All About Japan

แนะนำจุดชมวิวหิมะใกล้โอซาก้า (โซนคันไซ)

| หิมะ , Kansai
แนะนำจุดชมวิวหิมะใกล้โอซาก้า (โซนคันไซ)

ญี่ปุ่นฝั่งคันไซหรือโอซาก้า ที่จริงแล้วก็มีจุดที่หิมะตกหนักมากมาย หากใครวางแผนบินไปลงสนามบินคันไซโดยเน้นเที่ยวโอซาก้า เกียวโต นารา แต่อยากเจอหิมะด้วย เราขอแนะนำแหล่งท่องเที่ยวรอบโอซาก้าที่ไปตอนหน้าหนาวแล้วได้เจอวิวหิมะสวยๆ 10 แห่งต่อไปนี้

1. โคยะซัง จังหวัดวากายามะ (Mt.Koya, Wakayama)

ภูเขาโคยะซัง (Mt.Koya) ภูเขาในจังหวัดวากายามะ (Wakayama) ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญแห่งเทือกเขาคิอิ (Kii) ที่เป็นเทือกเขามี่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเกิน 1,000 เมตรขึ้นไป และมีจุดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 1,900 เมตร เนื่องจากอยู่บนพื้นที่สูงจึงมีหิมะตกค่อนข้างเร็วกว่าพื้นที่รอบๆ โดยเฉลี่ยแล้วจะพบหิมะตกที่ภูเขาแห่งนี้ได้ในช่วงต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป หากไปเที่ยวโซนคันไซช่วงต้นฤดูหนาว ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับใครที่อยากสัมผัสกับหิมะ ท่ามกลางวัดโบราณ ป่าสน และทิวเขา

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากโอซาก้า เริ่มต้นที่สถานีนัมบะ (Namba Station) ขึ้นรถไฟด่วน Limited Express Koya ของสายนันไค (Nankai) ไปลงสถานีโกคุระคุระบาชิ (Gokurakurabashi Station) จากนั้นรถเคเบิ้ล Nankai Koyasan Cable ขึ้นไปด้านบน รวมใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

2. คิโนซากิอนเซ็น จังหวัดเฮียวโกะ (Kinosaki Onsen, Hyogo)

คิโนซากิอนเซ็น (Kinosaki Onsen) เมืองอนเซ็นบรรยากาศย้อนยุคในจังหวัดเฮียวโกะ (Hyogo) ที่มีทิวทัศน์สวยงามทุกฤดู โดยเฉพาะฤดูหนาวซึ่งเมืองนี้ถือว่ามีปริมาณหิมะตกหนักมากแห่งหนึ่งในโซนคันไซที่ไปไม่ยาก หากสนใจอยากลองสัมผัสบรรยากาศแช่อนเซ็นกลางหิมะสักครั้ง ขอแนะนำให้วางแผนมานอนค้างเรียวกังที่นี่สักคืน และนอกจากแช่อนเซ็นแล้วก็ยังมีวิวอาคารบ้านเรือนแบบย้อนยุคกับหิมะที่ตกลงมาทับถมให้ได้ชมหรือเก็บภาพสำหรับใครที่ชอบถ่ายรูปโดยเฉพาะ

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
ค่าใช้จ่าย : ขึ้นอยู่กับการใช้บริการ
การเดินทาง : จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) ขึ้นรถไฟด่วน Limited Express Konotori ไปลงสถานีคิโนซากิอนเซ็น (Kinosaki Onsen Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที

3. ภูเขาร็อกโค จังหวัดเฮียวโกะ (Mt.Rokko, Hyogo)

ภูเขาร็อกโค (Mt. Rokko) ตั้งอยู่ในเมืองโกเบ (Kobe) บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 931 เมตร และเป็นภูเขาที่มีแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณพื้นที่เดียวกันหลายแห่งจึงได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีโดยเฉพาะจุดชมวิวเมืองโกเบยามค่ำคืน (Rokko Garden Terrace) ที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง สำหรับช่วงฤดูหนาวบนยอดเขาร็อกโคะก็จะมีหิมะปกคลุมตามป่าเขา ซึ่งสามารถขึ้นไปชมวิวได้ และก็จะมีลานสกีบนยอดเขาที่เปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาวด้วย

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
ค่าใช้จ่าย : สำหรับผู้ที่ต้องการขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ มีค่าบริการ ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 1,200 เยน, เด็ก 600 เยน
เวลาทำการ : กระเช้าเที่ยวสุดท้าย 21.10 น. (หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)
การเดินทาง : จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) ขึ้นรถไฟสาย JR Kobe Line ไปลงสถานีร็อกโคมิชิ (Rokkomichi) และต่อรถบัส Kobe City Bus ไปลงที่ Rokko Cable Car เพื่อขึ้นเคเบิ้ลคาร์ไปบนเขา แล้วสามารต่อรถ Rokko Sanjo Bus เพื่อต่อไปยังที่เที่ยวต่างๆ บนยอดเขา

4. ทะเลสาบบิวะโกะ จังหวัดชิงะ (Lake Biwa, Shiga)

ถ้าไปลงสนามบินคันไซ พักเมืองโอซาก้า (Osaka) แล้วอยากไปชมวิวหิมะ หรือไปเล่นสกีที่อยู่ไม่ไกลมาก ที่บริเวณรอบทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) ในจังหวัดชิงะ (Shiga) มีวิวหิมะสวยๆ และมีลานสกีหลายแห่งเปิดให้บริการท่ามกลางบรรยากาศของป่าเขาและทะเลสาบ นอกจากเล่นสกีแล้วก็สามารถไปล่องเรือชมวิวหิมะ (Snow Appreciation Ship Cruise) จากท่าเรือโอทสึ (Otsu Port) ไปถึงท่าเรือนากาฮามะ (Nagahama Port) ซึ่งจะให้บริการเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) ขึ้นรถไฟ Tokaido Shinkansen ไปลงสถานโอทสึ (Otsu Station) ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

5. หมู่บ้านมิยามะ จังหวัดเกียวโต (Miyama-Cho, Kyoto)

มิยามะ (Miyama-Cho) หมู่บ้านชนบทที่ตั้งอยู่ทางเหนือของเกียวโต (Kyoto) ซึ่งมีจุดเด่นคือรูปทรงของบ้านและหลังคามุงจากแบบญี่ปุ่นโบราณท่ามกลางป่าสน ในแต่ละฤดูก็จะมีบรรยากาศแตกต่างกันไป สำหรับฤดูหนาวที่นี่ก็จะมีหิมะตกลงมาปกคลุมเป็นสีขาวทั่วทั้งหมู่บ้านอีกทั้งยังมีการจัดงาน Light Up ประดับโคมไฟหิมะยามค่ำคืนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ใครที่ชอบบรรยากาศหมู่บ้านโบราณกับหิมะขอแนะนำที่นี่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับโซนคันไซ

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) ต่อรถไฟสาย Sagano Line ไปลงสถานีโซโนเบะ (Sonobe Station) ใช้เวลาประมาณ 35 นาที จากนั้นต่อรถบัสสาย Sonobe-Miyama ไปลงป้าย Kayabukinosato

6. ภูเขาโยชิโนะ จังหวัดนารา (Mt. Yoshino, Nara)

ภูเขาโยชิโนะ (Mt. Yoshino) ในจังหวัดนารา (Nara) อันที่จริงแล้วมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นสถานที่ชมดอกซากุระยอดนิยมช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ในฤดูหนาวที่ภูเขาแห่งนี้และสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ก็จะมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวทั่วทั้งทิวเขา รวมถึงวัดและศาลเจ้าที่ตั้งอยู่บริเวณนี้เมื่อมีหิมะปกคลุมก็จะได้พบกับวิวที่แตกต่างไปอีกแบบ เช่นศาลเจ้าโยชิมิซุ (Yoshimizu Shrine) และวัดคิมปุเซนจิ (Kinpusen-ji Temple) ซึ่งเปรียบเหมือนแลนมาร์กของภูเขาโยชิโนะ

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากโอซาก้า เริ่มที่สถานีโอซาก้าอาเบะโนะบาชิ (Osaka-Abenobashi Station) ขึ้นรถไฟด่วนคินเท็ตสึ (Kintetsu Limited Express) ไปลงสถานีโยชิโนะ (Yoshino Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นรถราง Yoshino Omine Cable ไปยังยอดเขา

7. เมืองทาคายามะ จังหวัดกิฟุ (Takayama, Gifu)

ทาคายามะ (Takayama) เป็นย่านเมืองเก่าในจังหวัดกิฟุ (Gifu) หากใครชื่นชอบสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและบรรยากาศฤดูหนาวที่มีหิมะโปรยปรายปกคลุมอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมแบบโบราณ ที่ทาคายามะมีภาพดังกล่าวให้ได้เดินชมและถ่ายภาพกันทั่วทุกมุมเมืองเลยก็ว่าได้ เช่น ย่านเมืองเก่าซันมาจิ (Sanmachi Old Town) รวมถึงบริเวณสะพานสีแดงหรือนะกะบาชิ (Nakabashi) กับฉากหลังเป็นทิวเขาที่มีหิมะปกคลุมถือเป็นอีกภาพบรรยากาศสุดคลาสสิกสำหรับฤดูหนาวที่นี่

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) ขึ้นรถไฟ Wide View Hida ไปลงสถานีทาคายามะ (Takayama Station) ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง

8. สวนเคนโรคุเอ็น เมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิคาวะ (Kenrokuen Garden, Kanazawa, Ishikawa)

สวนเคนโรคุเอ็น (Kenrokuen Garden) เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในเมืองคานาซาวะ (Kanazawa) ภาพที่มีหิมะปกคลุมต้นสนกับเชือกที่โยงยึดต้นสน (ที่มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งหักเสียหายจากน้ำหนักของหิมะ) น่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ที่คุ้นตากันเป็นอย่างดีของสวนนี้ หากใครสนใจอยากไปชมด้วยตัวเองและสัมผัสอากาศหนาวท่ามกลางหิมะโปรยปรายกลางสวนญี่ปุ่นจนเป็นสีขาวโพลนทั่วทั้งบริเวณ ก็สามารถเดินทางไปชมที่สวนแห่งนี้ได้ ซึ่งในฤดูหนาวจะมีงานประดับไฟ (Light Up) สำหรับคนที่อยากชมสวนตอนกลางคืนด้วย

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
ค่าใช้จ่าย : ผู้ใหญ่ 320 เยน, เด็ก 100 เยน
เวลาทำการ : ช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ เปิดบริการ 08.00-17.00 น. (หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ)
การเดินทาง : จากสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) ขึ้นรถไฟ Limited Express Thunderbird ไปลงสถานีคานาซาวะ (Kanazawa Station) ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นต่อรถ Kanazawa Loop Bus ไปลงที่สวนเคนโรคุเอ็น ใช้เวลาประมาณ 15 นาที

9. เมืองคัตสึยามะ จังหวัดฟุคุอิ (Katsuyama, Fukui)

คัตสึยามะ (Katsuyama) เป็นเมืองทางเหนือของจังหวัดฟุคุอิ (Fukui) ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนที่สูงและมีภูเขากับแม่น้ำล้อมรอบ เมื่อถึงฤดูหนาวจึงมีปริมาณหิมะค่อนข้างมาก เมืองนี้เป็นที่ตั้งของปราสาทคัตสึยามะ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุคุอิ (Fukui Prefectural Dinosaur Museum) ช่วงที่หิมะตก หุ่นไดโนเสาร์ตามสถานีรถไฟหรือที่ตั้งอยู่กลางเมืองก็จะถูกปกคลุมด้วยหิมะเป็นจุดถ่ายภาพดัง ทำให้มีคำกล่าวว่า Dinosaur in Snow หากใครอยากชมและอยากถ่ายภาพก็ไปเที่ยวเมืองคัตสึยามะช่วงหน้าหนาวได้เลย

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) ขึ้นรถไฟ Limited Express Thunderbird ไปลงสถานีฟุคุอิ (Fukui Station) แล้วต่อรถไฟสาย Echizen Railway Katsuyama Eiheiji Line ไปลงสถานีคัตสึยามะ (Katsuyama Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

10. ยูบาระอนเซ็น จังหวัดโอคายามะ (Yubara Onsen, Okayama)

ยูบาระอนเซ็น (Yubara Onsen) เป็นแหล่งน้ำพุร้อนกลางแจ้งในเมืองมิมะซากะ (Mimasaka) จังหวัดโอคายามะ (Okayama) ถือเป็นหนึ่งในแหล่งอนเซ็นแห่งฤดูหนาวที่มีทิวทัศน์แบบชนบทอันเงียบสงบ เหมาะกับการแช่อนเซ็นกลางหุบเขาและหิมะ อีกทั้งยังมีบริการอนเซ็นกลางแจ้งสาธารณะแบบ 24 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ชื่อว่าซุนะยุ (Sunayu) โดยรวมเหมาะกับการวางแผนมาเที่ยวแบบค้างคืนและพักเรียวกังเพื่อดื่มดำกับบรรยากาศการพักผ่อนกับทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะทั่วทั้งเมือง

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการชมหิมะ : เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
การเดินทาง : จากสถานีชินโอซาก้า (Shin-Osaka Station) ขึ้นรถไฟชินคังเซ็นไปลงสถานีโอคายามะ (Okayama Station) ต่อรถไฟสาย JR Tsuyama Line ไปลงที่สถานีสึยามะ (Tsuyama Station) จากนั้นต่อรถไฟสาย JR Kishin Line ไปลงที่สถานีชูโกคุคัตสึยามะ (Chugoku-Katsuyama Station) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง แล้วต่อรถบัส Chutetsu Bus ไปลงที่ป้าย Yubara Onsen ใช้เวลา 30 นาที

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)