All About Japan

10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในภูมิภาคโทไค

| ใบไม้แดง
10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีแนะนำในภูมิภาคโทไค

ภูมิภาคโทไค เป็นภูมิภาคย่อยบริเวณเมืองนาโกย่าและจังหวัดรอบๆ อย่างกิฟุหรือมิเอะ ซึ่งถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งในญี่ปุ่นที่มีนักท่องเที่ยวแวะไปเยือนเป็นจำนวนมาก และยังมีเที่ยวบินตรงจากไทยไปยังเมืองนาโกย่าโดยตรง วันนี้เราจึงได้รวบรวม 10 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แนะนำในบริเวณนี้มาฝากสำหรับคนที่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนนี้

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สถานะปกติ※

1. หุบเขาโครังเค จ.ไอจิ (Korankei, Aichi)

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่เป็นพื้นที่หุบเขาขนาดใหญ่ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ทั้งหุบเขาจะเปลี่ยนสีพร้อมกันอย่างสวยงาม บวกกับความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติรอบด้านที่มีทั้งลำธารขนาดใหญ่ไหลผ่าน หรือจุดที่เป็นแลนด์มาร์กอย่างสะพานไทเกทสึเคียว (Taigetsukyo Bridge) สะพานไม้สไตล์ญี่ปุ่นสีแดงสดที่ทอดยาวข้ามลำธารซึ่งถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการจัดเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่โครังเค หรือ “Korankei Momiji Matsuri” ขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายนถึง 1 ธันวาคมของทุกปี โดยระหว่างการจัดเทศกาลนี้จะมีทั้งการออกร้านขายของและอาหารให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงไฮไลท์สำคัญของงานก็คือการประดับไฟไลท์อัพในยามค่ำคืน ที่ช่วยสร้างความสวยงามในอีกรูปแบบหนึ่งให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
การเดินทาง: สถานี Higashi Okazaki จากนั้นต่อรถบัส Meitetsu Bus ไปลงป้าย Korankei

(หมายเหตุ เวลาจัดงานเทศกาลการข้างต้นเป็นเวลาในปีปกติ ยังไม่มีกำหนดในปี 2020 และมีโอกาสว่าจะยกเลิกสูง)

2. สวนโทคุกาวะ จ.ไอจิ (Tokugawa-en Garden, Aichi)

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ สำหรับใครที่ไม่มีเวลาออกไปนอกเมือง โดยสวนโทคุกาวะแห่งนี้เป็นส่วนสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองนาโกย่า ซึ่งในอดีตเคยเป็นบ้านของขุนนางในตระกูลโทคุกาวะ ลักษณะของสวนคือจะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางสวน และมีเส้นทางเดินรอบบ่อน้ำ รวมถึงมีสะพานโค้งและสะพานไม้สวยๆ ที่ทอดข้ามลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลผ่าน ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้พบกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีท่ามกลางกลิ่นอายของสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ ภายในสวนแห่งนี้ยังมีร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่สามารถนั่งทานอาหารไปพร้อมกับการชมวิวสวยๆ ของสวนได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้ในช่วงกลางคืนระหว่างฤดูใบไม้ร่วง ก็ยังมีการประดับไฟอย่างสวยงามตามจุดต่างๆ ภายในสวนอีกด้วย

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: 09.30 – 17.30 น.
ค่าเข้าชม: 300 เยน
การเดินทาง: สถานี Ozone จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)

3. สวนพฤกษศาสตร์ฮิกาชิยามะ จ.ไอจิ (Higashiyama Zoo and Botanical Gardens, Aichi)

อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในตัวเมืองนาโกย่าในบรรยากาศของสวนพฤกษศาสตร์ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ซึ่งมีการรวบรวมพันธุ์พืชเอาไว้กว่า 7,000 ชนิด และยังมีเรือนกระจกที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยจุดเด่นของสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้มีทั้งโซนที่จัดพื้นที่เป็นสวนญี่ปุ่นโบราณ รวมถึงยังมีการจำลองบ้านญี่ปุ่นโบราณสไตล์ กัสโช-ซุคุริ (บ้านแบบที่เราพบได้ที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ) เอาไว้ในสวนด้วย โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้พบกับภาพของแทบทุกบริเวณของสวนเปลี่ยนสีสันอย่างงดงาม และในบริเวณเดียวกันก็ยังเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ฮิกาชิยามะ ที่ถือเป็นสวนสัตว์เก่าแก่ประจำเมืองนาโกย่าและมีสัตว์หลากหลายชนิดรวมถึงหมีโคอาล่า ทำให้พื้นที่ตรงนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแบบครอบครัวเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 16.50 น.
ค่าเข้าชม: 500 เยน
การเดินทาง: สถานีรถไฟใต้ดิน Higashiyama Koen

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)

4. สวนอิวายาโดะ จ.ไอจิ (Iwayado Park, Aichi)

จุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่มีบรรยากาศคล้ายๆ กับหุบเขาโครังเค แต่จุดเด่นของสวนอิวายาโดะนั้นคือพื้นที่หุบเขาซึ่งมีลักษณะเป็นป่าทึบมากกว่า เมื่อถึงเวลาใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ต้นเมเปิ้ลและต้นไม้อีกหลายๆ ชนิด เปลี่ยนสีพร้อมกันจนเกิดเป็นอุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นอย่างสวยงาม และยังได้บรรยากาศสวยๆ จากน้ำตกทั้งขนาดเล็กใหญ่ที่ไหลผ่านระหว่างหุบเขาเป็นระยะ รวมถึงยังมีวัดโจโคจิ (Jokoji Temple) อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามไม่แพ้บริเวณภายนอก และในระหว่างวันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน ก็จะมีการจัดเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีสวนอิวายาโดะและวัดโจโคจิขึ้น (Iwayado Koen Momiji Matsuri) พร้อมกับการจัดแสดงท์อัพในยามค่ำคืนตั้งแต่ช่วงเวลา 17.30 – 21.00 น.

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: กลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Owari Seto และต่อรถแท็กซี่อีกประมาณ 20 นาที

(หมายเหตุ เวลาจัดงานเทศกาลการข้างต้นเป็นเวลาในปีปกติ ในปี 2020 เทศกาลนี้ได้ถูกยกเลิกแล้ว)

5. กระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะโรปเวย์ จ.กิฟุ (Shinhotaka Ropeway, Gifu)

สำหรับใครที่มีแผนจะไปแถวเมืองทาคายาม่า (Takayama) ไม่ไกลจากเมืองนี้ก็มีจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ก็คือเส้นทางไปยังกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะโรปเวย์ โดยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น การขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชินโฮทากะโรปเวย์ไปยังยอดเขาจะทำให้ได้พบกับภาพต้นไม้แทบทุกต้นบนแนวภูเขาโฮตาเกะ (Hotake Mountain Range) เปลี่ยนสีสันพร้อมกันอย่างสวยงาม และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือยังมีฉากหลังเป็นเทือกเขาเจแปนแอลป์ (Japan Alps) ซึ่งจะเริ่มมีหิมะปกคลุมแล้วในช่วงฤดูนี้ ถือเป็นทัศนียภาพที่สวยงามจนนักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องเดินทางมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง นอกจากนี้บริเวณรอบๆ สถานีกระเช้าลอยฟ้ายังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแช่อนเซ็น การเดินป่า หรือถ้าใครมีโอกาสค้างคืนที่นี่ ตอนกลางคืนจะมีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์คือการขึ้นกระเช้าดูดาว และการดูดาวผ่านกล้องดูดาวที่มีเตรียมไว้ให้ เนื่องจากพื้นที่บนยอดเขาและท้องฟ้าที่แจ่มใสในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นมีความเหมาะสมสำหรับการดูดาวอย่างมาก

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: 08.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม: ค่ากระเช้าไปกลับ 2,900 เยน
การเดินทาง: จากเมืองทาคายาม่า ขึ้นรถบัส Nohi Bus มาลงที่ป้าย Shinhotaka Ropeway

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)

6. สวนโอบาระ ฟุเรไอ จ.ไอจิ (Obara Fureai Park, Aichi)

อีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่เหมือนใครในจ.ไอจิ คือสวนโอบาระ ฟุเรไอ ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสวนที่สามารถชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีและดอกซากุระไปพร้อมๆ กันในฤดูใบไม้ร่วง โดยในบริเวณสวนแห่งนี้จะมีต้นชิคิซากุระ (Shikizakura) ปลูกเอาไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นซากุระชนิดนี้จะผลิดอกปีละสองครั้ง คือช่วงฤดูใบไม้ผลิตามปกติ และฤดูใบไม้ร่วงพร้อมๆกับใบไม้เปลี่ยนสีนั่นเอง ทำให้ใครที่แวะมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวนแห่งนี้ ก็จะได้เห็นทั้งภาพสีขาวชมพูของดอกซากุระสลับสีแดงเข้มจากต้นเมเปิ้ลที่ทั้งสวยงามแปลกตาและหาชมไม่ได้จากที่อื่น และยังมีการจัด “เทศกาลโอบาระ ชิกิซากุระ (Obara Shikizakura Festival)” ขึ้นในระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน ซึ่งภายในงานจะมีทั้งการออกร้านขายของและอาหารอร่อยๆ หลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงการประดับไฟไลท์อัพในยามค่ำคืน

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
การเดินทาง: สถานี Toyatashi แล้วต่อรถบัส Toyota Oiden bus ไปลงที่ป้าย Obara Okusa

(หมายเหตุ เวลาจัดงานเทศกาลการข้างต้นเป็นเวลาในปีปกติ ในปี 2020 เทศกาลนี้ได้ถูกยกเลิกแล้ว)

7. กระเช้าลอยฟ้าโกไซโช โรปเวย์ จ.มิเอะ (Gozaisho Ropeway, Mie)

กระเช้าลอยฟ้าอีกหนึ่งแห่งที่อยู่ไม่ไกลจากนาโกย่าซึ่งใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยกระเช้าลอยฟ้าโกไซโช โรปเวย์ ถือเป็นหนึ่งในกระเช้าลอยฟ้าที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางเที่ยวละ 15 นาที ระหว่างทางขึ้นไปยังยอดเขาโกไซโซนั้นก็จะได้พบกับภาพของต้นไม้มากมายบนภูเขาที่เปลี่ยนสีสันพร้อมกัน และเมื่อเดินทางขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว ก็ยังมีทั้งจุดชมวิวและจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ อีกมากมาย และมีกิจกรรมให้ทำทั้งการเดินป่าและการแช่อนเซ็น แต่สิ่งสำคัญที่ควรทราบก็คือเนื่องจากพื้นที่ของภูเขาโกไซโซนั้นมีอากาศค่อนข้างเย็นถึงขั้นมีหิมะตกในช่วงฤดูหนาว ทำให้ต้นไม้บนภูเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนสีเร็วกว่าที่อื่นๆ ซึ่งจะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ต้นเดือนหรือกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: กลางเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: ค่ากระเช้าไปกลับ 2,450 เยน
การเดินทาง: สถานี Yunoyama Onsen ต่อรถบัสไปลงที่ป้าย Gozaisho

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)

8. ภูเขาโฮไรจิ จ.ไอจิ (Mt. Horaiji, Aichi)

ภูเขาความสูง 695 เมตรที่มีทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงยังเป็นเป็นแหล่งประวัติศาสตร์เก่าแก่และศูนย์รวมแห่งจิตวิญญาณ จนชาวญี่ปุ่นหลายคนเรียกภูเขาแห่งนี้ว่าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากในบริเวณภูเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดโฮไรจิที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บริเวณหน้าผาจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากเบื้องล่าง มีเส้นทางเดินป่าที่ศักดิ์สิทธิ์และบันไดหินจำนวน 1425 ขั้นเพื่อเดินขึ้นไปยังตัววัด และสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ภูเขาโฮไรจิแห่งนี้ถือเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีทั้งสวยงาม และในปัจจุบันยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก จึงเหมาะสำหรับใครที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติที่เงียบสงบ และทัศนียภาพอันหน้าตื่นตาของวัดบนหน้าผาที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีสัน นอกจากนี้ยังมีการจัดเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีภูเขาโฮไรจิขึ้นระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายนถึง 1 ธันวาคม ซึ่งภายในงานจะมีทั้งการแสดง การขายของท้องถิ่น และการประดับไฟไลท์อัพที่สวยงามในยามค่ำคืน

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: สถานี Hon-Nagashino จากนั้นต่อรถบัส Toyotetsu Bus ไปลงที่ป้าย Mt. Horaiji Peak

9. เมืองโซบุเอะ จ.ไอจิ (Sobue, Aichi)

เมื่อพูดถึงการชมใบไม้เปลี่ยนสี คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงภาพของใบเมเปิ้ลสีแดงสด หรือภาพของภูเขาหลากสีสันทั้งส้มเหลืองแดง แต่ที่เมืองโซบุเอะแห่งนี้มีบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีในอีกรูปแบบหนึ่งในฐานะเมืองที่มีการผลิตลูกแปะก๊วยเยอะเป็นอันดับหนึ่ง ภายในเมืองมีการปลูกต้นแปะก๊วยเอาไว้มากกว่าหนึ่งหมื่นต้น เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง ต้นแปะก๊วยเหล่านี้ก็จะพากันเปลี่ยนสีสันเป็นสีเหลืองอร่ามไปทั่วทั้งเมือง ยิ่งเมื่อใบแปะก๊วยบางส่วนหล่นลงมาปกคลุมที่พื้น ยิ่งทำให้มองไปทางไหนก็มีแต่สีเหลืองที่ดูตระการตา และในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนก็จะมีการจัดงาน “เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีใบแปะก๊วยโซบุเอะ (Sobue Ginkgo Turning Yellow Festival)” ขึ้น ซึ่งมีทั้งการออกร้านขายอาหาร รวมถึงการประดับไฟให้กับต้นแปะก๊วยจำนวนมากในยามค่ำคืน

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: สถานี Morikami แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที

(หมายเหตุ เวลาจัดงานเทศกาลการข้างต้นเป็นเวลาในปีปกติ ในปี 2020 เทศกาลนี้ได้ถูกยกเลิกแล้ว)

10. เกโระอนเซ็น จ.กิฟุ (Gero Onsen, Gifu)

อีกหนึ่งวิธียอดนิยมในการชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็คือการเดินทางไปยังแหล่งอนเซ็นต่างๆ ที่ตั้งอยู่กลางภูเขา ทำให้สามารถแช่อนเซ็นรวมถึงพักค้างคืนไปพร้อมกับวิวสวยๆ ของใบไม้เปลี่ยนสีที่อยู่นอกหน้าต่าง ซึ่งในจ.กิฟุนั้นมีเกโระอนเซ็น ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งอนเซ็นที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น และมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าหนึ่งพันปี ทำให้บรรยากาศโดยรวมของอนเซ็นแห่งนี้มีทั้งความเก่าแก่ย้อนอดีต และความสงบจากธรรมชาติโดยรอบ โดยจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีหลักๆ นอกจากบริเวณแหล่งอนเซ็นแล้ว ยังมีที่วัดอนเซ็นจิ (Onsenji Temple) รวมถึงหมู่บ้านกัชโช เกโระออนเซ็น (Gero Onsen Gassho Village) หมู่บ้านโบราณที่มีบรรยากาศคล้ายกับหมู่บ้านชิราคาวาโกะอันโด่งดัง

ช่วงเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสี: ประมาณต้นเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน
เวลาเปิดปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: สถานี Gero

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก
นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย