All About Japan

การพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่น ภาค 3 : เทคนิคติดของใช้ลูก และรีวิวประสบการณ์

รู้ลึกเรื่องญี่ปุ่น ชีวิตในญี่ปุ่น เรียนต่อญี่ปุ่น เลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น
การพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่น ภาค 3 : เทคนิคติดของใช้ลูก และรีวิวประสบการณ์

ภาคสุดท้ายของการพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่นฉบับไตรภาคแล้วนะคะ (อย่างกับหนัง 555) สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านภาค 1 และภาค 2 สามารถคลิกลิงก์เข้าไปอ่านตรงสารบัญกันได้นะคะ ตอนนี้แม่บ้านเขียนไว้ทั้งหมด 4 บทความ

สารบัญ

1 ) เทคนิคการติดชื่อฉบับแม่บ้าน

2 ) เล่าประสบการณ์
2.1 ) เตรียมความพร้อมผู้ปกครองและเด็ก
2.2 ) พิธีเปิดการศึกษา
2.3 ) ประสบการณ์การไปโรงเรียนของลูก
∙ เดือนเมษายน - มิถุนายน 2021
∙ เดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน 2021
∙ เดือนธันวาคม 2021 - มีนาคม 2022

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับโรงเรียนอนุบาลญี่ปุ่น
การพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่น ภาค 1 : อนุบาลญี่ปุ่นเป็นอย่างไร?
การพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่น ภาค 2 : เอกสาร และของใช้ในโรงเรียน
การพาลูกเข้าอนุบาลที่ญี่ปุ่น ภาคพิเศษ : การติดต่อระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง

1 ) เทคนิคการติดชื่อฉบับแม่บ้าน

ของใช้ในโรงเรียนต้องมีการติดป้ายชื่อทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะเสื้อผ้า ถุงเท้าทุกข้าง รองเท้า ของใช้ทุกอย่าง แม้แต่ถุงพลาสติกใสยังต้องมีชื่อกำกับไว้ค่ะ เพราะว่าของเด็กในโรงเรียนปนกันบ่อยมาก ความลิงของเด็ก ๆ อ่ะเนอะ ครูก็ต้องรับมือเด็กด้วย ดูแลเด็กด้วย จะมานั่งจำว่าของใครเป็นของใครคงไม่ไหวค่ะ ต้องเขียนกำกับชื่อไว้ทุกชิ้นจริง ๆ วันนี้แม่บ้านเลยขอแนะนำวิธีที่แม่บ้านใช้ในการติดชื่อว่าเป็นลูกอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

1.1 ) ตัวปั้มชื่อ (名前スタンプ)

1.1 ) ตัวปั้มชื่อ (名前スタンプ)

หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าแผนกของใช้เด็กได้เลยค่ะ ตัวปั้มจะมากับตรายางตัวอีกษร และหมึกชนิดพิเศษแบบไม่เป็นพิษกับเด็กค่ะ หาซื้อง่าย ใช้งานสะดวก รวดเร็ว สามารถเปลี่ยนชื่อหรือตัวอักษรที่ต้องการปั้มได้ตลอดเวลา

เหมาะสำหรับ : มาสก์ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป บนพื้นผิววัสดุที่ใช้แล้วทิ้ง

1.2 ) สติ้กเกอร์แบบปริ้นท์เอง (ปริ้นท์ผ่านเครื้องปริ้นท์)

1.2 ) สติ้กเกอร์แบบปริ้นท์เอง (ปริ้นท์ผ่านเครื้องปริ้นท์)

ปัจจุบันคนญี่ปุ่นนิยมทำเองที่บ้าน มีสติ้กเกอร์มากมายหลากหลายแบบให้เลือก แบบเนื้อด้าน แบบเคลือบ ใช้ได้หลากหลาย แต่ข้อเสียคืออยู่ไม่ค่อยทนเท่าไหร่ ใช้ไปนาน ๆ สติ้กเกอร์หลุดหรือลอกได้

เหมาะสำหรับ : และอุปกรณ์ของใช้ กล่องข้าว ขวดน้ำ

1.3 ) สติ้กเกอร์แบบจ้างปริ้นท์

1.3 ) สติ้กเกอร์แบบจ้างปริ้นท์

สำหรับคนที่ไม่มีเครื่องปริ้นท์เป็นของตนเอง แล้วอยากได้สติ้กเกอร์ชื่อลูกที่อึดถึกทน สามารถใช้คีย์เวิร์ด “子供 名前 シール” ค้นหาผ่านบน Google หรือบน Amazon ได้เลยค่ะ มีแบบให้เลือกหลากหลายน่ารักทั้งนั้นเลยค่ะ ทั้งลายสำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย พอสั่งทำเสร็จเขาจะส่งมาที่บ้าน สะดวกมาก สติ้กเกอร์ที่ทำจากร้านส่วนใหญ่จะทนมาก ติดบนกล่องข้าวเข้าเครื่องล้างจานไม่หลุด ไม่จาง ใช้ได้ทนไปยาว ๆ เลยค่ะ

เหมาะสำหรับ : และอุปกรณ์ของใช้ กล่องข้าว ขวดน้ำ

1.4 ) เครื่องปริ้นท์สติ้กเกอร์แบบพกพา (ラベルライター)

1.4 ) เครื่องปริ้นท์สติ้กเกอร์แบบพกพา (ラベルライター)

นี่เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เพื่อนชาวต่างชาติเคยบอกกับแม่บ้านว่าเป็นสิ่งที่ชอบมาก จนทุกวันนี้ไม่มีติดบ้านคือไม่ได้เลย มีหลากหลายยี่ห้อมาก ส่วนตัวแม่บ้านใช้ยี่ห้อ Tepra ค่ะ ตัวเทปมีขนาด สี และวัสดุของเทปที่หลากหลาย ใช้ง่าย ใช้งานได้หลากหลาย แม่บ้านใช้เครื่องเทปนี้ในการพิมพ์ชื่อของซอสต่าง ๆ ที่ไว้ในห้องครัวด้วยค่ะ รวมถึงแปะสติ้กเกอร์ไว้หน้าลิ้นชักว่าข้างในมีอะไรบ้าง

เหมาะสำหรับ : และอุปกรณ์ของใช้ กล่องข้าว ขวดน้ำ

1.5 ) ผ้าปริ้นท์รีดร้อน (ปริ้นท์ผ่านเครื้องปริ้นท์)

1.5 ) ผ้าปริ้นท์รีดร้อน (ปริ้นท์ผ่านเครื้องปริ้นท์)

อันนี้แม่บ้านเลิฟมากกก แนะนำของยี่ห้อ A-One เพราะลายมือแม่บ้านแย่มาก ๆ ค่ะ จะเขียนก็กลัวไม่สวย เลยออกแบบลวดลายเฉพาะตัวแล้วใส่ชื่อลูกเข้าไป ส่วนใครที่ออกแบบไม่เป็น ให้เข้าเว็บไซต์บนแพ็คเกจแล้วเราจะเลือกดีไซน์เลือกฟอนต์ได้เอง แล้วสั่งปริ้นท์ พอปริ้นท์เสร็จก็ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ สำหรับใครที่กลัวหมึกเลอะก็แกะกระดาษด้านหลังแล้วเอาไปละลายน้ำให้สีส่วนเกินออกไปก่อน แล้วถึงนำมารีดบนเสื้อหรือผ้าที่เราต้องการจ้า

เหมาะสำหรับ : เสื้อผ้า เสื้อ กางเกง กางเกงใน ถุงเท้า กระเป๋าผ้า

1.6 ) ปากกา

1.6 ) ปากกา

ไม่มีอะไรง่ายไปกว่าเขียนด้วยมือของเราแล้วค่ะ มีหลากหลายแบบ หาซื้อได้ทั่วไปในแผนกเครื่องเขียน ควรเลือกใช้ปากกาให้ถูกกับวัสดุ เช่น ปากกาสำหรับเขียนผ้า ปากกาสำหรับเขียนบนสิ่งของ เดี๋ยวนี้แม่บ้านเห็นซื้อปากกาเขียนผ้าพร้อมกับปากกาเขียนวัสดุ แถมฟรีแผ่นเพลทตัวอักษรฮิรากานะแบบพลาสติกแข็ง ซึ่งช่วยแม่บ้านได้มาก เพราะแม่บ้านเขียนไม่สวยเลยค่ะ แฮร่...

เหมาะสำหรับ : เสื้อผ้า และอุปกรณ์ของใช้ทุกชนิด