All About Japan

รวมจุดชมหิมะหนาๆ ตกหนักๆ ที่ไม่ไกลจากโตเกียว

| หิมะ , Kanto

หลายคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นอยากไปชมหิมะเยอะๆ หนาๆ แต่ในโตเกียวนั้นจริงๆแล้วหิมะน้อยมาก แต่ไม่ต้องกังวล เราจะมาแนะนำจุดชมหิมะสวยๆกับการเดินทางที่ไม่ไกลมากจากโตเกียว เพียงนั่งรถไฟไปไม่นานก็ได้เห็นหิมะขาวแล้ว

ทริปชมหิมะ 1

1 เมืองยุซาวะ (Yuzawa)

เมือง Yuzawa ตั้งอยู่ในจังหวัดนีงาตะ (Niigata) ซึ่งอยู่ใกล้โตเกียวพอควรแต่ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะเป็นเมืองที่มีหิมะปกคลุมหนาแน่นในฤดูหนาว แค่เดินเที่ยวชมในเมืองก็ได้เห็นหิมะแล้ว แต่ส่วนใหญ่คนมาเที่ยวมักหากิจกรรมเกี่ยวกับหิมะทำ ซึ่งที่นี่ก็มีมากมายเช่น การเล่นสกี การเล่นสโนว์บอร์ด การแช่ออนเซ็นชมวิวหิมะ เป็นต้น การเล่นสกีนับว่าเป็นกิจกรรมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวเลยล่ะ ก็เมืองยุซาวะเป็นเมืองยอดนิยมที่คนอยากเล่นสกีจะแวะเวียนมานี่นา ดังนั้นที่นี่จึงมีลานสกีพร้อมให้บริการ เช่นลาน Gala Yuzawa Ski Resort เป็นลานสกีที่ฮอตมาก เพราะเดินทางสะดวกสบาย เราสามารถนั่งชินกังเซ็นตรงมาลงที่สถานี Gala Yuzawa ได้เลย ส่วนคนที่ไม่อยากเล่นสกีหรือเล่นสกีไม่เป็นก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีกิจกรรมหิมะอื่นๆ ให้สนุกกัน อย่างเช่น ทัวร์เดินบนหิมะด้วยรองเท้าญี่ปุ่นโบราณ จะมีไกด์พาเดินลุยหิมะนุ่มๆ ไปจนถึงจุดชมวิวที่สวยสุดประทับใจมาก และกิจกรรมกระโดดหิมะ ว่ายหิมะเหมือนว่ายน้ำ ได้ออกกำลังบนปุยหิมะขาวๆ สนุกอย่าบอกใคร

เวลาทำการ
ช่วงฤดูหนาว ลานสกีเปิดให้บริการกันเดือนธันวาคม - เมษายน
ค่าเข้าชม
ฟรี แต่ถ้าเข้าพักสกีรีสอร์ตและเล่นสกีก็มีค่าบริการของแต่ละแห่ง
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟชินกังเซ็น Joetsu Shinkansen ไปลงสถานี Echigo-Yuzawa

2 ปีศาจหิมะซาโอ (Zao)

ปีศาจหิมะซาโอ หรืออสุรกายน้ำแข็งซาโอ แล้วแต่จะเรียกกันนั้นในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าจุเฮียว (Juhyo) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หิมะตกลงมาปกคลุมและจับตัวบนใบของต้นสนพันธุ์อาโอโมริ โทโดมัตสึ (Aomori-todomatsu) เป็นเกล็ดน้ำแข็งรูปร่างแปลกประหลาดคล้ายกับมนุษย์หิมะ จนเกิดเป็นฉายาเรียกว่า Ice Monster หรือ Snow Monster นั่นเอง ปรากฏการณ์ซาโอนี้เกิดขึ้นบนภูเขาซาโอ (Mount Zao) ในจังหวัดยามางาตะ (Yamagata) ถ้ามาเที่ยวก็แนะนำให้ขึ้นไปนั่งกระเช้าไฟฟ้าซะโอ (Zao Ropeway) ชมวิวทุ่งปีศาจ จะสามารถมองเห็นได้กว้างและรอบทิศทาง ถ่ายรูปได้เหมาะเจาะสวยงามมาก

เวลาทำการ
ชมปีศาจหิมะได้ช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม
เวลาบริการกระเช้าไฟฟ้า 08.30 - 17.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 4,800 เยน
เด็ก 3,900 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟชินกังเซ็น "Tsubasa" จากสถานี Tokyo ไปลงสถานี Yamagata จากนั้นต่อรถบัส Yamako Bus ไปลงที่ Zao

3 สวนลิงจิโงกุดานิ (Jigokudani Monkey Park)

กลางหุบเขาที่เป็นแหล่งน้ำพุร้อนในจังหวัดนางาโนะ (Nagano) ซึ่งในฤดูหนาวจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน เป็นที่ตั้งของสวนลิงจิโงกุดานิ ที่เที่ยวโด่งดังที่เวลาใครเอ่ยถึงลิงแช่ออนเซ็น เขาก็หมายถึงที่สวนลิงของนางาโนะนี้ล่ะ และน่าจะเป็นไม่กี่ที่ในโลกที่เราจะได้เห็นลิงญี่ปุ่น (Nihonzaru) มาลงแช่ออนเซ็นแบบนี้ด้วย ที่นี่มีหิมะปกคลุมหนานานปีละหลายเดือน ก็เลยทำให้ฝูงลิงเหล่านี้ลงแช่ออนเซ็นเพื่อสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายนั่นเอง ดังนั้นถ้าใครแพลนจะมาเที่ยวชมหิมะในฤดูหนาวก็อย่าลังเล เพราะนั่งชินกังเซ็นใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงจากโตเกียวมานี่ก็ได้สัมผัสหิมะแล้วจ้า

เวลาทำการ
เมษายน - ตุลาคม 08.30 - 17.00 น.
พฤศจิกายน - มีนาคม 09.00 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 800 เยน
เด็ก (6-17 ปี) 500 เยน
การเดินทาง
จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟ Shinkansen ไปลงสถานี Nagano จากนั้นต่อรถไฟสาย Nagano Dentetsu ไปลงสถานี Yudanaka แล้วขึ้นรถบัส Nagaden Bus ไปลงที่ Kanbayashi Onsen จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 35 นาที

4 นิกโก้ (Nikko)

นิกโก้ (Nikko) ตั้งอยู่ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) เป็นเมืองที่ตั้งของวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ด้วยนะ ถ้าอยากชมหิมะรับรองว่ามาเที่ยวที่นิกโก้ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะในฤดูหนาวหิมะตกเยอะ ทำให้เราสามารถสัมผัสหิมะได้ตั้งแต่ออกจากสถานี Nikko เลยล่ะ ที่นี่เขามีแยกโซนเที่ยวเป็น 2 โซน คือโซนมรดกโลกกับโซนธรรมชาติ โดยขึ้นรถบัสที่เขาจัดไปลงแวะตามป้ายต่างๆ ถ้าจะมาชมหิมะกับวิวสวยๆไปโซนธรรมชาติก็จะดี เพราะจะได้ย่ำไปบนหิมะฟูนุ่มและถ่ายรูปวิวน้ำตกเคะงน (Kegon Falls) ที่เมื่ออากาศหนาวจัดก็จะจับตัวเป็นน้ำแข็ง เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่งดงามมาก หรือจะชมทัศนียภาพฤดูหนาวของทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) ก็สวยไม่แพ้กัน

เวลาทำการ
เปิดตลอดแต่สถานีเปิดขายพาสประมาณ 07.20 - 19.00 น.
เคเบิลคาร์ที่นั่งขึ้นไปชมวิวโซนธรรมชาติเปิดประมาณ 09.00 - 16.00 น.
ค่าเข้าชม
พาสรถบัสโซนมรดกโลก (World Heritage Tour Ticket) 500 เยน
พาสรถบัสโซนธรรมชาติ (Chuzenji Onsen Free Pass) 2,000 เยน
ถ้าเข้าชมน้ำตกเคงนที่จุดชมวิวด้านล่างเสีย 550 เยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟ Shinkansen Yamabiko จากสถานี Ueno หรือ Tokyo ไปลงสถานี JR Utsunomiya จากนั้นต่อรถไฟสาย JR Nikko ไปลงสถานี JR Nikko แล้วต่อรถบัสไปเที่ยวตามจุดต่างๆ

5 กำแพงหิมะ เส้นทางทาเตยามะ คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route)

กำแพงหิมะตั้งอยู่ที่ที่ราบสูงมุโรโดะ (Murodo) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวบนเส้นทาง ทาเตยามะ คุโรเบะ ที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดโทยามะ (Toyama) กับจังหวัดนางาโนะ (Nagano) โดยเส้นทางนี้ตัดผ่านทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น เส้นทางนี้ยาวกว่า 90 กิโลเมตร การจะไปชมกำแพงหิมะได้นั้นเราก็ต้องเดินทางไปบนเส้นทางทาเตยามะ คุโรเบะที่ว่านี้ล่ะ ระหว่างทางก็จะได้ชมหิมะหนาๆ หลายจุดเป็นลานหิมะให้ลงไปเดินเล่นชมวิวกันได้ ใครที่อยากฟินกับหิมะบอกเลยว่าคุ้มมากถ้ามาที่กำแพงหิมะของจังหวัดโทยามะ

เวลาทำการ
- ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการทุกเส้นทาง (เด็นเท็ตสึ โทยามะ (Dentetsu Toyama) – ชินาโนะ โอมาจิ (Shinano Omachi)) เปิดตั้งแต่ 15 เมษายน - 30 พฤศจิกายน 2019
- ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการบางส่่วน (เด็นเท็ตสึ โทยามะ (Dentetsu Toyama) – มิดางาฮาระ (Midagahara)) เปิดตั้งแต่ 10 เมษายน - 14 เมษายน 2019
และเส้นทางจะปิดให้บริการตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน
ราคาตั๋ว
1. Tateyama Kurobe Option Ticket
- ผู้ใหญ่ราคา 9,800 เยน
- เด็กราคา 4,900 เยน
2. Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass
ผู้ใหญ่ราคา 17,500 เยน
เด็กราคา 8,750 เยน
การเดินทาง
จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟชินกังเซ็น Kagayaki หรือ Hakutaka หรือ Asama มาลงสถานี Toyama จากตรงนี้สามารถเดินทางต่อไปได้ด้วยรถไฟ Dentetsu Toyama

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2