All About Japan

รวม20สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนกันยายน-ตุลาคม

| ใบไม้แดง
รวม20สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนกันยายน-ตุลาคม

ฤดูแห่งใบไม้เปลี่ยนสี เป็นช่วงเวลาของปีที่คนไทยนิยมที่สุดช่วงหนึ่งของญี่ปุ่น ใครที่จะไปญี่ปุ่นช่วงนี้ต้องไม่พลาดข้อมูลแน่นๆ ถึง 20 แห่ง โดยเรารวบรวมที่ๆคนรู้จักค่อนข้างน้อยมาด้วย เอาไปให้เพื่อนดูรับรองว่าจะได้ไอเดียเที่ยวที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำแน่นอน

ที่เที่ยวในญี่ปุ่นเดือนที่เหมาะกับการไปในช่วงเดือน กันยายน ตุลาคม

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองว่าสถานการณ์กลับสู่สถานะปกติหรือยัง※

※เวลาทำการของสถานที่ต่างๆ ในบทความนี้ เป็นข้อมูลในช่วงปีอื่นๆที่สถานการณ์ปกติ ก่อนเดินทางควรตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องอีกครั้งด้วยตัวเอง※

1 ทะเลหมอกซากปราสาททาเคดะ เมืองอาซาโงะ จังหวัดเฮียวโงะ (Takeda Castle Ruins, Asago, Hyogo)

จังหวัดเฮียวโงะมีที่เที่ยวที่ได้ชมความสวยงามของธรรมชาติหลายแห่ง เมืองอาซาโงะก็มีที่อยากแนะนำแห่งหนึ่งคือ ซากปราสาททาเคดะ ฟังแล้วอาจจะแปลกใจทำไมแนะนำซากปราสาท นั่นก็เพราะที่นี่เป็นจุดชมวิวหมอกยามเช้าที่ขึ้นชื่อ และได้รับการขนานนามว่าเป็นปราสาทลอยฟ้า (Castle in the Sky) น่าเสียดายที่ตอนนี้เหลือแต่ฐานปราสาทเพราะถูกทำลายในสงครามเซกิงาฮาระ (Sekigahara)

ไฮไลท์ของซากปราสาททาเคดะก็อย่างที่เกริ่นไปคือเป็นจุดชมวิวหมอก เรียกว่าเป็นวิวทะเลหมอกเลยละ เพราะจะมีหมอกหนาสีขาวลอยห่มคลุมรอบๆ ฐานปราสาทที่สร้างอยู่บนภูเขา เป็นทัศนียภาพที่สวยจนบรรยายไม่ถูกเลย ช่วงเวลาที่สามารถเห็นทะเลหมอกนี้ได้สวยๆ คือตอนเช้าตรู่ไปจนถึงประมาณ 08.00 น. ของเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน แต่การจะได้เห็นหมอกหนาๆ ฟูๆ ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างเช่น อุณหภูมิระหว่างวัน และกระแสลม เป็นต้น

เวลาทำการ
20 มีนาคม - 20 กันยายน เวลา 09.00-16.00 น.
21 กันยายน - 10 ธันวาคม เวลา 03.00-16.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 500 เยน
เด็ก ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Bantan Line จากสถานี Himeji ไปลงสถานี Takeda สามารถเดินขึ้นไปยังซากปราสาทได้ในเวลาประมาณ 30 นาที

2 แสงรูปหัวใจที่อุโมงค์คาเมะอิวะ (น้ำตกโนมิโซะ) เมืองคิมิตสึ จังหวัดจิบะ (Kameiwa Cave, Kimitsu, Chiba)

คาเมอิวะ เป็นอุโมงค์ที่คนขุดขึ้นเพื่อสร้างให้เป็นทางน้ำไหลจากน้ำตกโนมิโซะ (Nomizo Falls) ไปยังพื้นที่เกษตรกรรม ตั้งอยู่ที่เมืองคิมิตสึ จังหวัดจิบะ ไฮไลท์ของที่นี่คือปรากฏการณ์ที่แสงอาทิตย์ยามเช้าลอดผ่านอุโมงค์ลงมาสะท้อนบนผิวน้ำจนเกิดเป็นรูปหัวใจ ช่วงเวลาที่จะมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์นี้ค่อนข้างจำกัด

ว่ากันว่าจะเห็นแสงรูปหัวใจได้งามที่สุดในวันที่กลางวันและกลางคืนยาวเท่ากัน ซึ่งในหนึ่งปีจะมี 2 วันในเดือนมีนาคมกับเดือนกันยายน ของเดือนกันยายนคือราวๆ วันที่ 23 กันยายน เป็นสัปดาห์ที่ญี่ปุ่นหยุดสัปดาห์โอะฮิงัน (Ohigan) ตั้งแต่ประมาณวันที่ 20 ถึง 26 ถ้ามาดูแสงรูปหัวใจที่อุโมงค์คาเมะอิวะช่วงนี้ ก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะได้เห็นสูงกว่าช่วงอื่นของปี

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี JR Kazusa-Kameyama ของรถไฟสาย Kururi นั่งแท็กซี่ต่อไปประมาณ 15 นาที

3 เทศกาลแห่งไฟ เมืองโทโยฮาชิ จังหวัดไอจิ (Fire Festival, Toyohashi, Aichi)

หลังหมดเทศกาลดอกไม้ไฟหน้าร้อนแล้วก็ยังมีงานดอกไม้ไฟในช่วงย่างเข้าหน้าใบไม้ร่วงให้ได้ชมกันอีก นั่นคือเทศกาลแห่งไฟ โฮโนโอะโนะไซเตน (Hono-o no Saiten) ซึ่งเป็นเทศกาลยิงดอกไม้ไฟจากกระบอกไม้ไผ่สุดอลังการของจังหวัดไอจิ เทศกาลแห่งไฟนี้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีแสดงความขอบคุณเทพเจ้าทั้งหลาย ที่บันดาลให้ผลผลิตทางการเกษตรในปีนี้เจริญงอกงามเป็นอย่างดี และขับไล่ภัยต่างๆ ที่จะมาทำลายผลผลิต เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า 400 ปีแล้วตั้งแต่สมัยเอโดะ

การยิงทำได้โดยใช้มือเปล่าถือกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่ดอกไม้ไฟไว้ แล้วจุดไฟยิงให้ขึ้นไปสู่ท้องฟ้ายามกลางคืนอันมืดมิด จะเห็นเหมือนเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมา และสะเก็ดไฟฟุ้งกระจาย เมื่อทำอย่างพร้อมเพรียงกันจะยิ่งดูสวยและน่าตื่นตาตื่นใจมาก

ช่วงเวลาที่จัด
วันเสาร์ที่สองของเดือนกันยายน เวลา 17.00 - 19.30 น. ทั้งสองวัน
ค่าเข้าชม
ที่นั่งมีหลายเรทราคาขึ้นอยู่กับโซนที่เห็นไฟ
ที่นั่งยืนในสนาม 1,500 เยน
ที่นั่งในพื้นที่สำหรับถ่ายรูป 5,500 เยน
ที่นั่งพิเศษริมระเบียง SS 6,000 เยน
การเดินทาง
สามารถต่อรถรางจากในเมืองโทโยฮาชิได้ที่หน้าสถานี Toyohashi ไปลงสถานี Toyohashi Koen-mae จากสถานีสามารถมองเห็นสวนสาธารณะโทโยฮาชิได้

4 เส้นทางเดินป่ากินเซ็นได เมืองคามิคาวะ จังหวัดฮอกไกโด (Ginsendai, Kamikawa, Hokkaido)

เส้นทางเดินป่ากินเซ็นได ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan National Park) จังหวัดฮอกไกโด เป็นเส้นทางเดินป่าไปถึงยอดเขาอากาดาเกะ (Mount Akadake) ที่อยู่สูงประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลทางด้านตะวันออกของอุทยาน เป็นเส้นทางยาวประมาณ 15 กิโลเมตรและเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่ต้องใช้สกิลของนักปีนเขามากนัก

กินเซ็นไดขึ้นชื่อว่าเป็นจุดที่ใบไม้เปลี่ยนสีมาเยือนเป็นอันดับแรกสุดในญี่ปุ่น แค่กลางเดือนกันยายนกินเซ็นไดก็จะกลายสภาพเป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติสีส้มแดงที่นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลกันมา รับรองว่าคุ้มค่ากับการมาเที่ยวเพราะทัศนียภาพที่รายล้อมด้วยสนป่าและพืชพรรณต่างๆ ที่ยังพอเป็นสีเขียวสลับกับพวกต้นไม้ผลัดใบที่เปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม สีเหลือง นี่เป็นทิวทัศน์ที่งดงามเหมือนภาพวาดจริงๆ อากาศก็สดชื่น แถมยังได้เดินออกกำลังกายอีกด้วย

เวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วงเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม และปิดช่วงฤดูหนาว
การเดินทาง
มีรถบัสจากโซอุนเคียวออนเซ็น (Sounkyo Onsen) แบบไปกลับ 2 เที่ยวต่อวัน เฉพาะช่วงเดือนมิถุนายน - เดือนกันยายน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ราคาตั๋วเที่ยวละ 900 เยน

5 โจซังเคออนเซ็น เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด (Jozankei Onsen, Sapporo, Hokkaido)

โจซังเคเป็นเมืองออนเซ็นเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากซัปโปโรแค่ประมาณ 20 กิโลเมตรกว่าๆ ถึงเป็นเมืองเล็กแต่ทิวทัศน์ของที่นีี่ไม่ได้เล็กตามเลย โจซังเคเป็นเมืองออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดฮอกไกโดที่เด่นเรื่องวิวใบไม้เปลี่ยนสี ถ้ามาที่โจซังเคออนเซ็นช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม ก็จะได้แช่ออนเซ็นและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพีคๆ ของที่นี่จะอยู่ราวต้นถึงกลางตุลาคม

ไฮไลท์ของที่นี่คือจุดชมวิวจากบนสะพานแขวน ฟุตามิ สึริบาชิ (Futami Tsuribashi) ซึ่งโอบล้อมด้วยใบไม้เปลี่ยนสีรอบด้านและมีแม่น้ำไหลผ่านด้านล่าง กับอีกจุดคือสะพานแดง ซึ่งเป็นจุดชมทัศนียภาพยอดฮิตที่จะเห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดของเมืองออนเซนแห่งนี้ และไม่ไกลจากโจซังเคก็เป็นเขื่อนโจซังเค (Jozankei Dam) ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ค่าเรียวกังขึ้นอยู่กับแต่ละที่พัก
การเดินทาง
สามารถนั่งรถบัส Kappa Liner Bus หรือ Jotetsu Bus จากตัวเมืองซัปโปโรไปถึงโจซังเคออนเซ็น

6 โซอุนเคียวออนเซ็น เมืองคามิคาวะ จังหวัดฮอกไกโด (Sounkyo Onsen, Kamikawa, Hokkaido)

โซอุนเคียวออนเซ็น เป็นเมืองออนเซ็นในหุบเขาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก และเป็นอีกแห่งในฮอกไกโดที่สามารถไปชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ตั้งแต่เดือนกันยายน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan National Park) มีทิวทัศน์ที่สวยสุดประทับใจ ถ้าได้แช่ออนเซ็นไปด้วยชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีไปด้วยรับรองว่าฟินสุดๆ

ในเมืองมีออนเซ็นคุโรดาเกะ โนะ ยุ (Kurodake no Yu) ซึ่งเป็นออนเซ็นสาธารณะ หรือถ้าอยากแช่เป็นส่วนตัวหน่อยก็แนะนำให้พักค้างคืนในเรียวกังสักคืน ห่างไปทางตะวันออกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีน้ำตกกิงงะ (Ginga no Taki) กับน้ำตกริวเซ (Ryusei no Taki) มีเส้นทางเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม นอกจากนี้ถ้าอยากขึ้นไปชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีจากมุมสูงก็แนะนำกระเช้าไดเซ็ตสึซัง โซอุนเคียว คุโรดาเกะ (Daisetsuzan Sounkyo-Kurodake Ropeway) ขึ้นไปได้

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ค่าเรียวกังขึ้นอยู่กับแต่ละที่พัก
การเดินทาง
ก่อนอื่นนั่งรถไฟไปลงสถานี Kamikawa ด้วยรถไฟด่าวนเช่น JR Okhotsk จากซัปโปโร แล้วต่อรถบัสหน้าสถานีที่ป้าย Kamikawa Morinoterasu Bus ไปลง Sounkyo Onsen

7 ทุ่งดอกผักตบชวาที่ซากวัดโมโตะยากุชิจิ เมืองคาชิฮาระ จังหวัดนารา (Hotei Aoi at Ruins of Moto-Yakushiji, Kashihara, Nara)

ดอกผักตบชวา ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าโฮเต อาโออิ (Hotei Aoi) มาจากคำว่าอาโออิที่เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง กับโฮเตที่เป็นชื่อของเทพแห่งความโชคดีองค์หนึ่ง ซึ่งท่านมีรูปร่างอ้วนเหมือนกับผักตบชวาที่มีลักษณะอ้วนกลม มาประสมกันเป็นชื่อดอกโฮเตอาโออิ เป็นดอกไม้ที่สวยงามอย่างคาดไม่ถึงและขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทางจังหวัดนารานำมาปลูกในทุ่งกว้างเพื่อทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว

ทุ่งดอกผักตบชวานี้อยู่ที่ซากวัดโมโตะยากุชิจิ (Ruins of Moto-Yakushiji) สามารถเดินชมดอกผักตบชวาได้ตามอัธยาศัย โดยฤดูชมดอกผักตบชวาเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนสิงหาคมไปจนถึงปลายเดือนกันยายน

เวลาทำการ
กลางเดือนสิงหาคมไปจนถึงปลายเดือนกันยายน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย Kintetsu ไปลงสถานี Kintetsu Unebigoryomae แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

8 ทุ่งดอกโซบะแดง เมืองมิโนวะ จังหวัดนางาโนะ (Aka Soba no Sato, Minowa-cho, Ina-gun, Nagano)

ทุ่งดอกโซบะแดง เป็นที่เที่ยวค่อนข้างแปลกและหายากในญี่ปุ่น ต้นกำเนิดแท้จริงของดอกโซบะแดงอยู่ที่เทือกเขาหิมาลายา (Himalayas) ในมณฑลยูนนาน (Yunnan) ประเทศจีน ก่อนที่ศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่นจะนำดอกกลับมาญี่ปุ่นเพื่อปลูกในบริเวณนี้และตั้งชื่อดอกโซบะแดงว่า Takane Ruby (ทับทิมแห่งทากาเนะ) เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหาร

ดอกโซบะแดงนี้บานอยู่เต็มทุ่งพื้นที่กว่า 4.2 เฮกเตอร์บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร มองไปเห็นเหมือนพรมสีชมพูผืนใหญ่สวยหวานมาก สามารถมาชมได้ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนที่นี่จัดเทศกาลโซบะแดง (Aka Soba Hana Matsuri) มีอีเวนท์พิเศษทำโซบะสดๆ และมีการออกร้านขายของท้องถิ่น และไฮไลท์ก็คือโซบะที่ทำจากโซบะแดง

เวลาทำการ
ปลายเดือนกันยายน - ต้นเดือนตุลาคม
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Iida ไปลงสถานี Ina Matsushima แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปประมาณ 10 นาที

9 คามิโคจิ จังหวัดนางาโนะ (Kamikochi, Nagano)

คามิโคจิ (Kamikochi) เป็นเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติจูบุซังงากุ (Chubu-Sangaku National Park) ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น (Japan Alps) มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โอบล้อมไปด้วยภูเขาสูง ทำให้คามิโคจิมีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี เข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเร็วประมาณราวกลางเดือนตุลาคม และมีจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ มากมาย

จุดชมวิวบึงไทโช (Taisho Pond) เป็นบึงน้ำที่สะท้อนวิวภูเขาเบื้องหลัง เป็นเส้นทางชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เลียบแม่น้ำอาซึสะ (Azusa River) ไปยังสะพานคัปปะ (Kappa Bridge) ได้ ซึ่งสะพานนี้ตั้งอยู่ใจกลางอุทยาน เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของคามิโคจิเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมด้วย และยังมีบึงเมียวจิน (Myojin Pond) ที่ล้อมรอบด้วยทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีของผืนป่าบนภูเขา ธรรมชาติที่คามิโคจิบริสุทธิ์ขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะมาเที่ยวชมกันสักครั้งในชีวิต

เวลาทำการ
กลางเดือนเมษายน - กลางเดือนพฤศจิกายน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จาก Tokyo สามารถขึ้นรถบัส Alpico จากชินจุกุวิ่งตรงไป Kamikochi

10 ทะเลสาบโกชิกินุมะ (บึงห้าสี) ที่เมืองยามะ หมู่บ้านคิตะชิโอบาระ จังหวัดฟุกุชิมะ (Lake Goshiki-numa, Yama, Kitashiobara, Fukushima)

ทะเลสาบโกชิกินุมะ หรือแปลได้ว่าบึงห้าสี เป็นชื่อเรียกรวมของบึงน้ำขนาดเล็ก 20 - 30 บึงที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟบันได (Mt. Bandai) บึงห้าสีตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติบันไดอาซาฮิ (Bandai-Asahi) เมืองยามะ จังหวัดฟุกุชิมะ เราสามารถมองเห็นน้ำในบึงเปลี่ยนเป็นสีต่างๆ เช่น สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียว ก็เพราะในน้ำมีกรดที่ทำปฏิกิริยากับหินภูเขาไฟ สีที่มองเห็นก็จะเปลี่ยนไปโดยขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศบวกการทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุในน้ำแต่ละบึง

ทะเลสาบโกชิกินุมะเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามมากแห่งหนึ่งของจังหวัดฟุกุชิมะ เป็นเส้นทางเดินป่าชมธรรมชาติ ระยะทางยาวประมาณ 3.6 กิโลเมตร ซึ่งเราก็เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีผ่านทะเลสาบและบึงรวม 7 แห่งด้วยกันคือ บิชามนนุมะ (Bishamonnuma) อางะนุมะ (Aganuma) อาโอะนุมะ Aonuma) มิโดรินุมะ (Midorinuma) เบ็นเต็นนุมะ (Bentennuma) รุรินุมะ (Rurinuma) เเละยานางินุมะ (Yanagi-numa)

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถบัส Bandai Higashi Miyako Bus จากสถานี Inawashiro ของรถไฟสาย JR Banetsu West Line ลงป้าย Urabandai kogen-eki หรือ ป้าย Goshikinuma Iriguchi-eki ก็ได้

11 ชมดอกคอสมอสที่สวนโชวะ คิเน็น เมืองทาจิกาวะ จังหวัดโตเกียว (Showa Kinen Park, Tachikawa, Tokyo)

สวนโชวะ คิเน็น เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียว ตั้งอยู่ในเมืองทาจิกาวะ สร้างเสร็จในปี คศ.1982 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบรอบ 50 ปี ของจักรพรรดิโชวะ ในสวนแบ่งออกเป็น 5 โซน มีดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่งอวดโฉมให้ชมกันตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะแวะมาเที่ยวฤดูกาลไหนก็จะได้ประทับใจกับสวนดอกไม้สวยๆ ที่ผลัดกันผลิบาน เช่น สวนดอกทิวลิปหลากสีที่มีกว่า 23,000 ต้น สวนดอกแดฟโฟดิลสีเหลืองสดใส สวนดอกเรฟซีด สวนดอกวิสทีเรีย สวนดอกไอริส และสวนดอกไม้ป่าสีม่วง เป็นต้น

สวนนี้มีการจัดงานเทศกาลดอกไม้และกิจกรรมต่างๆ บ่อยครั้ง งานที่ขึ้นชื่อของสวนก็คือเทศกาลดอกคอสมอส จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกคอสมอสสีเหลือง สีชมพู สีขาว บานสดใสเต็มทุ่ง

เวลาทำการ
มีนาคม - ตุลาคม
09.30 - 17.00 น.
พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
09.30 - 16.30 น.
วันหยุด
31 ธันวาคม - 1 มกราคม
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (15 ปีขึ้นไป) 450 เยน
ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 210 เยน
เด็กก่อนวัยเรียน - มัธยมต้น ฟรี
การเดินทาง
เดินทางจากสถานี JR Shinjuku โดยขึ้นรถไฟสาย Chuo ไปประมาณครึ่งชั่วโมง ลงสถานี Tachikawa ทางออกฝั่งทิศเหนือ หรือจะต่อรถไฟสาย Ome อีกนิดมาลงสถานี Nishi-Tachikawa ก็ได้จะใกล้สวนมากขึ้นเล็กน้อย เดินต่อไปอีกนิดเดียวก็เข้าประตูด้านข้างของสวน

12 งานประดับไฟสวนสนุกโยมิอุริแลนด์ เมืองอินางิ จังหวัดโตเกียว (Jewellumination at Yomiuriland, Inagi, Tokyo)

สวนสนุกโยมิอุริแลนด์ เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในโตเกียว เปิดให้บริการมากว่า 50 ปีแล้ว ภายในแบ่งเป็น 3 โซนใหญ่ๆ ได้แก่ โซนเครื่องเล่นที่แยกย่อยออกเป็นเครื่องเล่นสำหรับเด็กและครอบครัว และเครื่องเล่นผาดโผนชวนหวาดเสียว โซนสวนน้ำขนาดใหญ่ที่มีถึง 5 สระ และโซนโรงงานจำลองที่เป็นพวกทำเวิร์คช็อปให้ทดลองประกอบรถยนต์เอง เรียนรู้งานผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ขั้นตอนการทำยากิโซบะ เป็นต้น

ช่วงกลางเดือนตุลาคม ที่โยมิอุริแลนด์จะมีการจัดเทศกาลการประดับไฟ (Jewellumination) ซึ่งเป็นงานแสดงไฟตกแต่งช่วงฤดูใบไม้ร่วงไปจนถึงฤดูหนาว โดยการใช้ไฟ LED กว่า 6 ล้านดวง มากถึง 24 เฉดสี ประดับตกแต่งทั่วสวนสนุก ส่องประกายสวยงามเจิดจ้าตัดกับผืนฟ้ายามกลางคืน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและการจัดแสดงที่แบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ไฮไลท์การแสดงโชว์เด็ดๆ คือการจัดแสดงน้ำพุเต้นระบำที่โซน Aqua Jewelry Beach และอีกมากมาย ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรอีกบ้างต้องลองมาชมกันด้วยตัวเองดีกว่า

เวลาทำการ
10.00 - 20.30 น.
ค่าเข้าชม
ตั๋วแบบ One-Day Pass
ผู้ใหญ่ (อายุ 18-64 ปี) 5,500 เยน
นักเรียนม.ต้น ม.ปลาย (อายุ 12-17 ปี) 4,400 เยน
เด็กประถม (6-11 ปี) และผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 3,900 เยน
เด็กเล็ก (3-5 ขวบ) 3,400 เยน
การเดินทาง
จากสถานี Shinjuku ขึ้นรถไฟสาย Keio มาลงสถานี Chofu จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟสาย Keio Sagamihara ไปลงสถานี Keio Yomiuriland แล้วต่อกระเช้า Gondola หรือรถบัสอีกประมาณ 5 - 0 นาที

13 พุ่มต้นโคเชียในสวนฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค เมืองฮิตาชินากะ จังหวัดอิบารากิ (Hitachi Seaside Park, Hitachinaka, Ibaraki)

สวนฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค เป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ในเมืองฮิตาชินากะ จังหวัดอิบารากิ ซึ่งก็ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก ในสวนแบ่งโซนดอกไม้เป็นหลายโซน เช่น โซนดอกทิวลิป โซนดอกแดฟโฟดิล เป็นต้น สวนนี้สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทุกฤดูกาล สวนนี้ก็มีรถรางให้บริการสำหรับคนที่ไม่อยากเดินไกล มีจักรยานให้เช่าปั่นชมสวน หรือจะขึ้นชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่นั่งชมทิวทัศน์ในมุมสวยๆ ก็เพลินดี

ไฮไลท์ของที่นี่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงคือเนินต้นโคเชีย (Kochia) ซึ่งเป็นพืชตระกูลหญ้าทรงกลมที่จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง มีชื่อญี่ปุ่นว่าโฮกิงุซะ (Hokigusa) แปลว่าหญ้าไม้กวาด พุ่มโคเชียทั่วเนินเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยละลานตาประมาณปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม

เวลาทำการ
09.30 - 17.00 น. หยุดวันจันทร์
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 410 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 210 เยน
นักเรียนชั้นประถม - มัธยม 80 เยน
อายุต่ำกว่า 6 ขวบ ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟด่วนที่โตเกียวจากสถานี JR Ueno ขบวนด่วนพิเศษ Super Hitachi ไปลงสถานี Katsuta เสร็จแล้วก็ต่อรถโดยสารประจำทางสาย Ibaraki Kotsu Bus (สาย 2) ไปลงที่สวน Hitachi Seaside Park

14 เก็บแอปเปิ้ลที่ตำบลไดโงะ จังหวัดอิบารากิ (Daigo, Ibaraki)

จังหวัดอิบารากิซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว มีชื่อเสียงเรื่องแอปเปิ้ลอร่อยลูกโต ถ้ามาเที่ยวช่วงกลางเดือนกันยายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนก็จะได้มีโอกาสเก็บแอปเปิ้ลหวานกรอบมากินให้หนำใจ โดยไปที่ฟาร์มแอปเปิ้ลหลายแห่งของที่นี่ซึ่งปลูกแอปเปิ้ลกันมาถึง 70 ปีแล้ว บางต้นก็ว่ากันว่าเป็นต้นแอปเปิ้ลมีอายุเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และจะบอกว่าแอปเปิ้ลของไดโงะมีแอปเปิ้ลสายพันธุ์โอคุคุจิ (Okukuji Apple) ซึ่งมีเฉพาะที่ฟาร์มในเมืองไดโงะเท่านั้น

ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว
กลางเดือนกันยายน - ปลายเดือนพฤศจิกายน
ค่าเข้าสวนเพื่อเก็บแอปเปิ้ล
ผู้ใหญ่ (มัธยมต้นขึ้นไป) จ่าย 400 เยน เด็ก (3 ขวบจนถึงประถม) จ่าย 300 เยน และคิดราคาแอปเปิ้ลที่เก็บเอง 550 เยนต่อ 1 กิโลกรัม
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟ JR สาย Suigun ลงสถานี Fukuroda แล้วต่อแท๊กซี่ประมาณ 15 นาที

15 สวนเค็นโรคุเอ็น เมืองคานาซาวะ จังหวัดอิชิกาวะ (Kenrokuen, Kanazawa, Ishikawa)

สวนเค็นโรคุเอ็น ตั้งอยู่ติดกับสวนปราสาทคานาซาวะ (Kanazawa Castle Park) ในจังหวัดอิชิกาวะ เป็นสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่มีการจัดแต่งสวนโดยแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่างๆ ได้อย่างสวยงาม มีองค์ประกอบของต้นไม้ น้ำพุ สระน้ำ สะพานข้าม หินประดับ จุดแวะพัก และรายละเอียดการตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างลงตัว การดีไซน์มีลูกเล่นสร้างสรรค์ แต่ละมุมไม่ซ้ำแบบกัน อีกทั้งบรรยากาศในสวนก็บริสุทธิ์ด้วยธรรมชาติร่มรื่น อากาศสดชื่น สวนนี้เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1871

สวนเค็นโรคุเอ็นได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 สวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ถ้ามาเที่ยวในเดือนกันยายนที่หมดฤดูร้อนไปแล้วและกำลังย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ เราจะได้เห็นความเขียวของพืชพรรณที่กำลังค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนสีเป็นเหลือง บ้างก็ส้มอมเหลือง และส้มอมแดง นับเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในระยะเริ่มๆ ที่สวยงามอีกช่วงหนึ่ง

เวลาทำการ
มีนาคม - 15 ตุลาคม 07.00 - 18.00 น.
16 ตุลาคม - กุมภาพันธ์ 08.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) 310 เยน
เด็ก (อายุ 6 - 17 ปี) 100 เยน
ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป) ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี Kanazawa ขึ้นรถบัส Kanazawa Loop Bus Right Loop ลงที่ป้าย RL8 หรือ Loop Bus Left Loop ลงที่ป้าย LL9 หรือขึ้นรถบัส Kenrokuen Shuttle Bus (เฉพาะเสาร์ - อาทิตย์และวันหยุดราชการ) ลงที่ป้าย S8

16 เทศกาลโอวาระ คาเซะ โนะ บ้ง เมืองยัตสึโอะ จังหวัดโทยามะ (Owara Kaze no Bon, Yatsuo, Toyama)

เทศกาลโอวาระ คาเซะ โนะ บ้ง (Owara Kaze no Bon) เป็นงานเทศกาลเต้นรำเก่าแก่ที่เป็นตัวตัวแทนเทศกาลเด่นของจังหวัดโทยามะ จัดขึ้นที่เมืองยัตสึโอะ (Yatsuo) อย่างต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานกว่า 300 ปีแล้ว โดยแต่ละปีจะจัดในวันที่ 1-3 กันยายน ช่วงวันงานจะมีการประดับโคมไฟกระดาษเรียงรายไปตามถนนเป็นพันๆ โคมอีกด้วย

บรรดาผู้รำชายสวมเสื้อแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียกว่าฮัปปิ (Happi) ส่วนผู้หญิงสวมชุดยูกาตะและสวมหมวกที่ปีกหมวกต่ำปกปิดใบหน้าไว้เกือบมิด ร่ายรำในท่วงท่าอันงดงามอย่างพร้อมเพรียงกันไปตามท่วงทำนองดนตรีที่เศร้าโศก โดยการบรรเลงชามิเซ็ง (Shamisen) และโคะคิว (Kokyu) ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีตระกูลซอ

เวลาจัดเทศกาล
1 - 3 กันยายน
ค่าเข้าชม
ที่นั่งแบบจองได้ A\2,800 เยน B\2,300 เยน
ที่นั่งแบบไม่ได้จอง 1,500 เยน
การเดินทาง
รถไฟสาย Takayama Main Line ขึ้นรถไฟสายท้องถิ่นไปลงสถานี Etchu Yatsuo

17 ทุ่งหญ้าซุซุกิเซ็นโงกุฮาระ เมืองฮาโกเนะ จังหวัดคานางาวะ (Sengokuhara Pampas Grass Fields, Hakone, Kanagawa)

ทุ่งหญ้าซุซุกิเซ็นโงกุฮาระ เป็นทุ่งต้นหญ้าซุซุกิ (หญ้าขนไก่) ที่ทิวทัศน์เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ในฤดูใบไม้ผลิใบหญ้าจะผลัดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง สามารถมาเที่ยวชมได้ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองฮาโกเนะประจำฤดูใบไม้ร่วงเลยละ แต่ถ้ามาช่วงปลายเดือนกันยายนเลยก็จะยังเห็นหญ้าซุซุกิเป็นสีเขียวและรวงยอดเป็นสีทองปนกัน

ต้นหญ้าซุซุกิเหล่านี้เติบโตจนสูงเกินความสูงของคนที่ไปเดินเที่ยวเสียอีก และพื้นที่ของทุ่งหญ้าก็กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตามองเห็นต้นหญ้าพลิ้วไหวล้อกับสายลมเป็นสีทองอร่าม เส้นทางสำหรับเดินชมวิวหญ้าซุซุกิเป็นเส้นทางตรงทางเดียวประมาณ 700 เมตร สองข้างทางก็เป็นต้นหญ้าซุซุกิที่สูงท่วมหัว บางช่วงอาจเป็นดินไม่เรียบ แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบมาจะเดินได้สะดวกกว่า

เวลาที่เหมาะไปเที่ยวชม
ปลายเดือนกันยายน - กลางเดือนพฤศจิกายน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี Hakone-Yumoto ขึ้นรถบัสสาย Hakone Tozan ที่มุ่งหน้าไป Togendai ลงป้าย Sengoku Kogen

18 ทุ่งดอกมันจุชาเงะ (หรือดอกฮิกังบานะ) เมืองฮิดากะ จังหวัดไซตามะ (Red Spider Lily at Hidaka, Saitama)

เมื่อเข้าสู่เดือนกันยายน ดอกมันจุชาเงะ หรือดอกฮิกังบานะ ที่รู้จักกันในชื่อดอกลิลลี่แมงมุมสีแดง (Red Spider Lily) หรือชื่อไทยว่าดอกพลับพลึงแดง ก็บานสะพรั่งในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น ที่สวนคินฉะคุดะมันจุชาเงะ (Kinchakuda Manjushage Park) เมืองฮิดากะ จังหวัดไซตามะก็เช่นเดียวกัน ที่ญี่ปุ่นมักปลูกดอกมันจุชาเงะนี้ล้อมรอบนาข้าวเพื่อไล่ศัตรูพืชและหนู

สวนคินฉะคุดะที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำโคมางาวะ (Komagawa River) ซึ่งมีลักษณะโค้งคดเคี้ยว ทำให้บริเวณโค้งแม่น้ำเป็นรูปทรงคล้ายกับถุงใส่ของที่เรียกว่าคินฉะคุ (Kinchaku) ที่สวนนี้จะบานสะพรั่งไปด้วยดอกมันจุชาเงะจำนวนมหาศาลเรียงรายตลอดสองฝั่งแม่น้ำเหมือนกับพรมแดงเลยทีเดียว การได้มาเดินชมดอกไม้แดงขณะฟังเสียงน้ำไหลน่าจะเรียกพลังความกระปรี้กระเปร่าให้กลับมาได้แน่นอน ช่วงมันจุชาเงะบานจะไม่นานมากแค่ประมาณ 3 สัปดาห์ ราวๆ กลางเดือนกันยายนถึงกลางเดือนตุลาคม

เวลาทำการ
09.00 - 16.30 น.
ค่าเข้าชม
300 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย Seibu Ikebukuro จากสถานี Ikebukuro ไปลงสถานี Hanno จากนั้นต่อสาย Seibu Chichibu ไปลงสถานี Koma แล้วเดินต่อไปที่สวนอีกประมาณ 15 นาที

19 นาข้าวสึซึระ เมืองอุกิฮะ จังหวัดฟุกุโอกะ (Tsuzura Rice Terrace, Ukiha, Fukuoka)

นาข้าวสึซึระ เป็นนาข้าวแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ที่เมืองอุกิฮะ จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นสถานที่เที่ยวที่อาจจะยังไม่ดังมาก แต่ทัศนียภาพของที่นี่สวยงามจับใจตอนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ไฮไลท์ของนาข้าวสึซึระอยู่ช่วงประมาณกลางถึงปลายเดือนกันยายน เป็นช่วงที่ดอกฮิกัมบานะสีแดงที่เขาปลูกไว้เป็นแถวๆ เพื่อป้องกันแมลงและหนูก็จะเริ่มบาน ทำให้สีตัดกับต้นข้าวที่ออกรวงสีเขียวอ่อนอมเหลืองทอง กลายเป็นวิวธรรมชาติที่เหมือนภาพศิลปะ ปลายเดือนกันยายนประมาณวันที่ 21 ถึง 23 ที่นี่ก็จะมีจัดเทศกาลอุกิฮะ ฮิกัมบานะ บาซาระ (Higanbana and Basara Festival in Ukiha) ซึ่งจะมีการออกร้านขายของและอาหารท้องถิ่น เช่นปลายามาเมะย่าง ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนท้องถิ่น และเดินชมธรรมชาติที่สวยงามของทุ่งนาข้าวที่แซมด้วยดอกฮิกัมบานะ อย่าลืมเก็บภาพสวยๆ ไว้เป็นที่ระลึกกันนะ

เวลาทำการ
09.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Kagoshima Main Line ไปลงสถานี Kurume จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็นสาย JR Kyudai Line ไปลงสถานี JR Ukiha ช่วงเทศกาลจะมีรถรับส่งนักท่องเที่ยวไปนาสึซึระ

20 นั่งกระเช้าลอยฟ้าเบปปุชมใบไม้เปลี่ยนสี (Beppu Ropeway, Beppu, Oita)

ภูเขาไฟสึรุมิ (Mount Tsurumi) มีระดับความสูงกว่า 1,375 เมตร ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอุทยานแห่งชาติอะโสะคุจู (Aso Kuju National Park) ในจังหวัดโออิตะ เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงราวๆ กลางเดือนตุลาคม บรรดาต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ ของภูเขาไฟสึรุมิต่างก็ผลัดเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดงน่าดูชม โดยจะเริ่มเปลี่ยนสีจากยอดเขาสูงลงมาระดับล่าง

การชมใบไม้เปลี่ยนสีของภูเขาไฟสึรุมิด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้าเบปปุ (Beppu Ropeway) ซึ่งเป็นกระเช้านั่งขนาดใหญ่ถึง 101 ที่นั่ง เป็นอีกทางเลือกสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่จะได้เห็นทิวทัศน์สวยๆ ของใบไม้เปลี่ยนสีที่กลายเป็นสีเหลือง ส้ม แดงตัดกับสีฟ้าของอ่าวเบปปุ (Beppu Bay) ได้อย่างงดงาม

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสี
ประมาณกลางเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน
ค่าตั๋วขึ้นกระเช้า
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) ไปกลับ 1,600 เยน ขาเดียว 1,000 เยน
เด็ก (ไม่เกินประถม) ไปกลับ 800 เยน ขา 500 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย Nippo Main Line ลงสถานี JR Beppu จากนั้นต่อรถ Kamenoi Bus สาย 34 หรือ 36 ประมาณ 20 นาที หรือต่อรถบัสท่องเที่ยว Yufurin ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย