All About Japan

ลุยที่เทียวบนรถไฟสาย Nagahori Tsurumi-Ryokuchi

| รถไฟใต้ดิน , Osaka
ลุยที่เทียวบนรถไฟสาย Nagahori Tsurumi-Ryokuchi

รถไฟใต้ดินชื่อยาวสาย Nagahori Tsurumi Ryokuchi (สายสีเขียวอ่อน) เป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินของโอซาก้าที่ดำเนินงานโดย Osaka Metro มีสถานีให้บริการทั้งหมด 17 สถานี โดยสถานีต้นทางคือสถานี Taisho และสถานีปลายคือสถานี Kadoma-Minami ตัวย่อสถานีขึ้นต้นด้วยตัว N ที่ย่อมาจาก Nagahori

Nagahori Tsurumi-Ryokuchi Line

[N-12] สถานีโดม-มาเอะ จิโนซากิ (Dome-mae Chiyozaki Station)

จุดเด่นสำคัญที่สุดคือการเป็นสถานีที่อยู่ใกล้กับสนามกีฬา และติดแม่น้ำ ภายในสถานีโดม-มาเอะ จิโนซากิ มีการติดป้ายโฆษณาทีมเบสบอส Osaka ORIX Buffaloes อยู่เต็มไปหมด เพราะนี่เป็นสถานีที่อยู่ใกล้กับเคียวเซระโดม (Kyocera Dome Osaka) มากๆ เรียกว่าออกประตูมาก็เจอทันที ส่วนบริเวณรอบๆ สถานีนอกจากจะมีห้างอิออน เคียวเซระโดม และร้านอาหารต่างๆ แล้วยังอยู่ใกล้แม่น้ำชิรินาชิ (Shirinashi River) ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัยที่มีตึกอพาร์ทเมนต์สูงๆ เรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศน่าอยู่และอากาศดี

Kyocera Dome Osaka
ใครที่อยากลองดูเบสบอลที่ญี่ปุ่น ต้องลองมาที่นี่ เพราะเคียวเซร่าโดมคือสนามเบสบอลที่เป็นสนามเหย้าของทีมโอซาก้า โอริกซ์ บัฟฟาโล่ส์ (Osaka ORIX Buffaloes) ที่จุคนได้มากกว่า 36,000 คน และยังเป็นสถานที่จัดงานอีเว้นต์มากมาย ตั้งแต่คอนเสิร์ต รวมไปถึงกีฬาชนิดต่างๆ ด้วย ด้านในโดมมีการจัดเป็นนิทรรศการของทีม ORIX Buffaloes ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา โชว์ผลงานของผู้เล่นคนสำคัญต่างๆ ในส่วนของห้าง Stadium Mall จะมีโซนร้านค้าเสื้อผ้าและของที่ระลึกที่เป็นทางการของทีม และถัดไปเป็นโซนเกม ซึ่งเป็นเกมที่เกี่ยวกับเบสบอลต่างๆ สำหรับร้านอาหารนั้นมีบริการตลอดทางในโดม ส่วนใหญ่เป็นฟาสต์ฟู้ดเพื่อสะดวกต่อผู้ชมที่เข้ามาดูการแข่งขัน แต่ก็มีร้านอาหารที่เป็นร้านนั่งสบายๆ ร้านเบียร์ และบาร์ซึ่งสามารถนั่งชมการแข่งได้ชัดเป็นมุมกว้างผ่านกระจกบานใหญ่ และชั้น Sky Hall มีอควาเรียมเล็กๆ ที่ตู้โชว์ปลามีการเล่นแสงสีแบบอาร์ตๆ สวยงามมาก และเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ ด้วย

[N-15] สถานีชินไซบาชิ (Shinsaibashi Station)

สถานีชินไซบาชิแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าและร้านแบรนด์เนมชื่อดัง อย่างเช่น ห้างไดมารุ (Daimaru) ช็อปของแบรนด์เนมชื่อดังและอีกมากมายที่ตั้งอยู่ในตึกทันสมัย บรรยากาศหรูหราน่าเดิน เป็นย่านช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของโอซาก้า นอกจากนี้ ตัวสถานีชินไซบาชิเองก็เชื่อมต่อกับย่านการค้าใต้ดิน คริสตัล นางาโฮริ (Crysta Nagahori) ที่กว้างขวางมาก เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมายกว่า 200 ร้านตลอดสองฝั่งทางเดินยาว 860 เมตร

Amerika Mura
หมู่บ้านอเมริกัน (Amerika Mura) เป็นย่านวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยร้านขายสินค้าแฟชันและวัฒนธรรมสไตล์ตะวันตก มีทั้งของที่ผลิตในญี่ปุ่นเองและสินค้านำเข้าจากอเมริกา สินค้าต่างๆ มีราคาถูกและหลากหลายกว่าที่คิด มีพวกเสื้อผ้าแนวๆ คล้ายกับย่านฮาราจูกุ การตกแต่งของแต่ละร้านก็เป็นสถาปัตยกรรมแบบอเมริกัน รวมถึงบรรยากาศของย่านนี้ด้วย จุดเด่นของย่านคือร้านค้าที่ตกแต่งสไตล์อเมริกัน และภาพฝาผนังที่เป็นภาพวาดมนุษย์นกสยายปีกพร้อมกับคำว่า PEACE ON EARTH บนตึกตรงใจกลางย่านหมู่บ้านอเมริกัน ใกล้ๆ กันนั้นเป็นสวนสาธารณะซังกากุ (Sankaku Park) ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจและเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของพวกวัยรุ่นที่มักแต่งตัวกันแบบแนวฮิปฮอป ร็อค พังก์ ไปจนถึงแต่งคอสเพลย์ และยังมีพื้นที่สำหรับแสดงดนตรีสดที่พวกวัยรุ่นจะมาโชว์ฝีมือกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

[N-17] สถานีมัตสึยะมาจิ (Matsuyamachi Station)

สถานีมัตสึยะมาจิ ขึ้นมาใจกลางย่านถนนมัตสึยะมาจิสุจิ (Matsuyamachi-suji) โดยริมถนนโดยตรงเลยจะมีย่านการค้าน่าชมคือ มัชชะมาจิ (Maccha Machi) ซึ่งเป็นชื่อที่มาจากมัตสึยะมาจิ แต่ออกเสียงแบบเด็กๆ ที่พูดไม่ชัด

ในย่านการค้ามีบรรยากาศเก่าๆ เต็มไปด้วยร้านขายของเก่าๆ และที่สำคัญคือ ร้านของเล่นหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นลูกแก้ว ห่วงยาง ปืนฉีดน้ำ ตุ๊กตาสำหรับวันเด็ก และดอกไม้ไฟ เป็นต้น แม้ช่วงหลังๆ มานี้ ร้านค้าโบราณจะน้อยลงเพราะตึกกลายเป็นแมนชั่นไปบ้าง แต่ก็ยังคงบรรยากาศย่านร้านของเล่นเรโทรๆ ไว้เหมือนเดิม และมัตสึยามาจิก็เป็นย่านชุมชนที่พักอาศัยเก่าแก่ที่บางหลังยังคงสถาปัตยกรรมที่งดงามกว่า 100 ปีก่อนไว้ได้อย่างดี ผสมผสานกันกับอาคารสมัยปัจจุบันได้อย่างลงตัวด้วย

Karahori Shopping Street
ย่านการค้าคาราโฮริ เป็นถนนช้อปปิ้งกลิ่นอายเรโทรๆ ที่เรียงรายด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย เป็นย่านที่รีโนเวทจากอาคารบ้านเรือนสมัยก่อนทำเป็นร้านและคาเฟ่น่ารักน่านั่ง ร้านที่โด่งดังจนเป็นที่กล่าวขวัญและลงโฆษณาก็มีหลายร้าน เช่น ร้านทาโกะยากิชื่อทาโกะริกิ (Takoriki) ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ร้านแกงกะหรี่ชื่อดัง คิวยามุเต (Kyu-Yamutei) และร้านคมบุโดอิ (Konbu Doi) ซึ่งเป็นร้านขายอาหารจากสาหร่ายคมบุ เป็นต้น

[N-22] สถานีเคียวบาชิ (Kyobashi Station)

สถานีเคียวบาชิ เป็นสถานีชุมทางของรถไฟที่เชื่อมต่อกันหลายสาย บริเวณโดยรอบสถานีคึกคักและผู้คนพลุกพล่านเพราะเป็นที่รวมของห้างสรรพสินค้า แหล่งกินดื่ม ร้านค้า และย่านช้อปปิ้งขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของโอซาก้าที่ตั้งอยู่ติดๆ กันนั่นเอง ออกจากสถานีเคียวบาชิของสายนี้จะเป็นห้างเคฮัง (Keihan Mall) ซึ่งมีทั้งร้านค้าแบรนด์ดังมากมาย เดินออกจากใต้ดินมาก็เจอคอมส์ การ์เด้น (COMS GARDEN) ที่มีร้านอาหารมากมาย บริเวณนี้ใช้เป็นที่จัดอีเวนต์ต่างๆ เช่นคริสต์มาส ฮาโลวีน ดนตรีแจ๊ส ไม่ไกลกันนักเป็นย่านร้านค้าชินเคียวบาชิ (Shin Kyobashi Shopping Street) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอิซากายะ ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนฝั่งตรงข้ามของย่านชินเคียวบาชิจะเป็นย่านร้านค้าชาโต (Chateau Shopping Street) กับย่านร้านค้าเคฮิง เคียวบาชิ (Keihin Kyobashi Shopping Street) ที่อยู่ติดๆ กัน และถ้าเดินจากย่านร้านค้านี้ไปสัก 5 นาทีก็จะเจอร้านอิซากายะโทโย (Izakaya Toyo) ที่ออกอากาศในรายการสารคดี Street Food ช่อง Netflix เดิมทีร้านนี้ก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว พอออกรายการเลยยิ่งทำให้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางมากขึ้นอีก

สวนปราสาทโอซาก้า และปราสาทโอซาก้า
ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) รวมถึงสวนปราสาทโอซาก้า ถือเป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าที่ไม่ควรพลาดการมาเที่ยวชม จากสถานีเคียวบาชิเดินไปทางตะวันตกจะพบสะพานเคียวบาชิ (Kyobashi) หนึ่งในสะพานข้ามคูรอบปราสาท และหนึ่งในทางเข้าปราสาทนั่นเอง

กว่าจะมาเป็นปราสาทโอซาก้าอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ปราสาทนี้ถูกทำลายในสงคราม โดนฟ้าผ่า เพลิงไหม้ และโดนทิ้งระเบิดใส่ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว สุดท้ายก็บูรณะซ่อมแซมและปรับปรุงให้ดูทันสมัย กลายเป็นแลนด์มาร์กในการเที่ยวโอซาก้าดังทุกวันนี้ ภายในตัวปราสาท 8 ชั้นได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนได้เยี่ยมชม โดยไฮไลท์อยู่ที่ชั้น 8 ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองโอซาก้าแบบ 360 องศา กับวิวสวนปราสาทโอซาก้าที่รายล้อมรอบตัวปราสาทซึ่งปลูกต้นซากุระไว้กว่า 600 ต้น และยังมีต้นท้อกับต้นบ๊วย ซึ่งก็ผลัดกันออกดอกให้ชื่นชมกัน เป็นจุดชมดอกไม้ยอดนิยมแห่งหนึ่งของโอซาก้า โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบานสะพรั่งและฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีอย่างสวยงาม

[N-26] สถานีสึรุมิ เรียวคุจิ (Tsurumi Ryokuchi Station)

สถานีสึรุมิ เรียวคุจิ มีธีมดีไซน์เป็นดอกทิวลิปเนื่องจากเป็นดอกไม้ประจำเขตสึรุมิ ตามผนังของสถานีจึงทำเป็นภาพวาดลายดอกทิวลิปเต็มท้องทุ่ง พร้อมกับตัวการ์ตูนที่เป็นเทพธิดาดอกทิวลิป ส่วนรอบสถานีสึรุมิ เรียวคุจิ ก็เป็นสวนสาธารณะชื่อเดียวกัน ทั่วบริเวณจึงร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ที่ปลูกเรียงรายตามทางเดิน หรือแม้แต่เกาะกลางถนนที่รถวิ่งผ่านก็มีแนวต้นไม้ปลูกไว้ตลอด และเป็นย่านที่พักอาศัยที่บรรยากาศสงบเงียบน่าอยู่ แต่ก็มีห้างขนาดใหญ่อย่าง AEON อยู่ไม่ไกล เหมาะ

Tsurumi Ryokuchi Park
สวนสึรุมิ เรียวคุจิ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ปรับปรุงมาจากสวนดอกไม้เดิมที่เคยใช้เป็นพื้นที่จัดงานดอกไม้นานาชาติ EXPO'90 The International Garden and Greenery Expo มีจุดเด่นอยู่ที่กังหันลมขนาดใหญ่บนเนินเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยทุ่งดอกไม้หลากหลาย เช่น ดอกทิวลิป ดอกคอสมอส ดอกกุหลาบ ดอกเนโมฟีล่า ดอกดาวเรือง เป็นต้น สามารถเข้าชมดอกไม้ได้ตลอดทั้งปี นอกจากโซนทุ่งดอกไม้ก็ยังมีเรือนกระจก ซาคุยะโคโนะฮานะ (Sakuya Konohana Kan) ที่เน้นปลูกดอกไม้ในเขตร้อน จัดแสดงดอกไม้กว่า 2,600 พันธุ์ มากกว่า 15,000 ต้น พืชเขตร้อนที่นำมาแต่งในสวนนี้ก็อย่างเช่น ต้นปาล์ม ต้นเฟิร์น และมีโซนของต้นกระบองเพชรหลายขนาดหลายสายพันธุ์ และยังมีสนามเด็กเล่น โซนขี่ม้า สระว่ายน้ำ โซนตีกอล์ฟ และอีกมากมาย

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย