All About Japan

ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Fukutoshin

| รถไฟ , รถไฟใต้ดิน

รถไฟใต้ดินสาย Fukutoshin (สายสีน้ำตาล) เป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินในโตเกียวที่ดำเนินงานโดยโตเกียวเมโทร มีสถานีอยู่ทั้งหมด 16 สถานี วิ่งจากสถานีต้นทางคือสถานี Wakoshi ไปยังสถานี Shibuya ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง ใช้ตัวอักษรย่อสถานีด้วย F จากชื่อ Fukutoshin

Fukutoshin

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สถานะปกติ※

F-09 สถานีอิเคบุคุโระ (Ikebukuro Station)

แถวสถานีซึ่งเป็นย่านอิเคบุคุโระ เป็นย่านเดินเล่น ช้อปปิ้ง มีห้างร้านดังๆ ที่เป็นตึกสูงอยู่รายล้อมเช่นห้าง Ikebukuro PARCO ห้าง SEIBU Ikebukuro ห้าง Sunshine City เป็นต้น โดยเฉพาะห้าง Sunshine City นี้เหมือนเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่านนี้เลยก็ว่าได้ บรรยากาศก็จะคล้ายกับย่านอากิฮาบาระ (Akihabara) ด้วย คอการ์ตูนมาเยี่ยมเยือนบ่อยพอกัน แต่อิเคบุคุโระจะเป็นลูกค้าแฟนการ์ตูนผู้หญิงมากกว่าอากิบะ มีถนนโอโตเมะ โร้ด (Otome Road) ชื่อดังรอต้อนรับลูกค้าสาวๆ ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านค้าการ์ตูนและไอดอลแบบเจาะกลุ่มผู้หญิงทั้งของมือหนึ่งและมือสองให้ช้อปปิ้งกันอย่างเพลิดเพลิน

Sunshine Aquarium
ซันไชน์อควาเรียม เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อยู่บนดาดฟ้าตึกชั้น 10 ของซันไชน์ซิตี้ พื้นที่จัดแสดงของที่นี่เป็นออกเป็น 2 โซนคือ Indoor สำหรับจัดแสดงสัตว์น้ำประเภทปลาหลากชนิด ปลาฉลาม ปลากระเบน ปูต่างๆ ปลาหมึก แมงกะพรุน ม้าน้ำ เต่าทะเล พวกนี้จัดแสงในตู้ได้สวยงามมาก และพวกสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ กับโซน Outdoor ที่จัดแสดงพวกสิงโตทะเล เพนกวิน ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ เพนกวินบินได้ อันที่จริงก็ไม่ใช่ว่าเพนกวินไปบินอยู่บนฟ้าหรอกนะ แต่เป็นไอเดียของซันไชน์อควาเรียมที่ให้เพนกวินไปแหวกว่ายอยู่ในน้ำของตู้กระจกที่เปิดโล่งด้านบน โดยเห็นฉากหลังเป็นท้องฟ้า พอเรามองผ่านกระจกไปก็เลยเห็นเหมือนพวกเพนกวินกำลังบินอยู่บนท้องฟ้านั่นเอง

เวลาทำการ
10.00 - 18.00 น.
ค่าเข้าชมอควาเรียม
เด็กเล็ก 700 เยน
เด็กโต 1,200 เยน
ผู้ใหญ่ 2,200 เยน
ผู้สูงอายุ 1,700 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Fukutoshin มาลงสถานี Ikebukuro แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

F-12 สถานีฮิงาชิชินจูกุ (Higashi-Shinjuku Station)

รอบแถวสถานีฮิงาชิชินจูกุหรือชินจูกุตะวันออก จะเงียบกว่าส่วนอื่นของชินจูกุเล็กน้อย เพราะจะเป็นย่านชุมชนที่พักอาศัยบางส่วน ในลักษณะที่เป็นอาคารหรูสูงหลายชั้น แต่ก็มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อตลอดทาง รถยนต์สัญจรไปมาตลอด มีโรงแรมให้เลือกพักหลายระดับ นับว่าสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชินจูกุเลยละ และมีพวกอาคารพาณิชย์ให้เช่าซึ่งข้างในก็มีร้านค้าร้านอาหารมากมาย สวนสาธารณะและมุมพักผ่อนเป็นระยะๆ สามารถต่อรถสะดวก อีกทั้งไม่ไกลจากจุดเที่ยวหลักของย่านชินจูกุอย่างย่านคาบุกิโจด้วย

ชินจูกุ
ย่านชินจูกุเป็นหนึ่งในแหล่งช็อปปิ้งที่จัดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียวและของญี่ปุ่นเลยละ ถ้าได้มาเดินช้อปปิ้งที่นี่รับรองว่าได้ของที่ต้องการแบบครบๆ เป็นย่านที่คนเดินพลุกพล่านตลอด ไม่เคยเงียบเหงา เพราะกลางคืนก็มีคาบุกิโจ ย่านเที่ยวกลางคืนชื่อดังของโตเกียวที่เป็นอีกสีสันของชินจูกุฝั่งตะวันออก ร้านค้าที่ชินจูกุมีให้เลือกซื้อหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้าน Bic Camera ร้าน Yodobashi Camera และ LABI เป็นต้น หลายที่ขายสินค้าประเภทกล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านเสื้อผ้า กระเป๋า สินค้าแบรนด์เนมไปจนถึงร้านสินค้าราคาถูก ร้านของกินก็เยอะหลากหลาย หรือจะเป็นห้างดังที่รายล้อมอยู่ทั่วย่านนี้ ทั้งห้าง Takashimaya ที่เก่าแก่ ห้าง My Lord ห้าง LUMINE ห้าง Alta เดินช้อปกันแบบไม่เมื่อยไม่กลับเลยทีเดียว ต้องถูกใจขาช้อปแน่นอน

F-14 สถานีคิตะซังโด (Kita-Sando Station)

บริเวณของสถานีคิตะซังโดไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านหากเทียบกับสถานีใกล้เคียง ตามทางเดินได้ร่มเงาของต้นไม้ที่อยู๋ริมทางทำให้ไม่ร้อนมาก ไม่ไกลนักเป็นสวนชินจูกุเงียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อาคารแถวนี้มักเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น เช่น อาคารของสมาคมโชงิ (Shogi-kaikan Hall) โรงละครโนห์ (National Noh Theatre) เป็นต้น และอยู่ไม่ไกลจากสวนเมจิจิงงูไกเอ็น (Meiji Jingu Gaien) ซึ่งจะมีถนนต้นแปะก๊วยที่ขึ้นชื่อของโตเกียวที่มีสีสันสวยงามและเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วง

Meiji Jingu Gaien
สวนเมจิจิงงูไกเอ็น มีถนนต้นแปะก๊วยเลื่องชื่อ เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สำคัญแห่งหนึ่งของโตเกียว ใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่เหมือนสีทองอร่ามจนได้ชื่อว่าถนนสีทอง ตลอดเส้นทางของถนนมีต้นแปะก๊วยปลูกเรียงรายสองฟากฝั่งราว 146 ต้นเป็นระยะทางประมาณ 300 เมตร ช่วงที่งดงามที่สุดคือราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคมจะมีการจัดเทศกาลต้นแปะก๊วย (Jingu Gaien Icho Matsuri) การออกร้านและการแสดงมากมาย
เวลาทำการ
ตลอดเวลา
ค่าเข้าชม
ไม่มี

Meiji Memorial Picture Gallery
ตรงสุดทางของสวนเมจิจิงงูไกเอ็น จะมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมจิ (Meiji Memorial Picture Gallery) เป็นอาคารโบราณสไตล์ตะวันตกที่จัดแสดงภาพเขียนทางประวัติศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพเขียนที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการฟื้นฟูในยุคสมัยเมจิ และเรื่องราวทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในยุคเมจิเป็นต้น

เวลาทำการ
09.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
500 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Fukutoshin ไปลงสถานี Kita-Sando แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 17 นาที

F-15 สถานีเมจิจิงงูมาเอะ (Meiji-jingumae Station)

สถานีเมจิจิงงูมาเอะ เป็นพื้นที่ของย่านฮาราจูกุที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าเป็นย่านแฟชั่นชั้นนำของญี่ปุ่น คนที่เดินสวนไปมาส่วนใหญ่ก็จะมีแต่วัยรุ่นที่แต่งตัวสวยสดใส แปลกแหวกแนวนำสมัยตามแฟชั่น และมักเจอคนแต่งคอสเพลย์กันด้วย ใกล้กันก็เป็นศาลเจ้าเมจิจิงงู (Meiji Jingu Shrine) ที่มีบรรยากาศสงบร่มรื่นเต็มไปด้วยธรรมชาติสีเขียว เหมือนเป็นโอเอซิสใจกลางเมือง นอกจากนี้ไม่ไกลกันก็เป็นสถานีรถไฟฮาราจูกุ สถานีแนววินเทจซึ่งเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ เป็นย่านที่มีความแตกต่างกันหลากหลายแต่กลับรู้สึกว่าผสมกันได้อย่างลงตัวดี

Omotesando
โอโมเตะซังโด เป็นย่านช้อปปิ้งสุดหรูที่อยู่ไม่ไกลจากฮาราจูกุ ย่านนี้เริ่มต้นจากแยกหน้าศาลเจ้าเมจิจิงงูไปถึงถนนอาโอยามะ (Aoyama Dori Street) เป็นถนนสายช้อปปิ้งที่มีต้นไม้ปลูกเรียงรายตลอดสองข้างทาง ทำให้ร่มรื่น ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีจากต้นไม้เหล่านี้ และมีการประดับไฟด้วย ย่านถนนโอโมเตะซังโดนี้มีร้านแบรนด์เนมชื่อดังเรียงติดๆ กันยาวตลอดเลย เช่น BURBERRY, Dior, CHANEL, Louis Vuitton เป็นต้น นอกจากร้านเสื้อผ้าบูติกหรูๆ แล้ว ย่านนี้ก็ยังมีร้านอาหาร ร้านขนม คาเฟ่ อีกมากมายที่ตกแต่งอย่างสวยหรูน่านั่ง และถ้ายังช้อปไม่สะใจก็เดินไปต่อที่ Omotesando Hills ซึ่งเป็นศูนย์การค้า 6 ชั้นที่มีร้านแบรนด์ดังระดับโลกหลายร้านเช่นกัน เป็นย่านที่ดูเหมาะกับคนวัยทำงานมากกว่า ไม่เหมือนย่านฮาราจูกุที่เน้นวัยรุ่น แต่ก็อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว

F-16 สถานีชิบุยะ (Shibuya Station)

สถานีชิบุยะ เป็นสถานีใหญ่อีกแห่งหนึ่งทีมีผู้โดยสารเนืองแน่น เป็นสถานีรถไฟที่มีจำนวนผู้โดยสารมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของญี่ปุ่น มีรถไฟให้บริการทั้งหมดมากถึง 9 สาย ซึ่งรถไฟใต้ดินสาย Tokyo Metro Fukutoshin Line นี้ก็คือสายหนึ่งในจำนวนนั้น ประตูเข้าออกมีมากมายหลายทางแต่จะใช้ทางไหนก็สะดวกหมด รอบสถานีชิบุยะเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม เราสามารถเริ่มช้อปได้ตั้งแต่ออกจากสถานีเลย

ย่านชิบุยะ
คงไม่มีใครไม่รู้จักย่านชิบุยะ ชิบุยะเป็นย่านศูนย์กลางของโตเกียวอีกย่านหนึ่ง เป็นย่านที่ใหญ่ที่สุดย่านหนึ่งของโตเกียวและถือว่ามีทุกอย่าง แต่เรื่องแฟชั่นจะเป็นที่รู้จักเป็นพิเศษ โดยไม่แพ้แม้แต่ชินจูกุหรือฮาราจูกุ ที่นี่เป็นเหมือนอาณาจักรแห่งการช้อปปิ้งของแฟชั่นนำสมัย มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากมาย แวดล้อมไปด้วยร้านค้าของแบรนด์ชื่อดัง นอกจากเสื้อผ้าแฟชั่นแล้ว ย่านชิบุยะก็ยังมีร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่มเยอะแยะ ส่วนตอนกลางคืนก็มีแหล่งบันเทิง ผับ บาร์ เปิดให้บริการไม่น้อย เป็นสีสันอย่างหนึ่งของชิบุยะไนท์ไลฟ์ นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติก็เดินกันขวักไขว่ตลอดทั้งวัน ไฮไลท์เด่นสุดดังของย่านนี้ขอยกให้ "ห้าแยกชิบุยะ" ซึ่งเป็นทางแยกขนาดใหญ่หน้าสถานีชิบุยะ ประกอบไปด้วยทางม้าลายขนาดใหญ่ยักษ์ จอโฆษณาขนาดยักษ์ของตึกรอบๆ รถยนต์ที่ผ่านไปมามากมาย และคนเดินถนนที่ข้ามแยกกันพลุกพล่าน แยกนี้ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และสารคดีของญี่ปุ่นและของต่างประเทศมาหลายต่อหลายเรื่องแล้วด้วยนะ

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย