให้เวลาฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ภูเขาแห่งนี้จะถูกปกคลุมไปด้วยสีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเขียวสลับกันไปมาอย่างงดงามทีเดียวเลยล่ะครับ

ดังนั้นแล้ว หากใครมีเวลาเหลือจากการท่องเที่ยวโตเกียว หรือมีโอกาสมาเยี่ยมชมที่จังหวัดคานากาว่าแล้วล่ะก็ อย่าลืมมาแวะชมที่โอยามะแห่งนี้นะครับ