All About Japan

ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Toei Asakusa Line

| รถไฟ , รถไฟใต้ดิน

รถไฟใต้ดินสาย Toei Asakusa Line (สายสีชมพูกุหลาบ) เป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินของโตเกียวที่ดำเนินงานโดยสำนักขนส่งมหานครโตเกียว มีสถานีให้บริการทั้งหมด 20 สถานี โดยมีสถานีต้นทางและสถานีปลายเป็น Nishi-magome และ Oshiage ตามสถานีเหล่านี้ก็มีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจที่เรากำลังจะพาไปแนะนำกัน

Toei Asakusa Line

A-10 สถานีชิมบาชิ (Shinbashi Station)

ชิมบาชิ (Shinbashi) แปลว่าสะพานใหม่ ว่ากันว่าที่มาของชื่อย่านนี้ได้มาจากการตั้งชื่อสะพานชิมบาชิที่ใช้ข้ามแม่น้ำชิโอโดเมะ (Shiodome River) เมื่อปี 1604 ในสมัยเอโดะ พื้นที่บริเวณนี้มี 2 ย่านติดกัน คือย่านชิโอโดเมะ (Shiodome) ซึ่งเป็นย่านที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าต่างๆ อาคารพาณิชย์ โรงแรม และอาคารสำนักงานของมนุษย์เงินเดือน พนักงานออฟฟิศที่สำคัญแห่งหนึ่งของโตเกียว กับย่านชิมบาชินี่เอง พอช่วงเย็นๆ พนักงานบริษัททั้งชายและหญิงเลิกงานแล้วก็จะแวะไปกินดื่มตามร้านอิซากายะที่ตั้งเรียงรายเพื่อสังสรรค์กัน และสถานีชิมบาชิก็เป็นจุดที่ลงต่อรถไฟสาย Yurikamome ไปเที่ยวโอไดบะ (Odaiba) อีกด้วย

Carettta Shiodome
เป็นห้างสรรพสินค้าระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย และเป็นมากกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป เพราะนอกจากจะมีร้านค้าและร้านอาหารกว่า 60 ร้าน รวมถึงโรงภาพยนตร์ The Dentsu Shiki Theatre, UMI อยู่ที่ชั้น 2 พิพิธภัณฑ์ Advertising Museum Tokyo แล้ว ยังมีพิพิธภัณฑ์โฆษณาของบริษัทเด็นสึ (Advertising Museum Tokyo) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมประวัติของวงการโฆษณาญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงปัจจุบัน และมีงานโฆษณาให้ได้ชมกันมากกว่า 2 แสนชิ้นเลยทีเดียว และที่สุดพิเศษยิ่งกว่านั้นคือที่คาเร็ตต้านี้มีร้านอาหาร Sky Restaurant ชั้น 46-47 เป็นร้านอาหารและบาร์ที่วิวในช่วงกลางคืนสวยเกินบรรยาย เราจะได้ดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสขณะที่มองออกไปก็เห็นทัศนียภาพของอ่าวโตเกียวและสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) ที่โอไดบะ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ก็มีการประดับไฟไลท์อัพห้างสวยงาม สร้างสีสันของเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปีไปจนถึงวาเลนไทน์กันเลย คนนิยมมาถ่ายรูปที่ระลึกกันมากมาย

A-11 สถานีฮิงาชิกินซ่า (Higashi Ginza Station)

Higashi Ginza เป็นสถานีที่นำเรามาสู่ย่านที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของญี่ปุ่น ซึ่งก็คือย่านกินซ่านั่นเอง ออกจากสถานีมาเราก็จะเห็นอาคารที่เป็นโรงละครต่างๆ และที่สะดุดตามากก็คือโรงละครคาบุกิซะ (Kabukiza Theatre) ซึ่งเป็นโรงละครคาบุกิแห่งเดียวที่มีการแสดงคาบุกิให้ดูตลอดทั้งปี ใครสนใจการแสดงโบราณของญี่ปุ่นก็อยากให้ลองแวะเข้าไปชมกัน ไม่ต้องถึงกับซื้อตั๋วเข้าชมก็ได้ แค่แวะไปที่ Kabukiza Gallery ก็สามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับละครคาบุกิได้แล้ว ก็ที่นี่เขาจัดแสดงทุกอย่างที่เกี่ยวกับคาบุกิไว้ทั้งหมด แล้วยังมีโรง Shinbashi Enbujo ของสตูดิโอทำหนังโชจิกุ (Shochiku) และถ้าเลี้ยวขวาไปก็จะเจอโรงภาพยนตร์โทเงกิ (Togeki) ของ Shochiku Cinema อีกเช่นกัน

ย่านกินซ่า (Ginza)
กินซ่า เป็นย่านช้อปปิ้งระดับไฮเอนด์ยอดนิยม ที่มีความน่าเดินแบบทันสมัย ผสมกับสถาปัตยกรรมน่าชม ทั้งแบบคลาสสิคและโมเดิร์นผสมผลานกัน เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้ามากมาย อันดับแรกต้องไม่พลาดห้าง Wako ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของย่านกินซ่า ตามด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่างห้าง LUMINE Yurakucho ห้าง Marronnier Gate ห้าง Matsuya Ginza ห้าง Tokyu Plaza Ginza และยังมีห้างสรรพสินค้าเก่าแก่อย่าง Ginza Mitsukoshi ด้วย นอกจากนี้ก็มีช็อปสวยๆ ของแบรนด์ดัง เช่น Chanel Gucci และอีกหลายแบรนด์ มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ ที่ตกแต่งสวยงามและหรูหรา เรียกว่ากินซ่าเป็นย่านสำหรับขาช้อปทั้งตัวแม่ตัวพ่อเลยล่ะ

A-13 สถานีนิฮมบาชิ (Nihonbashi Station)

นิฮมบาชิ (Nihonbashi) เป็นย่านธุรกิจเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ก่อนจะมีย่านธุรกิจดังอย่างชิบุยะและชินจูกุเสียอีก ตั้งอยู่บริเวณสะพานนิฮมบาชิตามชื่อของย่านนี้ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำนิฮมบาชิ (Nihonbashi River) ที่ในอดีตเป็นสะพานไม้แต่ต่อมาก็ปรับปรุงเป็นสะพานหินเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน

นิฮมบาชิเป็นย่านการค้าที่มีสถาปัตยกรรมสวยๆ และมีความเป็นศิลปะผสมผสานอยู่ด้วย อีกทั้งยังเป็นย่านสำคัญของโตเกียวที่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิก็จะมีดอกซากุระบานสะพรั่ง และมีจุดชมซากุระที่ห้ามพลาด 2 แห่งด้วยกันคือที่ถนนเอโดะซากุระ (Edo Sakura Street) กับถนนนิฮมบาชิซากุระ (Nihonbashi Sakura Street) นอกจากนี้ย่านนิฮมบาชิยังเป็นที่จัดเทศกาล Nihonbashi Sakura Festival ซึ่งเป็นเทศกาลศิลปะแห่งฤดูใบไม้ผลิสุดอลังการอีกด้วย ซึ่งมีไฮไลท์เด็ดๆ มากมายอย่างพรมซากุระ (Sakura Carpet) ที่ถนน Naka-dori หรือการประดับไฟสีชมพูที่มีลวดลายของดอกซากุระตามอาคารสำนักงานของมิตซุย ห้างนิฮมบาชิ มิตสึโกชิ (Nihonbashi Mitsukoshi) และห้างคอเรโดะ มุโรมาจิ (COREDO Muromachi) เป็นต้น

ห้างสรรพสินค้าคอเรโดะ มุโรมาจิ (COREDO Muromachi)
ห้าง COREDO เป็นห้างสรรพสินค้าที่รวบรวมร้านค้าสไตล์ญี่ปุ่นเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขายสารพัดชาญี่ปุ่น ร้านขนมญี่ปุ่นโบราณที่หารับประทานได้ยาก ร้านขายสินค้าพื้นบ้านญี่ปุ่น เป็นต้น ตัวห้างนี้มีอยู่ถึง 3 อาคารด้วยกันคือ COREDO Muromachi 1 2 และ 3 ห้างคอเรโดะนี้ยังเป็นที่ใช้จัดอีเวนท์ Art Aquarium อีกด้วยนะ อีเวนท์ที่ว่านี้เป็นการจัดแสดงปลาทองโดยมีการผสมผสานศิลปะ แสงไฟและสีสันสะดุดตาในตู้ปลาอควาเรี่ยมรูปทรงแปลกตาหลากหลายดีไซน์ เป็นอีเวนท์ฤดูร้อนที่จัดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนในฮอลนิฮมบาชิ มิตซุย (Nihonbashi Mitsui Hall) ขอบอกเลยว่าเป็นการโชว์ปลาทองแหวกว่ายที่สวยสุดๆ แล้วด้วยความที่งานนี้ผสมศิลปะบวกลูกเล่นแสงสีเข้าไปแบบนี้ เลยเป็นงานอาร์ตๆ ที่หาชมได้ยากจริงๆ อยากให้ลองมาชมกัน

A-18 สถานีอาซากุสะ (Asakusa Station)

รอบสถานีอาซากุสะเป็นย่านที่ยังปรากฏร่องรอยของวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมให้เห็นชัดเจน มีร้านค้าและอาคารบ้านเรือนเก่าแก่หลายแห่งยังคงหน้าตาเหมือนที่เคยเป็นในอดีต ที่นี่เป็นย่านชุมชนที่การค้าเฟื่องฟูและร่ำรวยศิลปะ แต่ก็มีความทันสมัยให้เห็นด้วยเช่นกัน บรรยากาศที่มีกลิ่นอายสมัยเอโดะเหล่านี้จะสัมผัสได้ตั้งแต่ออกจากสถานีเลยทีเดียว ย่านนี้มีกิจกรรมน่าสนใจเหมาะๆ ที่ช่วยเพิ่มความอินกับบรรยากาศมากขึ้นด้วยอย่างเช่นการเช่าชุดยูกาตะใส่เดินเล่น ถ่ายรูป โดยชุดยูกาตะนี้เราสามารถหาเช่าได้ตามร้านให้เช่าที่พบเห็นได้ทั่วไปในย่านนี้หลายร้าน หรือจะลองนั่งรถลากชมเมืองก็เป็นประสบการณ์ที่ดี มีหลายเจ้าหลายราคาให้เลือกใช้บริการ

ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street)
เมื่อออกจากสถานีอาซากุสะเลี้ยวขวา เราก็จะเจอร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง เดินเพลินๆ แค่ประมาณ 100 กว่าเมตรก็จะเห็นประตูคามินาริ ซึ่งมีโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์เป็นจุดสังเกตที่เห็นได้ชัดเจน ที่พอข้ามมาก็จะเข้าสู่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ เป็นถนนร้านค้าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ของที่ระลึก และขนมญี่ปุ่นมากมายตั้งเรียงรายสองข้างทางให้เลือกซื้อหากัน และถ้าอยากจะไปไหว้พระต่อก็เดินไปอีกไม่ไกลจะถึงวัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple)

A-20 สถานีโอชิอาเงะ (Oshiage Station)

สถานีโอชิอาเงะ เป็นสถานีที่ใกล้โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) มากที่สุด แบบที่ลงรถไฟแล้วเดินขึ้นมาในส่วนของทางเดินเชื่อมต่อในอาคารใต้ดินก็จะเจอ Tokyo Skytree Town ทันที แล้วพอเข้ามาข้างในก็เป็น โตเกียวโซลามาจิ (Tokyo Solamachi) ซึ่งเป็นห้างที่ตั้งอยู่ที่ฐานตึกของหอคอยโตเกียวสกายทรี ที่นี่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่รวบรวมความบันเทิงไว้ครบครัน ทั้งร้านค้ามากมาย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสึมิดะ (Sumida Aquarium) ท้องฟ้าจำลองเท็นกุ (Tenku Planetarium) และพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ (Postal Museum) เป็นต้น สำหรับบริเวณด้านนอกของสถานีก็เป็นอาคารพาณิชย์ที่ไม่สูงมาก ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ และโครงสร้างสุดอลังการของสกายทรีที่เราสามารถถ่ายรูปคู่กับเจ้าหอคอยยักษ์ไว้เป็นที่ระลึกได้

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)
สัญลักษณ์สำคัญของโอชิอาเงะหนีไม่พ้นโตเกียวสกายทรี เป็นหอคอยกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่มีความสูง 634 เมตร ซึ่งเป็นอาคารประเภท "หอคอย" ที่สูงที่สุดในโลก เปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2012 คนนิยมมาชมวิวเมืองโตเกียวและถ่ายรูปกัน โดยที่สกายทรีนี้จะมีจุดชมวิวเมืองโตเกียวได้แบบ 360 องศาอยู่ 2 ระดับ คือจุด Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร และ Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร ตั๋วเข้าชมจะมีแบบ Same-day ticket ที่เป็นตั๋วปกติกับ Fast Skytree Ticket สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังชมวิวกันหนำใจแล้วก็หาซื้อของฝากของที่ระลึกกันได้ที่ Tokyo Skytree Shop ชั้น 345

ผู้เขียน: hikawasa
นักแปลภาษาญี่ปุ่น-ไทย-อังกฤษ
นักเขียนของ AAJ
ทำงานเบื้องหลังเล็กๆ น้อยๆ เช่น รับจ๊อบรีวิวหนังสือเพื่อคัดเลือกต้นฉบับมาแปล/อีดิท/พรูฟรีด
รักการ์ตูนเรื่อง Kuroko no Basket มากทุกรูปแบบทั้งอนิเมะ มังงะ เกม กู๊ดส์