All About Japan

รวมจุดชมวิวภูเขาฟูจิอันแปลกใหม่

| ภูเขาไฟฟูจิ

จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจินอกจากทะเลสาบคาวางุจิโกะก็มีอีกหลายสิบที่ บางจุดสวยงามและมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ใกล้กว่าด้วยซ้ำ การเดินทางเข้าถึงก็สะดวกสบาย บางจุดอาจคลายเบื่อให้ผู้ที่เป็นขาประจำของการชมภูเขาไฟฟูจิได้ไม่มากก็น้อย และน่าจะถูกใจสำหรับคนที่กำลังคิดจะไปเป็นครั้งแรกหรือครั้งที่สองด้วย เราเลือกจุดชมวิวมา 5 แห่งที่อยากแนะนำให้ลองไปกัน

Mount Fuji

1 หาดมิโฮะ โนะ มัตสึบาระ (Miho no Matsubara)

จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมแห่งหนึ่งของจังหวัดชิซุโอกะคือหาดมิโฮะ โนะ มัตสึบาระ เป็นแนวชายหาดยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ตั้งอยู่บนคาบสมุทรที่ยื่นออกไปในอ่าวซุรุงะ (Suruga Bay) ชายหาดมิโฮะบรรยากาศดี มีลมทะเลพัดมาปะทะหน้าเย็นสบาย พื้นทรายของหาดนี้มีจุดเด่นคือเป็นสีดำและมีลักษณะเป็นหินกรวดเล็กๆ มีทิวสนอายุกว่าครึ่งศตวรรษขึ้นเรียงรายมากกว่า 50,000 ต้น เป็นระยะทางราว 7 กิโลเมตร ท้องทะเลสีฟ้ากว้างไกล เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิในมุมที่สวยสุดๆ

เป็นจุดที่คนญี่ปุ่นรู้จักดีเป็นพิเศษเพราะเหมือนในภาพวาดของชุดภาพวาดอุกิโยเอะ (Ukiyoe) ที่มีชื่อว่า "Tokaido 53 Tsugi" ซึ่งเป็นภาพวาดโบราณชื่อดังที่เก่าแก่เกิน 180 ปี ภาพวาดนี้มีฉากหน้าเป็นหาดที่ยื่นออกไปในทะเล น้ำทะเลผืนสีฟ้าใส ส่วนฉากหลังก็เป็นภูเขาไฟฟูจิที่ตั้งตระหง่านดูยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2013 หาดมิโฮะนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาไฟฟูจิที่เป็นมรดกโลกอีกด้วย

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟชินกังเซ็น "Hikari" จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shizuoka จากนั้นต่อรถไฟสายท้องถิ่น Tokaido Main Line ไปลงสถานี Shimizu แล้วนั่งรถบัสสาย Miho Yamanote ไปลงป้าย Miho-no-Matsubara ลงป้ายแล้วเดินต่อไปที่ชายหาดอีกประมาณ 10 นาที

2 เมืองฟูจิโนะมิยะ (Fujinomiya City)

เมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอกะ เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาไฟฟูจิ และห่างจากภูเขาไฟฟูจิเพียง 35 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ซึ่งนับว่าเป็นจุดที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟลูกนี้มากที่สุด

เมื่อเรามาถึงเมืองฟูจิโนะมิยะก็จะเห็นภูเขาไฟฟูจิทันที ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของเมืองก็มองเห็น แถมยังมองเห็นได้ตลอดทั้งปีเลยนะ ในเมืองมีแลนด์มาร์กสำคัญคือศาลเจ้าฟุจิเซ็นเง็น (Fuji Sengen Shrine) มีจุดชมวิวภูเขาฟูจิแบบเต็มๆที่ทะเลสาบทานุกิ (Lake Tanuki) เงาของภูเขาที่สะท้อนลงมาบนผิวน้ำนั้นสวยจนยากจะบรรยายเลยล่ะ เป็นจุดชมวิวคล้ายทะเลสาบดังอย่างคาวากุจิโกะแต่ว่าคนน้อยกว่ามากๆ หรือน้ำตกชิราอิโตะ (Shiraito Falls) ที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังที่สวยจับใจด้วย

และเมืองฟูจิโนะมิยะยังมีมีเส้นทางปีนภูเขาไฟฟูจิที่สั้นที่สุดอีกด้วย ถ้าปีนขึ้นไปถึงยอดได้เราก็จะมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

ประกอบกับทิวทัศน์บ้านเรือนและทะเลสาบแล้ว ก็ทำให้เป็เมืองที่มีวิวในมุมที่หาชมได้ยาก เงียบสงบ ที่พักไม่แพง ถ้าอยากเก็บภาพสวยๆ แบบนี้ก็นั่งรถบัสขึ้นไปตั้งต้นที่สถานี Fujinomiya 5th Station แล้วเริ่มปีนเขากันเลย นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟฟูจิที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ของภูเขาไฟฟูจิไว้ให้ศึกษากันแบบเต็มอิ่ม

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟชินกังเซ็น "Hikari" จากโตเกียวมาลงชิซุโอกะแล้วต่อรถไฟสาย JR Tokaido ไปลงสถานี Fujinomiya

3 มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk)

มิชิมะสกายวอล์ค ตั้งอยู่ที่เมืองมิชิมะ (Mishima) จังหวัดชิซุโอกะ เป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินข้ามที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีความยาว 400 เมตร ทอดข้ามหุบเขา ตัวสะพานยกสูงจากพื้นดิน 70.6 เมตร สามารถชมวิวได้ 360 องศา ด้วยความสูงขนาดนี้ พอเราไปเดินอยู่บนสะพานแขวน เราจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่กลางอากาศ อาจจะรู้สึกมีเสียวปนอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นก็จะอยู่ในมุมระดับสูงที่แปลกตาดีและหาชมจากจุดชมฟูจิื่นๆไม่ได้ นอกจากจะเห็นภูเขาไฟฟูจิแล้ว เรายังสามารถมองเห็นวิวของอ่าวซารุกะ (Saruga Bay) สวยๆ จากสะพานได้อีกด้วย อย่าลืมถ่ายรูปสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

เวลาทำการ
09.00 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
นักเรียนมัธยม 500 เยน
นักเรียนประถม 200 เยน
เด็กเล็กต่ำกว่าชั้นประถม ฟรี
การเดินทาง
ขึ้น JR Tokaido Shinkansen จากสถานี Tokyo มาลงสถานี Mishima จากนั้นต่อรถบัส Tokai Bus ไปลงป้าย Mishima Skywalk

4 หมู่บ้านโอชิโนะ ฮักไก (Oshino Hakkai)

หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai Village) เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบยามานากะโกะ (Lake Yamanaka-ko) จังหวัดยามานาชิ ทิวทัศน์ของที่นี่งดงามมากจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางธรรมชาติในปี 1934 อีกทั้งได้รับคัดเลือกให้ติดอันดับ 1 ใน 100 แหล่งน้ำที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นในปี 1985 นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกทางวัฒนธรรมภูเขาฟูจิเมื่อปี 2013 อีกด้วย

หมู่บ้านโอชิโนะฮักไก เป็นจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิยอดนิยมอีกจุดหนึ่งของจังหวัดยามานาชิ วิวของภูเขาไฟฟูจิคู่กับหมู่บ้านโบราณและธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น ตัดกับสีฟ้าใสของท้องฟ้ากว้างนี้ เป็นเหมือนภาพเขียนที่งดงามจนไม่ว่าใครก็ต้องรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพวิวอันประทับใจนี้ไว้เป็นที่ระลึก ในหมู่บ้านจะมีบ่อน้ำใส 8 บ่อ ซึ่งน้ำใสแจ๋วของทั้ง 8 บ่อนี้เป็นน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิในช่วงฤดูร้อน ไหลผ่านหินลาวาที่มีรูพรุนรวมกับแร่ธาตุต่างๆ ลงมา ทำให้น้ำใสอย่างที่เห็น และคนญี่ปุ่นก็เชื่อว่าน้ำใสในบ่อทั้ง 8 มีความศักดิ์สิทธิ์ ถ้าได้ดื่มกินก็จะมีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

เวลาทำการ
ส่วนใหญ่เปิดตลอด
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถบัสด่วนพิเศษชินจูกุ (Shinjuku Expressway Bus Terminal) จากสถานี Shinjuku มาลงป้าย Oshino Hakkai โดยตรง จะสะดวกกว่านั่งรถไฟ

5 ที่ราบสูงอาซางิริ (Asagiri Kogen)

ที่ราบสูงอาซางิริ ตั้งอยู่ในจังหวัดชิซุโอกะ เป็นจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่จะได้เห็นภูเขาไฟตั้งตระหง่านเต็มตา โดยจุดเด่นคือมักจะมีฉากฝูงวัวและเล็มหญ้าเขียวสดอยู่ตรงหน้า เมื่อพูดถึงที่ราบสูงอาซางิริ คนญี่ปุ่นจะนึกถึงภาพวัวกับฟูจินี้เอง

บนที่ราบสูงอาซางิริมีพื้นที่สำหรับตั้งแคมป์ได้สบายๆ และถ้าอยากใกล้ชิดกับภูเขาไฟฟูจิยิ่งขึ้น ที่นี่ก็มีกิจกรรมชมภูเขาไฟฟูจิด้วยพาราไกลดิ้ง (Paragliding) ซึ่งเป็นการเล่นร่มร่อนที่จะทำให้เราโบยบินขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องหน้าภูเขาไฟ เป็นการชมวิวในแบบที่แหวกแนวกว่าจุดชมวิวอื่นเขาทำกัน ส่วนคนที่ไม่ชินกับการเหินฟ้าก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราสามารถเลือกเล่นแบบมีครูฝึกผู้ชำนาญการประกบอยู่ด้านหลัง (Tandem-flight Paragliding) ให้เราได้บินบนพิกัดความสูงที่ 300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลได้ อาศัยความใจกล้าใจถึงเท่านั้น เป็นอีกประสบการณ์ของการชมภูเขาไฟฟูจิแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำที่ไหน น่าสนใจใช่ไหมล่ะ

เวลาทำการ
เปิดตลอด
ถ้าจะชมวิวภูเขาไฟฟูจิด้วยพาราไกลดิ้งจะมีรอบ 10.00 น. / 11.00 น. / 12.00 น. และ 13.00 น.
ค่าเข้าชม
ฟรี
ถ้าจะชมวิวภูเขาไฟฟูจิด้วยพาราไกลดิ้งมีค่าใช้จ่ายคนละ 10,000 เยน
การเดินทาง
ขึ้น Tokaido Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Shin-Fuji จากนั้นต่อรถบัสสาย Fuji Kyuko ไปลงป้าย Asagiri-kogen