All About Japan

ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Osaka Metro Chuo Line

| รถไฟ , Osaka
ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Osaka Metro Chuo Line

รถไฟใต้ดินสาย Osaka Metro Chuo Line (สายสีเขียว เป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินของโอซาก้าที่ดำเนินงานโดยการคมนาคมเทศบาลโอซาก้า มีสถานีให้บริการทั้งหมด 14 สถานี โดยสถานีต้นทางคือสถานี Cosmosquare และสถานีปลายคือสถานี Nagata ตัวย่อสถานีขึ้นต้นด้วยตัว C ที่ย่อมาจาก Chuo Line

Chuo Line

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สถานะปกติ※

[C-10] สถานีคอสโมสแควร์ (Cosmosquare Station)

สถานีคอสโมสแควร์ตั้งอยู๋ในทำเลติดทะเล บรรยากาศดีมาก ลมพัดเย็นสบาย มีจุดชมวิว Seaside Cosmo ที่เราสามารถมองเห็นท่าเรือโอซาก้า และชมทัศนียภาพบริเวณอ่าวโอซาก้าได้เต็มตา เป็นจุดชมวิวที่สงบ ส่วนใหญ่คนที่มาจะเป็นคนญี่ปุ่น ทำให้ไม่วุ่นวาย ใครอยากถ่ายรูปสวยๆ ติดทะเลก็หามุมเหมาะๆ ได้ตามอัธยาศัย หรือถ้าอยากเดินเล่นชิลๆ สูดอากาศสดชื่นก็ทำได้สบายเพราะมีพื้นที่กว้างขวางให้พักผ่อน แถมที่นี่ยังเข้าได้ฟรีด้วยนะ

เขตอนุรักษ์พันธุ์นกโอซาก้านันโกะ (Osaka Nanko Bird Sanctuary)
เป็นเขตพื้นที่ธรรมชาติที่สร้างเอาไว้สำหรับให้เป็นที่พักของพวกนกอพยพ โดยทำเลียนแบบสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่เหมาะสมสำหรับนกน้ำทั้งหลาย เปิดทำการตั้งแต่ปีค.ศ.1983 การเข้าไปสังเกตการณ์และเรียนรู้พฤติกรรมของนก เราจะไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ลุ่มน้ำในนั้นโดยตรง แต่ต้องไปยังจุดที่จัดไว้โดยเฉพาะ เมื่อเข้ามาในเขตอนุรักษ์จะมีจุดชมนกเป็นกำแพงโค้งมีหน้าต่างติดๆ กัน เหนือหน้าต่างมีข้อมูลของนกอพยพสายพันธุ์ต่างๆ ถัดไปเป็นหอสังเกตการณ์ที่มีเก้าอี้จัดไว้ให้นั่งชม และเปิดหน้าต่างส่องกล้องดูได้ตามสะดวก

[C-11] สถานีโอซาก้าโค (Osakako Station)

เมื่อออกจากสถานีก็เจอความสดใสของสีฟ้าและการประดับรูปปลาและสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ตรงทางเดินของสถานี และเข้าสู่พื้นที่ของ Tempozan Harbor Village ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวริมอ่าวโอซาก้า เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มากันทั้งแบบเป็นครอบครัวและมากับเพื่อนฝูง ระหว่างทางไปไคยูคังก็จะมีร้านค้าและร้านอาหารเรียงรายตลอดข้างทาง มองไปข้างหน้าก็เห็นชิงช้าสวรรค์ และศูนย์อาหารของเท็มโปซัง บรรยากาศแถวนี้คึกคักมากทีเดียว

Osaka Aquarium Kaiyukan
ไคยูคัง เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ Tempozan Harbor Village ใกล้กับอ่าวโอซาก้า ในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นหลายโซน โดยเริ่มต้นจาก Aqua Gate ที่เป็นอุโมงค์ตู้ปลานานาชนิด ถัดเข้าไปเป็น Japan Forest ที่เราจะได้เห็นความเป็นอยู่ของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าไม้ จากนั้นเป็นโซน Aleutian Island ของนากทะเล และ Montery Bay ที่จะได้ชมความน่ารักของแมวน้ำกันอย่างจุใจ ยิ่งเดินเข้ามาลึกขึ้นก็จะยิ่งเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ทะเลต่างๆ ในหลายสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ ไฮไลท์เด่นสุดของที่นี่คือฉลามวาฬที่แหวกว่ายอยู่ในแทงก์น้ำขนาดยักษ์

เวลาทำการ
10.00 - 20.00 น. โปรดตรวจสอบตามลิงก์ (ภาษาอังกฤษ)
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป) 2,400 เยน
เด็กประถม-มัธยมต้น 1,200 เยน
เด็กเล็ก (อายุ 3 ปีขึ้นไป) 600 เยน
เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ฟรี

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)

[C-13] สถานีเบนเทนโจ (Bentencho Station)

ละแวกสถานีเบนเทนโจเป็นย่านที่พักอาศัยที่สะดวกสบายและเหมาะที่จะใช้เป็นที่ค้างคืน มีจุดเด่นคืออาคารสูงอย่าง Osaka Bay Tower แต่รอบๆ ก็มีทั้งที่พักอาศัยที่มีระดับ โรงแรม และบ้านเรือนของชาวบ้านกับอพาร์ทเมนท์ไม่กี่ชั้น และสำหรับนักท่องเที่ยวก็มีร้านอาหารทั่วๆ ไปอย่างร้านราเม็ง และร้านอิซากายะ มองไปทางไหนก็เห็นคนสัญจรไปมาด้วยจักรยานและมีที่จอดจักรยานเป็นระยะ ที่เด่นแห่งหนึ่งของย่านนี้คือ Live Net Super เป็นซุเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ มีอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำหน่ายครบครัน ใกล้ๆ กันเป็นห้องสมุดและพวกร้านสะดวกซื้อย่อมๆ

Solaniwa Onsen Osaka Bay Tower
โซลานิวะ อนเซ็น (Solaniwa Onsen) เป็นสวนสนุกอนเซ็นธีมญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่บนตึก Osaka Bay Tower ด้านในแยกออกเป็นหลายโซน เมื่อเข้าไปแรกสุดจะเป็นโซนลงทะเบียน เปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะ และรับแถบรัดข้อมือสำหรับใช้บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการเข้ารับบริการต่างๆ โซนอนเซ็นและสปาอยู่ชั้น 5 มีบ่อแช่ให้เลือกหลายแบบแลนด์มาร์กของที่นี่คือสวนลอยฟ้าที่ตกแต่งได้อย่างลงตัวทั้งการประดับต้นไม้ ประตูโทริอิ สระน้ำและสะพานไม้ มีหลายมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน โซนร้านอาหารก็มีหลากหลายให้เลือก นอกจากนี้เวลาถึงหน้าเทศกาลต่างๆ ที่นี่ก็มีโชว์การแสดงสุดพิเศษให้ได้รับชมกันด้วย

เวลาทำการ
11.00 - 22.00 น.
ค่าบริการ
วันธรรมดา 2,400 เยน
วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ 2,600 เยน
วันที่กำหนดพิเศษ 2,800 เยน

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)

[C-16] สถานีฮมมาจิ (Hommachi Station)

[C-16] สถานีฮมมาจิ (Hommachi Station)

ย่านสถานีฮมมาจิเป็นย่านแห่งธุรกิจ และออฟฟิศทั้งหลาย พนักงานใส่สูทเดินกันขวักไขว่ อาคารสำนักงานต่างๆ ดูทันสมัยและค่อนข้างหรู มีจุดเด่นอยู่ที่อาคารเซ็มบะ เซ็นเตอร์ (Semba Center Building) ที่เชื่อมต่อยาวตั้งแต่สถานีฮมมาจิไปจนถึงสถานีซาไกสึจิฮมมาจิ (Sakaisuji-Hommachi Station) เป็นอาณาจักรแห่งการช้อปปิ้งกลางเมืองโอซาก้า เซ็มบะ เซ็นเตอร์มีถึง 10 อาคารและชั้นใต้ดินด้วย เต็มไปด้วยร้านที่จำหน่ายสินค้าทุกประเภทเป็น 1000 ร้าน

Shinsaibashi-Suji Street
ย่านชินไซบาชิ เป็นหนึ่งในถนนสายช้อปปิ้งชื่อดังที่คึกคักที่สุดในโอซาก้า ตลอดเส้นทางประมาณ 2 กิโลเมตรเรียงรายไปด้วยร้านค้าทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ร้านดีวตี้ฟรี ร้าน 100 เยน ร้านขายยา ร้านขายสินค้าคาแรกเตอร์ต่างๆ ที่ราคาย่อมเยา นอกจากเต็มไปด้วยร้านสำหรับช้อปปิ้งแล้วก็ยังมีร้านอาหารหลากหลายและคาเฟ่น่ารักๆ อีกเพียบด้วย โดยปกติแล้วจะเริ่มต้นเดินเล่นกันจากสถานี Shinsaibashi ซึ่งคึกคักกว่า แต่ถ้าหากเริ่มเดินจากสถานี Hommachi ก็จะได้บรรยากาศที่เริ่มจากเงียบๆ และค่อยๆคึกคักขึ้นตามลำดับ

[C-19] สถานีโมริโนะมิยะ (Morinomiya Station)

แถวสถานีโมริโนะมิยะเป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารมากมาย มีทั้งร้านค้าที่เช่าอยู่ในอาคารของสถานีรถไฟ JR Morinomiya ร้านอาหารและอิซากายะในตรอกและซอยต่างๆ ศูนย์การค้าโอ่อ่าและทันสมัยอย่าง Morinomiya Q's Mall Base ที่ในบริเวณมีลานกว้างสำหรับพักผ่อนและมุมสนามเด็กเล่นเล็กๆ ด้วย บรรยากาศสบายๆ น่าเดินช้อปปิ้งสุดๆ รวมไปถึงลานจอดพักเพื่อสับเปลี่ยนขบวนรถไฟของ JR West และที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับปราสาทโอซาก้ามากๆ

ปราสาทโอซาก้า และสวนปราสาทโอซาก้า
ปราสาทโอซาก้าตั้งอยู่ในสวนปราสาทโอซาก้า มีความสูง 55 เมตร ทั้งหมด 8 ชั้น มีหอคอยที่สามารถชมวิวได้ ส่วนภายในของปราสาทแต่ละชั้นมีจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับปราสาทและเรื่องราวของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ซึ่งเป็นผู้ที่สั่งให้สร้างปราสาทโอซาก้า จากสถานีโมริโนะมิยะ เพียงข้ามทางม้าลายก็ถึงสวนปราสาทโอซาก้าแล้ว ทางเดินเข้าสู่ด้านในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้เรียงรายสองข้างทาง ถ้ามาฤดูใบไม้ผลิก็จะได้เดินชมดอกซากุระไปด้วย นอกจากมีปราสาทโอซาก้าที่เป็นแลนด์มาร์กของโอซาก้าให้ได้ชมแล้ว ในสวนก็ปลูกต้นซากุระไว้กว่า 600 ต้น และยังมีต้นท้อกับต้นบ๊วย ซึ่งก็ผลัดกันออกดอกให้ชื่นชมกัน เป็นจุดชมดอกไม้ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของโอซาก้า ยามฤดูใบไม้ร่วงมาถึงก็เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อด้วยเช่นกัน

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย