All About Japan

รู้จักภูมิภาคชูโกกุ สำหรับมือใหม่เที่ยวญี่ปุ่น

| ข้อมูล , Chugoku

ทำความรู้จักกับภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) อีกหนึ่งภูมิภาคหลักของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวไทย อาจยังไม่ค่อยรู้จักและยังไม่เคยไปกันมากนัก บทความนี้จะทำให้รู้จักเรื่องราวน่าสนใจรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายของที่นี่มากขึ้น

แนะนำภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) ตั้งอยู่ทางส่วนปลายขอบฝั่งตะวันตกของเกาะฮอนชู (Honshu) ทิศเหนืออยู่ติดทะเลญี่ปุ่น และเป็นภูมิภาคที่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ทั้งจากจังหวัดฟูกุโอกะบนเกาะคิวชู (Kyushu) และจังหวัดโอซาก้าในภูมิภาคคันไซ (Kansai) ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ฮิโรชิมา (Hiroshima), โอคายามา (Okayama), ยามากุจิ (Yamaguchi), ทตโตริ (Tottori), และชิมาเนะ (Shimane)

ชูโกกุแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน คือ พื้นที่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นเรียกว่าซันอิน (San’in) เป็นฝั่งที่มีความเป็นชนบท ธรรมชาติ ชายฝั่งทะเลสวยงาม ประกอบด้วยจังหวัดทตโตริ ชิมาเนะ และตอนเหนือของจังหวัดยามากุจิ ส่วนอีกด้านหนึ่งซึ่งอยู่ด้านล่างเรียกว่า ซันโย (Sanyo) คือทางฝั่งทะเลเซโตะ บรรยากาศมีความเป็นเมืองที่มีความเจริญและอยู่เลียบสายชินกังเซ็น โดดเด่นด้านสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประกอบไปด้วยจังหวัดโอคายามา ฮิโรชิมา และทางตอนใต้ของจังหวัดยามากุจิ

สภาพภูมิประเทศ : ฝั่งซันอิน (San’in) ดินแดนทางฝั่งนี้ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทะเลและภูเขาสูงใหญ่ แหล่งออนเซ็น รวมทั้ง เนินทรายธรรมชาติด้วย บ้านเรือนจะมีกลิ่นอายความเป็นชนบทมากว่า อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เกษตรกรรมกระจายอยู่ทั่วพื้นที่

ฝั่ง (Sanyo) ภูมิประเทศฝั่งนี้ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลในเขตเมือง ธรรมชาติอาจไม่หลากหลายเท่าฝั่งซันอิน แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัด ถ้ำโบราณ ศาลเจ้าต่างๆ

สภาพภูมิอากาศ :
ฝั่งซันอิน (San’in) เนื่องจากอยู่ด้านทะเลญี่ปุ่น ในฤดูหนาว อากาศจึงค่อนข้างหนาวเย็นและมีหิมะตกพอสมควร อีกทั้งมรสุมจากทางตะวันตกเฉียงเหนือทำให้มีหมอกจัดและเมฆหนาทึบ ส่วนในฤดูร้อนจะมีแสงแดดจ้าและท้องฟ้าสดใส

ฝั่ง (Sanyo) พื้นที่ฝั่งนี้ สภาพอากาศในภาพรวมคือ อุ่นสบายตลอดปี ปริมาณน้ำฝนก็ไม่มาก หิมะตกน้อยมาก และมักจะมีแสงแดดจ้าเป็นส่วนใหญ่

ระบบขนส่งสาธารณะและการเดินทางในภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)

การเดินทางไปภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกทั้งจากจังหวัดโอซาก้า (Osaka) ในภูมิภาคคันไซ หรือจังหวัดฟุกุโอกะ (Fukuoka) ในภูมิภาคคิวชู ด้วยรถไฟชินคันเซ็นวิ่งเชื่อมไปยังหลายๆจังหวัด ได้แก่ โอคายามา (Okayama) ฮิโรชิมะ (Hiroshima) และยามากุจิ (Yamaguchi) หรือรถไฟสายทั่วไปก็ยังเชื่อมต่อไปถึงทตโตริ (Tottori) และชิมาเนะ (Shimane) ได้เช่นกัน

และการเดินทางภายในภูมิภาคชูโกกุ ระหว่าง 5 จังหวัด จะมีศูนย์กลางอยู่ 2 แห่ง 2 จังหวัด ที่เปรียบเสมือนชุมทางก็คือ สถานีฮิโรชิมา (Hiroshima Station) และสถานีโอคายามา (Okayama) โดยมีระบบการขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมการเดินทางทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น รถไฟเจอาร์ (JR) รถไฟที่ดำเนินงานโดยเอกชน รถไฟใต้ดิน รถบัสประจำทาง รถบัสท้องถิ่น รถราง รวมถึงเรือเฟอร์รี่สำหรับเดินทางไปบนเกาะ ซึ่งมีพาสการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น

- JR Hiroshima Yamaguchi Area Pass แบบ 5 วัน เหมาะกับการใช้เดินทางด้วยรถไฟเจอาร์ในพื้นที่จังหวัดยามากุจิ จังหวัดชิมาเนะ และจังหวัดฮิโรชิมา ครอบคลุมไปถึงจังหวัดฟุกุโอกะในภูมิภาคคิวชู

- JR Sanyo-San'in Area Pass แบบ 7 วัน เป็นพาสที่เหมาะกับการเดินทางเชื่อมต่อเมืองหลักและสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคคันไซ รวมถึงจังหวัดฟุกุโอกะในภูมิภาคคิวชู อีกทั้งยังครอบคลุมการใช้งานทุกจังหวัดในชูโกกุ สามารถใช้โดยสารเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะมิยาจิมาได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

- JR San’in-Okayama Area Pass แบบ 4 วัน ใช้สำหรับเดินทางในพื้นที่จังหวัดโอคายามา,ทตโตริ และชิมาเนะ


และในส่วนของข้อมูลแนะนำ 5 จังหวัดในภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku) ก็มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

จังหวัดฮิโรชิมา (Hiroshima)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะฮอนชู พื้นที่ส่วนหนึ่งติดทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) และอีกส่วนหนึ่งเป็นภูเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ถือเป็นหนึ่งเมืองศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งในประวัติศาสตร์เคยเป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากสงครามเนื่องจากถูกทิ้งระเบิดปรมาณูจนเสียหายอย่างหนัก แต่ภายหลังสงครามจบลงก็ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นเมืองที่น่าอยู่อีกครั้ง และมีสถานที่หลายแห่งได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัดฮิโรชิมา

เกาะมิยาจิมา (Miyajima)
ได้รับการขนานว่าเป็นเกาะเทพเจ้า อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะ (Itsukushima) ศาลเจ้ากลางน้ำและเสาโทริอิสีแดงกลางน้ำขนาดใหญ่ บนเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งวัด ศาลเจ้า สวนสาธารณะ ถนนช้อปปิ้งโอโมเตะซันโด แหล่งรวมอาหารอร่อย เช่น หอยนางรม ขนมเค้กเมเปิ้ล (Momiji Manju)

เมืองโอโนมิจิ (Onomichi)
เมืองชายทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) อันเงียบสงบมีภูเขาโอบล้อม ในอดีตเคยเป็นเมืองลำเลียงสินค้าทางทะเล และยังคงบรรยากาศที่มีกลิ่นอายย้อนยุคของสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือน รวมถึงภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและสถานที่ปทางระวัติศาสตร์อย่างหลากหลาย

สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมา (Hiroshima Peace Memorial Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศเป็นอนุสรณ์สถานให้กับการทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ในบริเวณเดียวกันยังมีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิมา รวมทั้งส่วนที่จัดแสดงเกี่ยวกับการถูกทิ้งระเบิดปรมาณู

อาหารขึ้นชื่อ
โอโคโนมิยากิ (Okanomiyaki) สูตรเฉพาะของฮิโรชิมาที่มักจะเรียกกันว่า “ฮิโรชิมายากิ” มีขนาดใหญ่กว่าของที่อื่น จำนวนผักก็เยอะกว่า มีความกรุบกรอบมากกว่าและบางสูตรก็ใช้หอยนางรมฮิโรชิมาเป็นส่วนประกอบด้วย

เทศกาลขึ้นชื่อ
เทศกาลดอกไม้ไฟกลางน้ำแห่งเกาะมิยาจิมา (Miyajima Water Fireworks Festival) ในช่วงฤดูร้อน ประมาณปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี และงานรำลึกเหตุการณ์ระเบิดปรมาณูประที่สวนสันติภาพฮิโรชิมา จัดขึ้นในวันที่ 6 สิงหาคมของทุกปี

จังหวัดโอคายามา (Okayama)

อีกหนึ่งจังหวัดใหญ่ของภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อภูมิภาคอื่น ได้รับการขนานนามว่า อาณาจักรลูกพีช เพราะเป็นแหล่งกำเนิดตำนานนิทานเรื่องโมโมทาโร่ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำจังหวัดด้วย รวมทั้งยังเป็นแหล่งผลิตผลไม้ขึ้นชื่อมากมาย ทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวก็มีหลากหลายทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัดโอคายามา

เมืองคุราชิกิ (Kurashiki)
เป็นย่านเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ จุดเด่นของที่นี่คือกิจกรรมล่องเรือในคลอง ชมวิวเมืองสองฟากฝั่งแม่น้ำและการเดินเล่นชมบรรยากาศเมืองเก่าที่เขตอนุรักษ์คุราชิกิบิคัง (Kurashiki Bikan Historical Quarter)

สวนโคราคุเอ็น (Korakuen Garden)
สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมือง และเป็น 1 ใน 3 สวนสวยของชาวญี่ปุ่น นอกจากทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงามของสวน ก็ยังสามารถมองเห็นวิวปราสาทโอคายามา ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันได้ด้วย

มิมาซากะ ออนเซ็น (Mimasaka Onsen)
ที่ตั้งของแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติแบบกลางแจ้งทางตอนเหนือของจังหวัด ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนที่ไหน นั่นคือ การใส่ส้มยูซุลงในบ่อ ช่วยเพิ่มการผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งบรรยากาศธรรมชาติที่รายล้อมในแต่ละฤดูกาลก็สวยงามแตกต่างกันด้วย

อาหารขึ้นชื่อ
คิบิดังโงะ (Kibi dango) ขนมหวานชื่อดังของโอคายามา ทำจากแป้งโมจิ เป็นของฝากขึ้นชื่อที่นิยมรับประทานกับชา

เทศกาลขึ้นชื่อ
เทศกาลเปลืองผ้าประจำท้องถิ่น (Naked Man Festival) จัดขึ้นที่วัดไซไดจิ (Saidaiji Temple) ราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

จังหวัดยามากุจิ (Yamaguchi)

ตั้งอยู่ปลายสุดทางฝั่งตะวันตกของเกาะฮอนชู (Honshu) เป็นจังหวัดที่มีภูมิอากาศอบอุ่น บรรยากาศเงียบสงบ โดดเด่นเรื่องของเครื่องปั้นดินเผาพื้นเมือง อาหารทะเลเลิศรส และเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เช่น ทะเล ภูเขา ถ้ำรวมถึงวัด ศาลเจ้า ปราสาทและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อยู่ทั่วทั้งจังหวัด

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัดยามากุจิ

สะพานคินไตเคียว (Kintai-kyo Bridge)
สะพานไม้ 5 โค้ง กว้าง 5 เมตร ยาว 193.3 เมตรทอดตัวยาวเหนือแม่น้ำนิชิกิคาวะ (Nishiki-gawa River) ในเมืองอิวาคุนิ (Iwakuni) เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามในตัวเอง และหากได้ชมสะพานพร้อมกับทิวทัศน์โดยรอบที่แตกต่างกันใน 4 ฤดู ก็ยิ่งได้บรรยากาศสวยงามยิ่งขึ้น

อุทยานแห่งชาติอะคิโยชิได (Akiyoshidai National Park)
ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของภูมิประเทศที่เรียกว่าคาสต์โทโป ซึ่งทำให้มีหินปูนรูปร่างแปลกตาแตกต่างกันกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เป็นที่ตั้งของถ้ำอะคิโยชิโด (Akiyoshi-do Cave) ถ้ำหินปูนขนาดยักษ์ที่อยู่ลึกลงไปถึง 100 เมตร บริเวณรอบๆ ถ้ำร่มรื่นด้วยระบบนิเวศน์ที่ยังอุดมสมบูรณ์

เมืองฮางิ (Hagi City)
เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด เป็นเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในบรรยากาศย้อนยุค ซึ่งมีสถานที่น่าสนใจหลายจุด เช่น คฤหาสน์ญี่ปุ่นโบราณที่โดดเด่นด้วยแนวกำแพงสีขาว ร้านค้าเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมของท้องถิ่น คาเฟ่ที่ดัดแปลงมาจากบ้านเรือนเก่า รวมทั้งบริการรถลากเที่ยวชมเมืองด้วย

อาหารขึ้นชื่อ
คาวาระ โซบะ (Kawara Soba) เมนูโซบะท้องถิ่นชื่อดัง ที่มีเอกลักษณ์คือการเสิร์ฟโซบะร้อนๆ บนจานกระเบื้องลักษณะคล้ายหลังคา

เทศกาลขึ้นชื่อ
เทศกาลยามากุจิ กิอน มัตสึริ (Yamaguchi Gion Festival) เทศกาลเก่าแก่กว่า 600 ปี ซึ่งนอกจากขบวนแห่ศาลเจ้าแล้วยังมีการแสดงระบำนกระสาที่หาชมได้ยาก จัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมของทุกปี

จังหวัดทตโตริ (Tottori)

ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของภูมิภาคชูโกกุ มีอาณาเขตครอบคลุมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นและเต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เช่น ชายฝั่งโขดหินสวยงาม เนินทรายที่สูงและใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงภูเขาและบ่อน้ำพุร้อน ตลอดจนสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่างๆ

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัดทตโตริ

เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes)
ทะเลทรายพื้นที่ขนาดใหญ่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เกิดจากธรรมชาติมีระดับความสูงต่ำเป็นชั้นต่างกันจนเกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามของริ้วคลื่นกับรอยริ้วคล้ายน้ำไหล มีกิจกรรมที่น่าสนใจหลายอย่างสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น ขี่อูฐชมวิวบนทะเลทราย งานประดับยามค่ำคืนในฤดูหนาว

ชายฝั่งอุราโดเมะ (Uradome Coast)
มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนหนึ่งของจังหวัดเฮียวโงะไปถึงเกียวโตด้วย ตลอดแนวชายฝั่ง จะพบกับลักษณะภูมิศาสตร์ชายฝั่งในรูปแบบโขดหิน หน้าผา และอุโมงค์ถ้ำแท่งหิน ความสวยงามตามธรรมชาติทำให้ที่นี่เคยได้รับการจัดให้เป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ทางทะเลสวยงามแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

เดอะ โกโช อาโอยามา มังงะ แฟคตอรี่ (The Gosho Aoyama Manga Factory)
ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวของการ์ตูนที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกนั่นคือ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan) โดยอาจารย์ โกโช อาโอยามา ภายในจะมีพื้นที่จัดแสดงเรื่องราวของการ์ตูนโคนัน เช่น ต้นฉบับการ์ตูน แผ่นอนิเมะ หุ่นจำลองคาแรกเตอร์ตัวการ์ตูนจากในเรื่อง

อาหารขึ้นชื่อ
ปูมัตสึบะ (Matsuba Crab) ปูหิมะชื่อดังของทตโตริ ที่ไม่ว่าจะนำไปทำเป็นเมนูอาหารอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะถ้ารับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

เทศกาลขึ้นชื่อ
เทศกาลระบำร่มชันชัน (Shan-shan Festival) เทศกาลที่มีชื่อเสียงมายาวนานของทตโตริ จุดเด่นคือการเต้นระบำร่มที่ยิ่งใหญ่โดยมีผู้เข้าร่วมนับพัน ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี

จังหวัดชิมาเนะ (Shimane)

เป็นจังหวัดที่ทอดยาวไปตามชายฝั่งทางตอนเหนือของภูมิภาค โดยมีที่ตั้งด้านหนึ่งหันหน้าออกไปทางทะเลญี่ปุ่น ทำให้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และมีสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสลับหุบเขาสูง เป็นแหล่งเพาะปลูกทางด้านเกษตรกรรมที่สำคัญและยังเป็นที่รู้จักในเรื่องของความเป็นดินแดนแห่งเหล่าเทพศักดิ์สิทธิ์เจ้าตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในจังหวัดชิมาเนะ

ทะเลสาบชินจิ (Lake Shinji)
มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ในญี่ปุ่น เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามและในบริเวณใกล้กันก็มีสวนสาธารณะทะเลสาบชินจิกรีนพาร์ค (Lake Shinji Green Park) สำหรับเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งยังเป็นแหล่งต้นกำเนิดหอยชิจิมิ (Shijimi) อาหารทะเลท้องถิ่นชื่อดัง สามารถชมบรรยากาศที่ชาวประมงกำลังจับหอยในช่วงเช้า เป็นภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ได้รับความสนใจมาก

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาจิ (Adachi Museum of Art)
ที่นี่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมงานศิลป์และมีพื้นที่สวนสไตล์ญี่ปุ่นไว้ในที่เดียวกัน ในส่วนของพิพิธภัณฑ์ได้มีการรวบรวมงานแสดงศิลปะประเภทต่างๆไว้มากมาย เช่น เครื่องเคลือบเซรามิกและภาพเขียนสไตล์ญี่ปุ่นอันทรงคุณค่ากว่า 1,300 ชิ้น ทางด้านโซนสวนญี่ปุ่น ก็เป็นสวนที่ตกแต่งสวยงามแบบญี่ปุ่นแท้ๆ จนได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารระดับโลกให้เป็นสวนอันดับหนึ่งในญี่ปุ่นติดต่อกันถึง 13 ปี และยังได้รับ 3 ดาวจากหนังสือมิชลิน กรีน ไกด์ (Michelin Green Gude) โดยในแต่ละฤดูกาลก็จะได้พบกับบรรยากาศของสวนที่แตกต่างกัน

เมืองเก่าทสึวาโนะ (Tsuwano Old Town)
เมืองรอบปราสาทของตระกูลทสึวาโนะ ที่เคยเรืองอำนาจเมื่อ 400 ปีก่อน ได้รับการขนานนามว่า เกียวโตน้อย (Small Kyoto) มีจุดท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น ถนนโทโนมาจิ (Tonomachi Street) ถนนที่เรียงรายไปด้วยอาคารบ้านเรือนเก่าแก่สมัยเอโดะ โดยเฉพาะคฤหาสน์ซามูไรและบ้านเรือนของเหล่าพ่อค้าวาณิชย์ประมาณ 300 หลัง ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ล้อมรอบด้วยคูคลองที่เต็มไปด้วยปลาคาร์พสีสันสวยงาม

อาหารขึ้นชื่อ
อิซุโมะโซบะ (Izumo Soba) มีต้นกำเนิดมาจากท้องถิ่นในเมืองอิซุโมะ มีความแตกต่างจากโซบะของที่อื่นคือสีที่มีความเข้ม จากการนำเมล็ดโซบะ (buckwheat) มาบดทั้งเปลือกให้เป็นแป้งที่มีสีดำคล้ำแต่มีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย

เทศกาลขึ้นชื่อ
เทศกาลโคมไฟปราสาทมัตสึเอะ (Matsue Suitoro Matsuri) งานประดับโคมไฟสว่างไสวอย่างยิ่งใหญ่รอบปราสาทมัตสึเอะ และถนนชิโอมินาวะเตะ (Shiomi Nawate Street ) จัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)