All About Japan

รวม 20 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนสิงหาคม

|
รวม 20 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนสิงหาคม

สิงหาคมประเทศญี่ปุ่นเต็มไปด้วยงานเทศกาลมากมาย และที่ขาดไม่ได้เลยคือดอกไม้ไฟ อาหารเย็นๆ วิวสีเขียวชอุ่มกับสายน้ำแบบญี่ปุ่น เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของการเที่ยวในฤดูร้อนที่สดใส

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สถานะปกติ※

1 เทศกาลดอกไม้ไฟเมืองนางาโอกะ จังหวัดนีงาตะ (Nagaoka Festival Fireworks, Niigata)

สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยเมื่อเข้าเดือนสิงหาคมคือดอกไม้ไฟหน้าร้อน ที่เมืองนางาโอกะ จังหวัดนีงาตะก็มีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟเมืองนางาโอกะ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น งานจัดขึ้นที่แม่น้ำชินาโนะ (Shinano River) ระหว่างสะพานโจเซ (Chousei) และสะพานโอเตโอฮาชิ (Oteohashi) เป็นเวลา 3 วันตั้งแต่วันที่ 1-3 สิงหาคม โดยวันแรกเป็นการเต้นรำ เดินขบวนพาเหรดและงานออกร้านของชาวเมือง วันที่ 2 กับ 3 ถึงจะมีการจุดดอกไม้ไฟแบบอลังการ

ตระการตาไปกับดอกไม้ไฟหลายแบบหลายสไตล์ที่จุดขึ้นไปถึง 20,000 นัด โดยมีไฮไลท์ที่ดอกไม้ไฟชุดโชซังชากุดามะ (Shosanshakudama) ที่เป็นหนึ่งในดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อจุดแล้วพุ่งทะยานขึ้นไปบนความสูงราว 600 เมตร แล้วแตกตัวเป็นรัศมีกว้างถึงราวๆ 650 เมตร ซึ่งแต่ละปีนักท่องเที่ยวก็ให้ความสนใจเข้าชมกันหลักล้านคน เป็นหนึ่งในงานดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหนึ่งชุดเด็ดคือดอกไม้ไฟชุดฟีนิกซ์ (Phoenix) ซึ่งเป็นดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ที่จะถูกจุดขึ้นพร้อมกัน 6 ลูกเรียงในแนวยาวประมาณ 2 กิโลเมตรเหมือนนกฟีนิกซ์สยายปีก

ช่วงเวลาที่จัด
2 - 3 สิงหาคม เวลาแสดงดอกไม้ไฟ 19.25 - 21.10 น. (ทั้งสองวัน)
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟชินกังเซ็นจากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Nagaoka แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 20 นาที

2 ล่องเรือแม่น้ำอางาโนะ จังหวัดนีงาตะ (Agano River, Niigata)

แม่น้ำอางาโนะ (Agano River) เป็นแม่น้ำที่ไหลมาจากจังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima) ต้นกำเนิดอยูที่ภูเขาอาราไก (Mount Arakai) ในเขตจังหวัดฟุกุชิมะกับโทชิงิ (Tochigi) จนมาสู่เมืองฮิงาชิคัมบาระ (Higashikanbara) ทางตอนเหนือของจังหวัดนีงาตะ มีความยาวกว่า 210 กิโลเมตร นับว่าเป็นหนึ่งในแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กระแสน้ำไหลเชี่ยวพอสมควร

กิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติในแม่น้ำอางาโนะนี้ได้รับความนิยมเยอะทีเดียว เราจะได้ล่องไปตามแม่น้ำที่พืชพันธุ์ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้เขียวขจี ได้ชมวิถีชีวิตแบบชนบทญี่ปุ่น มองเห็นรางรถไฟตลอดเส้นทาง มีสะพานข้ามแม่น้ำสีแดงสวย บางช่วงของแม่น้ำมีน้ำวนเป็นเกลียวคลื่นให้ตื่นตา แถมถ้าจังหวะดีก็จะได้เห็นฝูงลิงออกมาหาอาหารด้วยนะ

เวลาทำการ
เรือสายอางาโนะกาวะ (Aganogawa Line Boat Ride) ให้บริการ 09.00 - 15.00 น. มีเรือออกทุกชั่วโมง
เรือสำราญโอคุอากะ (Okuaga Cruise) ให้บริการ 10.00 - 15.00 น. มีเรือออกทุกชั่วโมง (เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ฺ)
ค่าบริการ
เรือสายอามาโนะกาวะ (Aganogawa Line Boat Ride)
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 2,000 เยน
เด็ก (6 - 12 ขวบ) 1,000 เยน
เรือสำราญโอคุอากะ (Okuaga Cruise)
ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป) 1,800 เยน
เด็ก (6 - 12 ขวบ) 900 เยน
การเดินทาง
จากสถานี JR Mikawa ขึ้นแท็กซี่ไปที่จะลงเรือ Line Boat Ride
จากสถานี JR Tsugawa ขึ้นแท็กซี่ไปท่าเรือสำหรับขึ้น Okuaga Cruise

3 ทุ่งดอกทานตะวันเมืองโฮคุริว จังหวัดฮอกไกโด (Hokuryu, Hokkaido)

ทุ่งดอกไม้ที่น่าไปเที่ยวในเดือนสิงหาคมเป็นดอกทานตะวันที่สีเหลืองสดใสรับกับฤดูร้อนเป็นอย่างดี ที่เมืองโฮคุริว (Hokuryu) จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ มีประชากรแค่ 2,000 กว่าคนนี้เป็นพื้นที่เพาะปลูกดอกทานตะวันเป็นหลัก ทุ่งดอกทานตะวันของเมืองโฮคุริวเป็นทุ่งดอกทานตะวันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ปลูกดอกทานตะวันเอาไว้มากกว่า 1.5 ล้านดอก เริ่มบานสวยราวปลายเดือนกรกฎาคม แต่จะบานสะพรั่งดอกโตเต็มทุ่งช่วงต้นเดือนสิงหาคม

ไฮไลท์ของที่นี่คือทางเดินวงกตทานตะวัน ซึ่งใช้ดอกทานตะวันพันธุ์ไฮบริดที่มีความสูงกว่าทุ่งอื่นๆ ทางวงกตนี้เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ มาก และช่วงที่ดอกทานตะวันบานสวยนี้ก็มีการจัดงานเทศกาลชมดอกทานตะวัน (Himawari Festival) จัดขึ้นในช่วงประมาณกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม มีอาหารมากมาย มีการแสดงดนตรีบนเวที แสดงกลองโฮคุริว งานเต้นระบำ และมีจุดดอกไม้ไฟด้วยนะ

ช่วงเวลาที่จัด
ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี
ทางเดินวงกตทานตะวันเปิด 08.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชม
ชมทุ่งทานตะวันฟรี
ค่าเข้าทางวงกตทานตะวัน 300 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Hakodate Main Line ไปลงสถานี Takigawa จากนั้นต่อรถบัส Chuo Bus ไปลงป้าย Himawarinosato Hokuryu Chugakko-Mae

4 พิพิธภัณฑ์สโนว์คริสตัล เมืองอาซาฮิกาวะ จังหวัดฮอกไกโด (Snow Crystal Museum, Asahikawa, Hokkaido)

หนีร้อนไปเมืองอาซาฮิกาวะ (Asahikawa) จังหวัดฮอกไกโด ที่แม้เป็นฤดูร้อนแต่อากาศก็ไม่ร้อน เมืองอาซาฮิกาวะนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สโนว์คริสตัล ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตกแต่งด้วยประติมากรรมน้ำแข็ง มีรูปผลึกหิมะประดับให้เห็นตลอดทาง โดนเด่นในฤดูหนาวก็จริงแต่ในฤดูร้อนก็สามารถสัมผัสความงามได้โดยไม่ต้องเจอความหนาว เจอแต่อากาศเย็นกำลังดี

ดีไซน์ของที่นี่เป็นธีมปราสาทสไตล์ยุโรปที่ดูมีความเป็นแฟนตาซีชวนฝัน จากทางเข้าพิพิธภัณฑ์จะเป็นบันไดวนที่เป็นทรงผลึกหิมะให้เดินลงไป มีน้ำพุอยู่ชั้นล่าง ใครอยากโยนเหรียญขอพรก็สามารถทำได้ เดินต่อมาเจอห้องกระจกที่มองเห็นน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งอยู่ข้างนอกสวยงาม แล้วก็มาเจอห้องโถงใหญ่สุดหรูสำหรับใช้จัดแสดงดนตรีได้ ใช้จัดแสดงคอนเสิร์ตและงานแต่งงานก็ได้ ทุกการตกแต่งดูหรูหราและประณีตมาก ใครอยากสัมผัสปราสาทเทพนิยายก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวกันให้ได้นะ

เวลาทำการ
09.00 - 17.00 น.
ปิดวันหยุดปีใหม่
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 800 เยน
นักเรียนมัธยมปลาย/นักศึกษามหาวิทยาลัย 600 เยน
เด็ก 500 เยน
การเดินทาง
จากสถานี JR Asahikawa ขึ้นรถบัสสาย 630 หรือ 667 ไปลงป้าย Takasagodai Iriguchi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

5 เทศกาลกระดิ่งลมรักสมหวังที่เมืองคาวาโงเอะ จังหวัดไซตามะ (Kawagoe Hikawa Jinja En-Musubi Furin, Saitama)

เทศกาลกระดิ่งลมรักสมหวัง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีช่วงหน้าร้อนที่ศาลเจ้าคาวาโงเอะฮิกาวะ ในเมืองโอมิยะ (Omiya) จังหวัดไซตามะ ศาลเจ้าคาวาโงเอะฮิกาวะแห่งนี้ ถูกกล่าวขวัญถึงในเรื่องของการขอพรแล้วสมหวังในรัก ว่ากันว่ามีเทพเจ้าซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาสถิตอยู่ที่นี่ จึงมีความเชื่อกันว่าท่านช่วยเรื่องดวงความรักและการแต่งงาน ส่วนการแขวนกระดิ่งลมก็เพราะมีความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณว่า สายลมเป็นสื่อกลางความคิดความปรารถนาของผู้คนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จึงเป็นเหมือนตัวกลางส่งผ่านความรักของเราไปให้คนที่เราคิดถึง

กระดิ่งลมหลากสีสวยสดใสจะถูกแขวนอยู่ตามทางเดินในศาลเจ้า เราสามารถเดินชมกันได้อย่างเพลิดเพลิน ตอนกลางคืนมีการเปิดไฟไลท์อัพทำให้เกิดสีสันและบรรยากาศที่สวยงาม และที่ศาลเจ้านี้มีตำนานเกี่ยวกับแม่น้ำส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับ ดังนั้นช่วงเทศกาลก็จะมีการส่องไฟประดับในลำธารของศาลเจ้าให้ดูระยิบระยับในช่วงกลางคืนตั้งแต่ประมาณ 19.00 - 21.00 น. ด้วย แล้วถ้ามีเวลาก็ลองแวะไปที่คาเฟ่มุสึบิ (Musubi Cafe) ซื้อหาขนมหวานที่ใส่ในภาชนะแก้วรูปร่างเหมือนกระดิ่งลม กับน้ำที่บรรจุในขวดทรงกลมที่เหมือนกระดิ่งลมน่ารักๆ กันด้วยนะ

ช่วงเวลาที่จัด
กระดิ่งลมจะจัดแสดงตลอดวัน ประมาณช่วงต้นเดือนกรกฎาคม - ต้นเดือนกันยายน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Tobu Tojo ไปลงสถานี Kawagoe แล้วต่อรถบัส KOEDO Loop Bus ลงป้าย Hikawa-Jinja Mae

6 ปีนภูเขาไฟฟูจิ จังหวัดยามานาชิ (Mount Fuji, Yamanashi)

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการปีนภูเขาไฟฟูจิคือฤดูร้อน ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฏาคมถึงปลายเดือนสิงหาคมเท่านั้น เพราะฟ้ากระจ่าง อากาศปลอดโปร่งแจ่มใส ไม่มีหิมะ ช่วยให้ปีนขึ้นได้อย่างปลอดภัย

สำหรับเส้นทางสู่ยอดก็แบ่งเป็น 4 เส้นทางหลักๆ ตามความยากง่าย โดยเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ เส้นทางโยชิดะงุจิ – คะวะงุชิโกะ (Yoshidaguchi - kawaguchiko) เพราะเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างลาด เดินสะดวก และมีที่พักกับสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการตามรายทางหลายจุด

คอร์สสั้นที่สุดคือ ฟูจิโนะมิยะ (Fujinomiya) เหมาะกับนักปีนเขามือใหม่ หรือคนที่ไม่มีเวลาในการเดินมากนัก

คอร์สยากที่สุดยกให้ โกเท็มบะ (Gotemba) ทางเดินค่อนข้างลาดชัน ไกลจากยอดเขากว่าคอร์สอื่น ไม่มีจุดแวะพักและห้องน้ำมากนัก คนที่จะปีนคอร์สนี้ต้องมีทักษะพอสมควร เป็นเส้นทางที่ทดสอบความอดทนอย่างมาก

และอีกเส้นทางคือคอร์สสุบาชิริ (Subashiri) เป็นเส้นทางที่คนไม่ค่อยนิยมเพราะต้องเดินในพื้นที่เขตป่า แต่ธรรมชาติสมบูรณ์ที่สุด เงียบสงบ แวดล้อมด้วยป่าไม้ร่มรื่นเขียวขจีแต่อาจมองเห็นทางไม่ค่อยชัดถ้าเดินตอนกลางคืน

การไปพิชิตยอดเขาฟูจิเราสามารถนั่งรถบัส Fujikyu มาลงจุดที่เป็นสถานีที่ 5 เป็นระดับความสูงระดับ 5 ซึ่งเป็นครึ่งทางของภูเขาฟูจิได้

เวลาเปิด
ฤดูร้อน เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม (หรืออาจจะเปิดถึงต้นกันยายน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี)
การเดินทาง
จากโตเกียว (Tokyo)
ขึ้นรถไฟ JR Chuo Line Limited Express จากสถานี Shinjuku ไปลงสถานี Otsuki แล้วเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟ Fuji Kyuko Line ไปลงสถานี Kawaguchiko จากนั้นต่อรถบัส Fuji Kyuko Bus ไปลงที่ป้าย Fujisan 5th Station
จากโอซาก้า (Osaka)
ขึ้นรถไฟ Tokaido Shinkansen จากสถานี Shin-Osaka ไปลงสถานี Mishima แล้วต่อรถบัสสาย Mishima Kawaguchiko Liner ไปลงสถานี Kawaguchiko จากนั้นขึ้นรถ Fuji Kyuko Bus ไปลงที่ป้าย Fujisan 5th Station

7 ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ จังหวัดยามานาชิ (Narusawa Ice Cave, Yamanashi)

ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara) ตรงเชิงภูเขาไฟฟูจิ เกิดขึ้นจากลาวาของภูเขาไฟที่ปะทุและไหลออกมาจากปากปล่องกลายเป็นถ้ำรูปทรงวงแหวน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่นแล้วในปี 1929 ถ้ำมีความยาว 153 เมตร และมีความลึก 21 เมตร ภายในถ้ำมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีแม้ในฤดูร้อน โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3 องศาเซลเซียส มีเสาน้ำแข็งหินงอกหินย้อยตามธรรมชาติสวยงาม ไฮไลท์ของถ้ำก็คือน้ำแข็งที่งอกและย้อยออกมานี้เอง ยิ่งพอมีการเปิดไฟส่องเป็นสีๆ ยิ่งดูงดงามมากขึ้น การเข้าไปเดินในถ้ำเย็นๆ เหมาะกับการคลายร้อนในช่วงเดือนสิงหาคมสุดๆ

เวลาทำการ
09.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 350 เยน
เด็กประถม 200 เยน
การเดินทาง
จากสถานี Kawaguchiko สาย Fujikyuko Kawaguchiko Line ขึ้นรถบัส Fujikyu Yamanashi สายที่จะไป Motosuko ลงป้าย Hyoketsu Ice Cave

8 เทศกาลชมดอกบัวเมืองโทเม จังหวัดมิยางิ (Lotus Festival at Tome City, Miyagi)

เมืองโทเม (Tome City) จังหวัดมิยางิ มีของดีประจำฤดูกาลเป็นเทศกาลชมดอกบัวในทะเลสาบนางานุมะ (Naganuma Hasu Matsuri) ซึ่งเป็นเทศกาลประจำฤดูร้อนของที่เมืองนี้ มีเฉพาะแค่เดือนสิงหาคมเท่านั้น การชมดอกบัวที่นี่เขามีเรือบริการให้เราสามารถชมดอกบัวได้อย่างใกล้ชิด โดยเรือจะล่องไปในทะเลสาบนางานุมะที่เต็มไปด้วยดอกบัวบานหลายแสนดอก แหวกเข้าไปในกอบัวให้เราสัมผัสดอกบัวที่อวดโฉมขึ้นมาบนผิวน้ำงดงามตามธรรมชาติสุดๆ และถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้

ช่วงเวลาที่จัด
1 - 31 สิงหาคม เวลา 09.00 - 16.00 น.
ค่าบริการเรือ
บุคคลทั่วไป 800 เยน
นักเรียนประถม 500 เยน
อายุต่ำกว่า 4 ขวบ 300 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Tohoku Main Line ไปลงสถานี Nitta แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

9 น้ำตกอะกิอุ เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ (Akiu Great Falls, Sendai, Miyagi)

น้ำตกเป็นที่เที่ยวสำหรับฤดูร้อนที่ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี เมืองเซ็นไดที่เป็นเมืองใหญ่แต่พื้นที่รอบๆ ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มากนั้นมีน้ำตกอะกิอุ (Akiu Great Falls) ที่ไหลแรงและดัง เดินเข้าไปใกล้ๆ ได้ละอองน้ำเย็นๆ จากน้ำตกก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและคลายร้อนได้ น้ำตกอะกิอุตั้งอยู่ทางใต้สุดของเมืองเซ็นได จากปากทางเข้าเดินไปที่น้ำตกเป็นระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตร ใช้เวลาเดินกันประมาณ 20 นาที น้ำตกอะกิอุนี้ติดอันดับ 1 ใน 3 น้ำตกที่งดงามที่สุดตามการจัดอันดับของคนญี่ปุ่นด้วย น้ำตกมีความสูง 55 เมตร มีความกว้าง 6 เมตร และสภาพแวดล้อมรอบน้ำตกอุดมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี

เวลาทำการ
08.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี Sendai ขึ้นรถไฟสาย Senzan มาลงสถานี Ayashi แล้วต่อรถบัสสาย 87 มาลงป้าย Akiu Falls

10 ช่องเขาทากาจิโฮะ จังหวัดมิยาซากิ (Takachiho Gorge, Miyazaki)

ช่องเขาทากาจิโฮะ เกิดจากการกัดเซาะของลาวาภูเขาไฟที่ไหลมาจากภูเขาไฟอะโสะ จนเกิดเป็นช่องเขารูปตัววีน่าอัศจรรย์ มีแม่น้ำโกคาเสะ (Gokase River) ไหลผ่าน ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยาซากิ เหมาะกับการเที่ยวในหน้าร้อนสุดๆ เราสามารถเดินชมธรรมชาติเขียวชอุ่มรอบบริเวณและถ่ายรูปสวยๆ หรือลองทำกิจกรรมยอดฮิตอย่างการพายเรือแคนู ไม่ก็ล่องเรือชมวิวใกล้ชิดธรรมชาติ โดยไฮไลท์ของที่นี่ก็คือน้ำตกมิไน (Minainotaki) ที่มีความสูง 17 เมตร ไหลเป็นสายเย็นชุ่มฉ่ำลงมาบนธารน้ำสีมรกตสวยงามมาก

เวลาทำการ
08.30 - 16.30 น.
ค่าบริการ
เรือ 2,000 เยน/ลำ โดย 1 ลำนั่งได้ 3 คน ให้เวลา 30 นาที
การเดินทาง
นั่งรถบัสจากสถานี Nobeoka ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือนั่งรถบัสจากสถานี Kumamoto จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2