All About Japan

รวมเมืองในคันไซ 5 แห่ง ที่มีบรรยากาศย้อนยุค

| ย่านการค้า , Kansai
รวมเมืองในคันไซ 5 แห่ง ที่มีบรรยากาศย้อนยุค

แนะนำเมืองเก่าในคันไซที่เต็มไปด้วยบ้านโบราณ ย่านการค้าเก่าๆ วิวแบบญี่ปุ่นเก่าๆ สุดคลาสสิก ที่อนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี

Old Town

※หมายเหตุ บทความนี้เริ่มเผยแพร่ในช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (COVID-19) ในปี 2020 ไม่ว่าจะอ่านบทความนี้เมื่อไหร่ก็ตาม ผู้ที่ต้องการไปเที่ยวควรพิจารณาด้วยตัวเองหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สถานะปกติ※

1 ย่านคุโรคาเบะ สแควร์ (Kurokabe Square)

ย่านคุโรคาเบะ สแควร์ เป็นย่านการค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบบิวะ (Lake Biwa) เมืองนางาฮามะ (Nagahama) จังหวัดชิงะ (Shiga) ซึ่งเมืองนี้มีชื่อเสียงด้านศิลปะเครื่องแก้ว ย่านนี้มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ลักษณะเป็นปูนเปลือยสีดำโบราณๆ ที่เขาอนุรักษ์ไว้ให้คงสภาพเดิมได้อย่างดีเลยละ บรรยากาศก็แบบเรโทรๆ เหมือนได้เดินย้อนอดีตไปสมัยก่อน มีร้านค้าของที่ระลึกต่างๆ ให้เลือกซื้อหาเป็นของฝาก ร้านอาหารท้องถิ่นมากมายให้เราได้เลือกลองชิม และยังมีคาเฟ่น่ารักน่านั่งไว้คอยต้อนรับหลายร้าน

นอกจากเราจะได้เดินดูของตามร้านค้าต่างๆ และเลือกชิมอาหารกันหนำใจแล้ว ย่านนี้เขายังมีจุดที่น่าสนใจแห่งหนึ่งที่จัดแสดงศิลปะเครื่องแก้วหลากชนิด ของดีของเมือง นั่นคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะเครื่องแก้วคุโรคาเบะ (Kurokabe Glass Shop) ที่ใช้อาคารของธนาคารคุโรคาเบะมาปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เขามีที่จัดแสดงผลงานศิลปะจากเครื่องแก้วสวยๆ เพียบ แล้วยังมีเวิร์คชอปที่เราสามารถเข้าร่วมสร้างผลงานเครื่องแก้วของเราเองได้ด้วย

เวลาทำการ
ตัวเมืองสามารถเดินเข้าออกได้ตลอดเวลา แต่ละอาคารและร้านค้ามีเวลาเปิดปิดไม่เหมือนกัน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
- ขึ้นรถไฟสาย JR Biwako ลงสถานี Nagahama แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
- ขึ้นรถไฟสาย JR Special Rapid Service for NAGAHAMA จากสถานี Osaka ไปลงสถานี Nagahama แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

2 เมืองคุราชิกิ (Kurashiki)

เมืองคุราชิกิตั้งอยู่ในจังหวัดโอกายามะ (Okayama) เป็นอีกเมืองที่เราจะได้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์ โดยเราจะไปกันที่ย่านประวัติศาสตร์บิคัง (Bikan Historical Quarter) ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่อายุกว่า 300 ปีที่มีการอนุรักษ์ให้คงสภาพดั้งเดิมไว้ตั้งแต่สมัยเอโดะ ในอดีตที่นี่มีการค้าขายข้าวกันมาก จึงมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมประวัติความเป็นมาของการค้าข้าว เก็บรักษาข้าว และจัดแสดงพวกอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้สมัยก่อนให้เราศึกษากัน อาคารโบราณที่เรียงรายอยู่ในเมืองก็เป็นโกดังเก่าของพวกพ่อค้านั่นเอง

ไฮไลท์เด็ดของเมืองวินเทจเล็กๆ นี้จะเป็นการนั่งรถลากโบราณเที่ยวชมทัศนียภาพรอบเมือง และการล่องเรือชมทิวทัศน์ และบรรยากาศของอาคารโกดังที่ดูมีเสน่ห์ลงตัวสุดๆ ซึ่งตั้งอยู่ขนาบแม่น้ำคุราชิกิ (Kurashiki River) ที่ไหลผ่านใจกลางย่านประวัติศาสตร์บิคัง ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เรือบรรทุกคนได้มากสุด 6 คน ล่องไปตามแม่น้ำคุราชิกิแบบเอื่อยๆ ให้เราได้ซึมซับวิวสองข้างทางได้อย่างเพลิดเพลิน

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
ค่าบริการล่องเรือ ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน มีเรือออกทุกๆ 30 นาที ตั้งแต่ประมาณ 09.30 - 16.00 น.
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Sanyo จากสถานี JR Okayama ไปลงสถานี Kurashiki

3 คิโนซากิออนเซ็น (Kinosaki Onsen)

คิโนซากิออนเซ็น เป็นเมืองออนเซ็นเก่าแก่เลื่องชื่อมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ตั้งอยู่ในเมืองโทโยโอกะ (Toyo-oka) ทางตอนเหนือของจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) ติดกับเกียวโต อาคารสถาปัตยกรรมของที่นี่ยังมีอาคารไม้แบบโบราณหลงเหลือให้ชมอยู่ คงไว้ซึ่งกลิ่นอายของอดีตเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในสมัยนั้น อาคารไม้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ขนาบตามทางเลียบคลองสายเล็กๆ ที่มีต้นหลิวขึ้นเรียงราย นอกจากนี้ก็ยังมีต้นซากุระปลูกไว้ด้วย ถ้ามาในฤดูใบไม้ผลิก็จะได้ชมดอกซากุระกันเพลิน จุดชมซากุระก็หาง่าย ให้สังเกตสะพานที่มีรูปดอกซากุระไว้นะ

ไฮไลท์สุดยอดของคิโนซากิออนเซ็นก็คือออนเซ็นธรรมชาติสาธารณะทั้งหมด 7 บ่อด้วยกัน เชื่อกันว่าถ้าได้ลงแช่จะนำสิ่งที่เป็นมงคลมาสู่ชีวิต สรรพคุณและความเชื่อในเรื่องเสริมมงคลของแต่ละบ่อก็แตกต่างกันไป นอกจากเรื่องตัวออนเซ็นเองแล้ว สิ่งที่เหมือนเป็นธรรมเนียมของที่นี่อย่างหนึ่งก็คือการใส่ชุดยูกาตะกับรองเท้าเกี๊ยะไม้เดินไปทางไหนก็เจอแต่นักท่องเที่ยวใส่ยูกาตะกัน เพิ่มบรรยากาศเมืองเก่าให้ดูมีความขลังขึ้นอีก

เวลาทำการ
ตัวเมืองเปิดให้เดินชมตลอด บ่อออนเซ็นแต่ละแห่งมีเวลาเปิด-ปิดต่างกัน
ค่าเข้าชม
ค่าใช้บริการออนเซ็นแตกต่างไปตามแต่ละที่
การเดินทาง
- ขึ้นรถไฟ Limited Express Konotori จากสถานี JR Shin-Osaka หรือ Osaka ไปลงสถานี JR Kinosaki Onsen

4 ย่านนารามาจิ (Naramachi)

นารามาจิ เป็นย่านเมืองเก่าที่อยู่ใจกลางเมืองนารา เหมือนหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางเมืองยุคปัจจุบัน เดินเข้าไปแล้วจะเจอตรอกเล็กซอยน้อยมากมาย ลักษณะเป็นบ้านคนธรรมดาที่อยู่ติดกันและมีร้านค้าปนอยู่บ้าง มีหลายแห่งที่ทำการรักษาสภาพแบบเดิมตั้งแต่สมัยเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะเดินมาถึงย่านนี้เราจะผ่านพวกร้านรวงและอาคารที่ดูเป็นสมัยปัจจุบันเยอะแยะ แต่พอเข้าเขตนารามาจิก็เหมือนหลุดเข้าไปในโลกอดีตเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวน่าเข้าชมเด่นๆ ของย่านนารามาจิก็มีอยู่หลายแห่ง เช่น วัดกังโงจิ (Gangoji Temple) ซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของนารา เป็นศูนย์กลางของย่านนารามาจินี้ด้วย หรือถ้าอยากสัมผัสประวัติศาสตร์และประเพณีท้องถิ่นก็ลองไปที่อาคารของเล่นหุ่นกระบอกนารามาจิ (Naramachi Mechanical Toy Museum) ที่จัดแสดงของเล่นโบราณของนาราภายในอาคารบ้านเรือนแบบห้องแถวอายุ 120 ปี เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แต่คุณค่าของเล่นของที่นี่ไม่เล็กไปด้วยเลย

เวลาทำการ
ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน มีตั้งแต่ 10.00 - 21.00 น.
ค่าเข้าชม
เดินเที่ยวชมในย่านนารามาจิฟรี
ค่าเข้าวัดกังโงจิ 500 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟ Kintetsu ไปลงสถานี Kintetsu Nara แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 15-20 นาที

5 ย่านนิเน็นซากะ - ย่านซังเน็นซากะ (Ninenzaka - Sannenzaka)

ย่านนิเน็นซากะและย่านซังเน็นซากะ

นิเน็นซากะเป็นย่านถนนบนเนินที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของเมืองเกียวโตเก่า เป็นถนนสายย้อนยุคอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ยังมีบ้านเรือนที่มีหน้าตาราวกับในสมัยเอโดะ เมจิ หรือไทโช เหลืออยู่ให้เราเห็นได้ ส่วนซังเน็นซากะเป็นเนินเขาที่มีบันไดโค้งมนแบบโบราณและทางเดินปูหินรวมแล้วยาวกว่า 150 เมตร ผ่านศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) เดินเชื่อมต่อไปยังนิเน็นซากะ และเชื่อมไปวัดคิโยมิซึ (Kiyomizu-dera) หรือวัดน้ำใสได้เลย เป็นย่านที่เดินไม่ต้องไกลแต่ได้เห็นอะไรหลายอย่างมาก

สองฟากฝั่งบนถนนคนเดินที่เป็นทางลาดปูหินนี้เป็นอาคารไม้เก่าแก่ตั้งเรียงราย อาคารไม้พวกนี้ทำเป็นโรงน้ำชาโบราณที่มีซุ้มทางเข้าไม้เก่าแก่ ร้านอาหารมากมายที่ขายของอร่อยของเกียวโต ร้านกาแฟ คาเฟ่น่ารักๆ ร้านเครื่องปั้นดินเผาพื้นเมือง ร้านขายงานหัตถศิลป์ งานฝีมือกระดาษของญี่ปุ่น ร้านขายผ้าพื้นเมือง ขนมและเครื่องแต่งกาย และร้านขายของที่ระลึกที่ทำในท้องถิ่นเยอะแยะไปหมด เดินชมและเลือกหาของอร่อยกับของฝากได้ไม่เบื่อเลย กลางคืนก็เปิดไฟประดับโคมทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นเรโทรย้อนยุคขึ้นไปอีก และถ้ามาเที่ยวย่านนิเน็นซากะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่ก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีงดงามสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปได้เก็บภาพสวยๆ ด้วย

เวลาทำการ
เปิดตลอด สามารถเดินขึ้นลงเนินได้อิสระ แต่ร้านค้าต่างๆ มีเวลาเปิด-ปิดที่ต่างกันไปตามแต่ละร้าน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี JR Kyoto ออกทางออก Central Exit ขึ้นรถบัสสาย 100 หรือ 206 ไปลงป้าย Kiyomizu-Michi แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย