All About Japan

ไปญี่ปุ่นช่วงไหนถึงจะถูกและไม่มีคน?

| วันฝนตก

ช่วงเวลา Off Season สำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นจะมีต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึง ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวของแต่ละภาค ญี่ปุ่นช่วงไหนที่ไม่เหมาะเดินทางไปเที่ยว ช่วงไหนตั๋วเครื่องบินราคาถูก ที่พักราคาถูก วางแผนไปญี่ปุ่นช่วงไหนค่าใช้จ่ายถูกเป็นต้น

ช่วงเวลาที่ราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาถูกที่สุด

ปัจจุบัน ตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางไปญี่ปุ่นถือว่ามีตัวเลือกที่หลากหลาย และราคาก็ลดลงมาค่อนข้างมาก ช่วงที่ตั๋วเครื่องบินมีราคาถูกที่สุดของแต่ละภูมิภาคอาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ในภาพรวมแล้วก็คือ เดือนมิถุนายนที่มักจะมีฝนตกชุก และเดือนกันยายนที่เป็นฤดูมรสุมพายุใต้ฝุ่น

ขณะเดียวกันช่วงเวลาที่ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นมีราคาแพง ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเทศกาลและวันหยุดยาวของไทยเอง เช่นเดือนเมษายน ที่นอกจากจะเป็นฤดูชมดอกซากุระแล้วยังตรงกับวันหยุดยาวสงกรานต์ของไทย อีกช่วงก็คือฤดูใบไม้เปลี่ยนสีราวๆกลางเดือนพฤศจิกายน หรือช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่เป็นต้น

สำหรับราคาที่พัก โดยปกติแล้ว ที่พักในญี่ปุ่นจะเปิดให้จองล่วงหน้า 6 เดือน โดยในคืนวันอาทิตย์-พฤหัสบดีจะมีราคาถูกกว่าคืนวันศุกร์-เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น เพราะนอกจากคนต่างชาติอย่างเราแล้ว คนญี่ปุ่นที่เที่ยวในประเทศเองก็ถือว่าเป็นคู่แข่งเช่นกัน

ช่วงเวลาที่ที่พักมีราคาถูก ก็จะเป็นช่วงฤดูร้อนในเดือนมิถุนายนไปจนถึงกันยายน (หรืออ้างอิงข้อมูลเรื่อง Off-Season ของภาคต่างๆด้านล่าง) ส่วนช่วงที่ราคาที่พักมีราคาสูงก็จะเป็นช่วงเทศกาล เช่นปีใหม่ หรือช่วงที่มีการจัดงานเทศกาลมีชื่อเสียงตามภูมิภาคต่างๆ อย่างเช่นเมืองโทคุชิมะที่คนน้อยตลอดปี หากไปในช่วงเทศกาลอาวะโอโดริที่พักจะมีราคาสูงอย่างมากมาย

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นมีที่พักหลายประเภท ถ้าต้องการราคาประหยัด สามารถเลือกเป็นประเภทโฮสเทล แคปซูล หรือดอร์ม ถ้าสามารถนอนโรงแรมเหล่านี้ได้ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย แต่ราคานั้นก็ยังผันผวนตามฤดูกาลและจำนวนคนอยู่ดี

ช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวไม่นิยมไปเที่ยวโดยรวม (Off Season)

(ภาพรวมทั่วประเทศ หากต้องการรู้เวลาเฉพาะเจาะจงให้ดูข้อมูลแยกแต่ละภาคด้านล่าง)

ฤดูมรสุม ก็คือช่วงที่มีพายุไต้ฝุ่นในญี่ปุ่น มักจะเกิดขึ้นในฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม หากไปเที่ยวช่วงที่มีพายุใต้ฝุ่น ไม่เพียงแต่จะเดินทางไม่สะดวก ทิวทัศน์ในการท่องเที่ยวไม่สวยงามอย่างที่คาดหวัง ก็อาจจะต้องพบเจอปัญหาอื่นๆตามมาอีกเช่น การงดบริการของรถไฟ การยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบิน ที่ทำให้เกิดความล่าช้าด้วย

ฤดูร้อน โดยเฉพาะเดือนที่ร้อนที่สุดอย่างสิงหาคม เนื่องจากฤดูร้อนในญี่ปุ่นมีแดดค่อนข้างแรง และเป็นอากาศที่ให้ความรู้สึกว่าร้อนอบอ้าว การเดินเที่ยวเล่นไม่สบายเหมือนฤดูอื่น ฤดูนี้ตามเมืองต่างๆจึงมักจะมีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจมาทดแทนเพื่อดึงดูดให้ผู้คนมาท่องเที่ยว เช่นงานเทศกาลดอกไม้ไฟ การลดราคาสินค้าของห้างร้านต่างๆ เป็นต้น

ฤดูฝน ญี่ปุ่นเรียกกันว่า Tsuyu ก็คือช่วงที่ฝนตกมากในเดือนมิถุนายน ช่วงนี้อากาศจะยังไม่ร้อนเท่าเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม แต่มักจะมีฝนตกแทบทุกวัน ถ้าจะไปเที่ยวก็ต้องกางร่ม ใส่เสื้อกันฝน ทำให้รู้สึกเป็นอุปสรรคและไม่สะดวกสบาย แต่เดือนนี้ก็มีสิ่งสวยงามที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นให้ได้ชม เช่น ดอกอาจิไซ (ไฮเดรนเยีย)

อย่างไรก็ตาม ข้อดีอย่างหนึ่งของการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงเวลาข้างต้น ก็คือ นักท่องเที่ยวปริมาณบางตา ที่เที่ยวยอดนิยมที่คนเยอะตลอดปีก็มีจำนวนคนลดลง ทำให้ไม่ต้องเบียดเสียดหรือวุ่นวาย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พัก ตั๋วเครื่องบินก็ไม่สูงเท่าฤดูกาลอื่นๆ ช่วยให้ประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย

รู้จักกับช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Off Season) ของแต่ละภูมิภาค

โดยสรุปแล้ว ในภาพรวม Off Season ของญี่ปุ่นจะอยู่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาวที่อากาศสุดโต่งจนเกินไป (เวลาที่เจาะจงต่างกันไปบ้างแล้วแต่ภาค) เนื่องจากฤดูร้อนนอกจากอากาศจะร้อนจัดแล้วยังมีฝนและมรสุมหรือพายุไต้ฝุ่น ส่วนฤดูหนาวจะมีช่วงที่อากาศหนาวเย็นมากเกินไปและมีหิมะตกหนักมากเกินจนทำให้การเดินทางท่องเที่ยวไม่สะดวกสบาย หรือช่วงเพิ่งเริ่มตกที่หิมะยังน้อยเกิน คนก็ยังไม่อยากไปเช่นกัน

โตเกียวและภูมิภาคคันโต (Kanto)

พื้นที่โซนนี้ในภาพรวมแล้ว สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี คนก็เยอะตลอดทั้งปีเพราะเป็นประตูสู่ญี่ปุ่น แต่ก็จะมีช่วงที่เรียกว่า Off Season ซึ่งนักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อยกว่าช่วงเวลาอื่นๆ นั่นคือ ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน เป็นเดือนที่อากาศร้อนที่สุดและมีมรสุมหรือพายุใต้ฝุ่นบ่อยที่สุด

ที่สำคัญคือ คันโตเป็นภาคที่ประชากรเยอะที่สุดในญี่ปุ่น ในมุมมองของการเที่ยวในประเทศของคนญี่ปุ่น ถือว่าเป็นภาคที่ส่งออกนักท่องเที่ยวให้ภาคอื่น ในช่วงหน้าร้อนชาวโตเกียวจะพากันไปภูมิภาคอื่นๆ เช่นฮอกไกโดหรือโทโฮคุที่อากาศเย็นกว่า

โอซาก้า เกียวโต ภูมิภาคคันไซ (Kansai)

ภูมิภาคสำคัญที่ประชากรเยอะอีกแห่งนึงของญี่ปุ่น มีเมืองสำคัญเช่นเกียวโตและโอซาก้า โดยพื้นที่นี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และแหล่งมรดกโลกหลายแห่ง มีคนเยอะมากมายตลอดปี แต่ถ้าจะให้พูดว่าช่วงไหนที่คนน้อยและถูกที่สุด ก็คงเป็นเดือนสิงหาคมที่อากาศร้อนที่สุดไปจนถึงเดือนตุลาคมที่มักจะมีมรสุม และเป็นช่วงรอยต่อก่อนฤดูใบไม้ร่วง (ใบไม้ยังไม่เปลี่ยนสี) จึงทำให้คนยังน้อย แต่ถ้าช้าไปเพียงนิดเดียวละก็อาจเจอกับนักท่องเที่ยวทั้งญี่ปุ่น ไทย และเทศ จำนวนมากที่แวะมาชมวัดและศาลเจ้าของเกียวโตท่ามกลางใบไม้แดง

ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido)

ด้วยสภาพภูมิประเทศของเกาะฮอกไกโด ทำให้พื้นที่นี้มีอากาศเย็นสบายแม้ในฤดูร้อน และเป็นที่หลบร้อนของคนญี่ปุ่น ที่สำคัญมีที่เที่ยวกลางแจ้งหลากหลายที่สวยงามในฤดูร้อนเช่นทุ่งดอกไม้ ฮอกไกโดในช่วงหน้าร้อน (กรกฏาคม สิงหาคม) จึงไม่ใช่ช่วงที่ถูกที่สุดแต่ว่ากลับแพงที่สุด ซึ่งต่างจากที่อื่นๆในญี่ปุ่น

ส่วนช่วง Off Season ของฮอกไกโด เป็นช่วงหลังใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะเพิ่งเริ่มตกใหม่ๆ นั่นคือราวๆปลายเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคม ช่วงเวลานี้ ใบไม้เปลี่ยนสีเลยจุดพีคไปแล้ว และหิมะก็เพิ่งเริ่มตก เทศกาลและกิจกรรมต่างๆจึงยังไม่น่าสนใจนัก

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

พื้นที่นี้ก็มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายตลอดปี และบางจังหวัดในฤดูหนาวก็จะมีหิมะตกเป็นปริมาณมาก ช่วง Off Season จึงเป็นช่วงที่หิมะทับถมมากที่สุดในเดือนมกราคม เพราะการเดินทางที่ลำบากกว่าปกติและอุณหภูมิที่หนาวเกินไป แต่เนื่องจากเทศกาลหิมะกับเทศกาลฤดูหนาวมักจะจัดหลังช่วงนี้(คือเดือนกุมภาพันธ์) ทำให้กุมภาพอมีคนไปเที่ยวบ้าง

และต่างจากภาคอื่นที่ช่วงฤดูร้อน (กรกฏาคม สิงหาคม) มักจะคนน้อย โทโฮคุเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่คนเยอะในหน้าร้อน เพราะเป็นที่หนีร้อนของคนญี่ปุ่นนั่นเอง โดยอุณหภูมิที่เย็นกว่าภูมิภาคคันโตพอสมควร ทำให้ประชากรเมืองโตเกียวจำนวนมากเลือกมาเที่ยวที่นี่ในหน้าร้อน

[PR] docomo Wi-Fi for visitors บริการ Wi-Fi สาธารณะสัญญาณคมชัดโดยผู้ให้บริการรายใหญ่ของญี่ปุ่น NTT docomo

ภูมิภาคชูบุ (Chubu)

สำหรับภาคกลางของญี่ปุ่นถือว่ามีคนเยอะตลอดปี เพราะเป็นภาคที่ประชากรเยอะ และโดยตำแหน่งที่อยู่กลางประเทศบวกกับการเดินทางที่สะดวกมากๆ ทำให้คนญี่ปุ่นจากภาคต่างๆเองมาเที่ยวได้ง่ายด้วย แต่ทั้งนี้ก็มีช่วงที่เงียบกว่าปกติ เช่นตั้งแต่มิถุนายน-กันยายน ถือว่าเป็นช่วงที่เงียบที่สุด ซึ่งมีทั้งหน้าฝน อากาศร้อน หน้ามรสุม พายุใต้ฝุ่น ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวก็สามารถเรียกได้ว่าเป็น Off Season ของพื้นที่นี้เช่นกัน

ฟุกุโอกะและภูมิภาคคิวชู (Kyushu)

พื้นที่นี้มีอากาศค่อนข้างอบอุ่นตลอดปี เที่ยวง่าย แต่ก็มีช่วง Off Season คือช่วงมรสุมระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รวมทั้งช่วงรอยต่อระหว่างฤดูกาล เช่นช่วงปลายปีหลังจากใบไม้เปลี่ยนสีร่วงโรยตั้งแต่ธันวา ไปจนถึงกุมภาของปีต่อไป ซึ่งคิวชูจะมีทิวทัศน์ส่วนใหญ่ที่ดูแห้งแล้งและไม่ค่อยมีหิมะ จึงทำให้ไม่ค่อยมีสิ่งดึงดูดในหน้าหนาว

สำหรับคนไทยที่ไม่ได้ยึดติดว่าต้องเจอหิมะ คิวชูหน้าหนาวเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะโรงแรมจะว่างพอควร แต่ทั้งนี้ถ้าเลือกพักตามเมืองออนเซ็น ก็อาจจะมีราคาแพงอยู่ดี เพราะออนเซ็นเป็นหนึ่งในเป้าหมายของคนญี่ปุ่นเองที่เลือกไปคิวชูในหน้าหนาว

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku)

พื้นที่นี้ ก็มีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่น ช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน จนถึงช่วงรอยต่อที่จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (แต่ใบไม้ยังไม่แดงเต็มที่) ส่วนใหญ่จะมีทั้งฝนตกชุก อากาศก็ค่อนข้างร้อน แถมบางปีอาจมีมรสุมจากพายุไต้ฝุ่น จึงถือเป็นช่วง Off Season เช่นกัน ทั้งจากมุมมองของคนญี่ปุ่นและคนไทย

[PR] ร่วมชิงรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับญี่ปุ่น และตั๋วชมฟุตบอลโอลิมปิกรอบชิงชนะเลิศ

ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku)

สำหรับเกาะขนาดเล็กแห่งนี้ ช่วง Off Season ก็คือฤดูร้อนในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เช่นเดียวกับหลายๆ พื้นที่ รวมถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่ทิวทัศน์ของใบไม้เปลี่ยนสีปลายฤดูใบไม้ร่วงได้โรยราไปแล้ว

แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ก็คือ ชิโกกุเป็นหนึ่งในพื้นที่ๆนักท่องเที่ยวทั้งคนญี่ปุ่นเองและต่างชาติค่อนข้างน้อย ถ้าหากไม่ไปที่ดังสุดๆ ที่ดังมากจนเป็นข้อยกเว้น อย่างเช่น ย่านโดโกออนเซ็นซึ่งเป็นหนึ่งในออนเซ็นที่ดังที่สุดในหมู่คนญี่ปุ่น หรือเมืองโทคุชิมะในช่วงเทศกาลอาวะโอโดริ ไม่ว่าจะที่ไหน ชิโกกุก็ยังถือว่ามีนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างน้อยตลอดปี

เกาะโอกินาวะ (Okinawa)

เป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแตกต่างจากบนเกาะฮอนชูอย่างมาก และเป็นอีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ช่วงฤดูร้อนจะเป็น Peak Season ไม่ใช่เพราะคนไทยแต่เพราะคนญี่ปุ่นจากแผ่นดินใหญ่ที่หนีร้อนมาพักผ่อนบนเกาะกันเป็นจำนวนมาก ส่วนช่วงเวลา Off Season ก็จะอยู่ในเดือนธันวาคม ซึ่งอากาศค่อนข้างหนาว แต่ไม่มีหิมะตกจึงไม่มีกิจกรรมฤดูหนาว และความหนาวทำให้ไม่ได้รับความนิยมในการมาทำกิจกรรมทางทะเลอย่างการเล่นน้ำ ซึ่งปกติเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการอากาศอบอุ่น แต่ถ้าเป็นคนไทยซึึ่งอยากไปญี่ปุ่นเมื่อไหร่ก็ได้ที่ถูกๆ และไม่ได้เน้นไปเพื่อเที่ยวทะเล ก็ถือเป็นโอกาสดีในการดื่มด่ำกับญี่ปุ่นในราคาประหยัด

ช่วงเวลาใดที่ "ไม่เหมาะ" จะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น

นอกจากฤดูมรสุม ที่มักจะมีพายุใต้ฝุ่นในช่วงเดือนกรกฎาคม-กลางเดือนตุลาคม ตามที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว ก็ยังมีช่วงเทศกาลกับวันหยุดยาวของชาวญี่ปุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะออกเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวและระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างหน้าแน่น หากใครไม่ชอบความวุ่นวายและไม่ชอบไปเที่ยวช่วงที่คนเยอะๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงเวลาเหล่านี้

วันหยุดปีใหม่ แน่นอนว่าบริษัทต่างๆหยุดทำการในช่วงส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ทำให้คนญี่ปุ่นเองออกมาเที่ยว แถมวันปีใหม่เองยังเป็นช่วงที่ชาวญี่ปุ่นมักจะเดินทางไปอธิษฐานขอพรรับปีใหม่ตามวัดและศาลเจ้าชื่อดังของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งสถานที่ชมแสงพระอาทิตย์แรกของปีใหม่ด้วยเช่นกัน ทั้งวัด ศาลเจ้า แหล่งท่องเที่ยวจะเต็มไปด้วยชาวญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

วันหยุดยาวโกลเด้นวีค เป็นวันหยุดที่คนไทยควรรู้จักเอาไว้ที่สุด คือชื่อเรียกวันหยุดยาวต่อเนื่องที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์หลายวันมารวมกัน ส่วนใหญ่ก็จะหยุดเป็นเวลา 7-10 วัน ในช่วงปลายเมษาถึงต้นพฤษภาช่วงนี้ชาวญี่ปุ่นก็จะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นจำนวนมาก นอกจากที่เที่ยวและการเดินทางระบบสาธารณะจะเต็มไปด้วยผู้คนแล้ว โรงแรมที่พักก็มักจะมีราคาสูงกว่าปกติด้วย

วันหยุดยาวเทศกาลโอบ้ง (Obon) โดยทั่วไปจะตรงกับวันที่ 13-15 สิงหาคม แต่ก็มักจะหยุดเพิ่มให้ยาวต่อเนื่องประมาณ 7 วัน ถือเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับบ้านเกิด เพื่อทำกิจกรรมตามประเพณีและความเชื่อในเทศกาลโอบ้ง นั่นคือการจุดไฟรับดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ ทำสำรับอาหารจัดเลี้ยง ทำความสะอาดสุสาน เป็นต้น การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในช่วงนี้จึงค่อนข้างหน้าแน่น โรงแรมที่พักตามเมืองท่องเที่ยวก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)