All About Japan

ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Toei Mita Line

| รถไฟ , Tokyo
ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Toei Mita Line

พาเที่ยวใกล้สถานีรถไฟใต้ดินสาย สาย Toei Mita Line (สายสีฟ้า) เป็นรถไฟใต้ดินในโตเกียว วิ่งผ่านย่านเที่ยวสำคัญอย่างย่านเมกุโระ โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวโดม พระราชวังอิมพีเรียล เป็นต้น

Toei Mita Line

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองว่าสถานการณ์กลับสู่สถานะปกติหรือยัง※

I - 01 สถานีเมงุโระ (Meguro Station)

เมงุโระเป็นย่านในเมืองที่ทันสมัย รายล้อมไปด้วยห้างร้านต่างๆ มากมาย ส่วนฝั่งที่เราจะเดินเพื่อไปยังแม่น้ำเมงุโระซึ่งเป็นจุดชมซากุระชื่อดังในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเรียงรายไปด้วยร้านอาหารทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหารเวียดนาม อาหารจีนก็เยอะ เป็นโซนที่เรียกว่าเนินกนโนะสุเกะซากะ (Gonnosukezaka) ซึ่งยาวประมาณ 400 เมตร ถัดจากย่านนี้ไปเป็นละแวกกึ่งย่านที่พักอาศัยแล้ว มีโรงเรียนและสนามกีฬา บรรยากาศค่อนข้างสงบร่มรื่น อากาศดี ยาวไปจนถึงแม่น้ำเมงุโระ

อุโมงค์ซากุระ
เป็นจุดชมวิวซากุระสุดฮิตอีกแห่งหนึ่งของโตเกียว อยู่ที่ริมสองฝั่งของแม่น้ำเมงุโระ (Meguro River) ซึ่งปลูกต้นซากุระไว้กว่า 800 ต้น เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เมื่อถึงฤดูชมซากุระช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงต้นเดือนเมษายน ดอกซากุระที่นี่ก็จะบานสะพรั่งสีชมพูหวานสวย เราสามารถเดินชมซากุระได้ตามอัธยาศัยทีละฝั่ง ถ้าเดินชมครบสองฝั่งแล้วก็ลองไปยืนมองวิวจากสะพานข้ามแม่น้ำ จะเห็นเป็นอุโมงค์ซากุระธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ เกิดขึ้นจากการขยายกิ่งก้านของต้นซากุระแต่ละฝั่งแม่น้ำแผ่โน้มเข้าหากันจนเป็นโค้งอุโมงค์ดอกซากุระ เดินชมความงามกันได้ตลอด ตกค่ำมีการเปิดไฟไลท์อัพและไฟที่ประดับตามต้นซากุระกลายเป็นทิวทัศน์ซากุระยามกลางคืนที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหนเลยละ

I - 06 สถานีโอนาริมง (Onarimon Station)

รอบๆ สถานีโอนาริมงบรรยากาศน่าอยู่มากๆ เพราะมีสวนสาธารณะอยู่หลายจุด ใกล้กับสถานีเลยก็คือสวนชิบะ (Shiba Park) ที่เป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ร่มไม้ช่วยเป็นร่มเงาให้เดินได้อย่างสบาย ถัดจากสวนชิบะไปไม่ไกลที่ฝั่งตรงข้ามก็มีสวนสาธารณะขนาดใหญ๋เช่นกัน สำหรับอาคารแถวนี้ก็มีตึกสูงบ้าง แต่พอเข้ามาในสวนจะไม่รกสายตา มีแค่โตเกียวทาวเวอร์ที่ยืนเด่นเป็นสง่า และแม้จะเป็นสุดยอดย่านใจกลางเมืองแต่คนสัญจรก็ไม่พลุกพล่านเท่าที่คิด

โตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower)
คงไม่ต้องแนะนำกันมาก นี่คือแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่งของโตเกียวซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1958 ไว้เป็นหอคอยสำหรับสื่อสาร ใช้ส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ โครงเหล็กทาสีแดงแซมด้วยสีขาวเด่นชัด โดยรูปร่างของโตเกียวทาวเวอร์จะคล้ายหอไอเฟลของปารีสที่ฝรั่งเศส เป็นจุดชมวิวเมืองโตเกียวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาไม่ขาดสาย ด้วยความสูงถึง 333 เมตร จึงมีจุดชมวิว 2 แห่งที่มองเห็นทัศนียภาพเมืองโตเกียวได้เป็นมุมกว้าง อยู่ที่ความสูง 150 เมตรและ 250 เมตร ส่วนด้านล่างตั้งแต่ชั้น B1 ถึงชั้น 4 จะเป็นพวกโซนร้านค้าและร้านขายสินค้าที่ระลึกต่างๆ

I - 08 สถานีฮิบิยะ (Hibiya Station)

ฮิบิยะเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองโตเกียวที่ทันสมัย หรูหรา อาคารสูงต่างๆ สร้างและตกแต่งอย่างมีระดับ มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง และมีศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงสุดหรูที่เปิดล่าสุดอย่างโตเกียวมิดทาวน์ (Tokyo Midtown Hibiya) ก็อยู่ใกล้ๆ นอกจากนี้ยังไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้งกินซ่า (Ginza) ยูระคุโจะ (Yurakucho) ชิมบาชิ (Shinbashi) พระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) และสวนฮิบิยะ (Hibiya Park) ด้วย

สวนฮิบิยะ (Hibiya Park)
เป็นสวนที่ได้ชื่อว่าเป็นโอเอซิสของคนกรุง มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ (ปี ค.ศ. 1603-1867) จากเดิมที่เคยเป็นวังของขุนนางมัตสึไดระ บิเซ็นโนะคามิ (Matsudaira Bizennokami) พอถึงสมัยเมจิก็กลายเป็นสถานที่ฝึกทหาร ก่อนจะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะเช่นในปัจจุบันในปี ค.ศ.1903 สวนบรรยากาศร่มรื่น อากาศสดชื่น ลมพัดเย็นสบาย จุดเด่นคือน้ำพุใหญ่ที่อยู่กลางสวนและการจัดสวนที่สามารถชมพืชพรรณดอกไม้ได้ทุกฤดูกาล นิยมใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลและอีเวนท์ต่างๆ มากมาย และไฮไลท์อีกอย่างคือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโตเกียวด้วย

I - 11 สถานีซุยโดบาชิ (Suidobashi Station)

เป็นสถานีที่อยู่ใกล้โตเกียวโดมมากๆ ออกมาจากสถานีก็เดินอยู่ในพื้นที่ของโตเกียวโดมซิตี้ (Tokyo Dome City) เลย เป็นส่วนร้านอาหารที่เป็นฟู้ดคอร์ท เกมเซ็นเตอร์ ร้านนิตยสารการ์ตูนจัมป์ (Jump Shop) ร้านเกมเซก้า (SEGA) และพวกเครื่องเล่นต่างๆ เช่น เรือไวกิ้ง รถไฟเหาะตีลังกา ชิงช้าสวรรค์ เป็นต้น

โตเกียวโดม (Tokyo Dome)
เป็นสิ่งก่อสร้างที่มักมีคนเอาไปเปรียบเทียบแบบสนุกๆ ในการวัดขนาดความใหญ่ของสิ่งต่างๆ โดยวัดว่าขนาดเท่ากับโตเกียวโมกี่โดม โตเกียวโดมนั้นใหญ่มาก มีพื้นที่ 112,456 ตารางเมตร เป็นทั้งสนามเหย้าของทีมเบสบอลโยมิอุริไจแอนท์ส (Yomiuri Giants) เป็นสถานที่สำหรับจัดการแข่งขันเบสบอล เป็นที่จัดแสดงคอนเสิร์ต มวยปล้ำ งานเทศกาลและอีเว้นท์ต่างๆ มากมาย และภายในอาคารยังมีพิพิธภัณฑ์อวกาศ TeNQ โรงแรมและโซนเกมโซนเอนเตอร์เทนเมนท์อีกมากมาย นอกจากนี้ด้านนอกยังเป็นสวนสนุกสุดมันที่มีทั้งรถไฟเหาะ Thunder Dolphin ชิงช้าสวรรค์ Big O ขนาดมหึมา และเครื่องเล่นอีกนานาชนิด เหมาะกับการพาเด็กมาเดินเที่ยวมากๆ

I - 15 สถานีสึงาโมะ (Sugamo Station)

สองข้างทางถนนในละแวกนี้เป็นอาคารที่พักแบบอพาร์ทเมนท์ แมนชั่น และพวกตึกออฟฟิศทั้งหลาย ซึ่งชั้น 1 เขาก็เปิดเป็นร้านอาหาร ร้านขายยา ร้าน 100 เยน เป็นต้น เป็นโซนที่ไม่ค่อยเห็นต้นไม้ปลูกเท่าไร รถราวิ่งกันค่อนข้างเร็ว และดูผู้คนค่อนข้างบางตา พอเข้าในซอยก็จะเป็นย่านที่พักอาศัยที่สงบเงียบ มีร้านขายผักผลไม้ ร้านของชำ ร้านขายอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตที่อำนวยความสะดวกของคนที่พักอยู่แถวย่านนี้ แต่ก็มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่อย่างนึงก็คือย่านการค้าที่คึกคัก เมื่อเข้ามาก็จะรู้สึกได้ทันทีว่ามีคนเยอะและรถน้อย เป็นถนนคนเดินที่ต่างจากโซนถนนใหญ่

ย่านช้อปปิ้งสึงาโมะ จิโซโดริ (Sugamo Jizodori Shopping Street)
สึงาโมะมีย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเล่นเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ฮาราจูกุของคุณยาย” ด้วยเหตุที่ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาเดินกันมักเป็นคนสูงวัย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนุ่มสาวมาเดินกันเลยนะ เพียงแต่สัดส่วนอาจจะน้อยเพราะย่านนี้บรรยากาศโดยรวมก็จะมีกลิ่นอายของยุคเก่า เหมือนย้อนอดีตสู่สันวาน ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขนม ร้านขายของที่ย่านนี้มีกว่า 200 ร้าน เรียงรายสองข้างทางถนนคนเดินยาว 800 เมตร สินค้าส่วนใหญ่เป็นแบบที่เอาใจผู้สูงวัย ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หมวก พวกขนมของกินต่างๆ ก็จะเป็นแบบดั้งเดิม เช่น ขนมดังโงะ ไดฟุกุ เซมเบ้ และขนมหวานโบราณทั้งร้อนเย็นอีกหลายชนิด ส่วนของที่เป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี่ก็คือชุดชั้นในสีแดงยอดฮิตของชาวสูงวัย ด้วยมีความเชื่อว่าถ้าผู้สูงวัยใส่เสื้อผ้าสีแดงแล้วจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง โชคดี นอกจากของกินของใช้แล้วภายในย่านนี้ก็ยังมีวัดโคงันจิ (Koganji Temple) ซึ่งมีพระพุทธรูปให้เราไปไหว้ขอพร ท่านดังในเรื่องขอให้หายจากอาการเจ็บป่วย และช่วยปัดเป่าสิ่งร้ายๆ ให้หายไป ใครที่พาญาติผู้ใหญ่ไปเที่ยวต้องลอง

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย