All About Japan

ลุยที่เที่ยวติดรถไฟสาย Toei Shinjuku Line

| รถไฟใต้ดิน , Shinjuku

รถไฟใต้ดินสายโทเอชินจูกุ (Toei Shinjuku Line) เป็น 1 ในรถไฟ 4 สายที่บริหารโดยรถไฟใต้ดินโทเอ (Toei Subway) เชื่อมต่อสถานีชินจูกุของโตเกียวถึงสถานีโมโตยาวาตะ (Motoyawata Station) ของจังหวัดจิบะเอาไว้ โดยมีสถานีให้บริการทั้งหมด 21 สถานี ซึ่งแต่ละสถานีก็มีสถานที่สำคัญๆ หลายแห่ง เราจะพาไปแนะนำบางสถานีกับที่เที่ยวในละแวกสถานีนั้นๆ กัน

Toei Shinjuku Line

สถานีชินจูกุ (Shinjuku Station)

สถานีชินจูกุ เป็นสถานีใหญ่ที่รถไฟหลายสายจอด รวมถึงสายโทเอชินจูกุที่มีต้นทางเป็นสถานีชินจูกุด้วย ในปี 2015 สถานีชินจูกุได้ถูกลงบันทึกในกินเนสบุ๊กว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก เป็นย่านที่คับคั่งไปด้วยผู้คนที่มาเดินเล่น ช้อปปิ้ง หาของอร่อยรับประทาน สำหรับที่เที่ยวในย่านนี้ก็ต้องไม่พลาดร้านค้า ไม่ว่าจะเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า ขนม ของฝาก และอีกมากมายที่นำเสนอสินค้ามากมาย เราสามารถเดินช้อปกันได้จุใจที่ชินจูกุ

ย่านชินจูกุ
ชินจูกุเป็นหนึ่งในแหล่งช็อปปิ้งที่ดีที่สุดของโตเกียวและของญี่ปุ่น ขาช้อปต้องตาลุกวาวกับห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย
ถ้าไปออกประตูทางออกฝั่งตะวันตก (West Exit) ก็จะเป็นร้านกล้องดิจิตอล ร้านคอมพิวเตอร์ ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ร้าน Bic Camera ร้าน Yodobashi Camera และ Yamada Denki LABI เป็นต้น
ถ้าไปออกประตูทางออกฝั่งใต้ (South Exit) ก็จะเจอ Tokyu Hands ที่ขายของหลากหลาย เป็นพวกของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องเขียน สินค้าสไตล์ถูกใจแม่บ้าน ร้าน Yuzawaya ที่ขายพวกเครื่องมือ อุปกรณ์สำหรับงานฝีมือ งานจิตรกรรม เป็นต้น นอกจากนั้นยังเจอห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง เช่น ห้าง Takashimaya ที่เก่าแก่ ห้าง My Lord และห้าง LUMINE เป็นต้น
และถ้าไปประตูทางออกฝั่งตะวันออก (East Exit) ก็จะเจอห้างอารุตะ (Alta) และที่สำคัญคือย่านคาบุกิโจ (Kabukicho) ย่านเที่ยวกลางคืนชื่อดังของโตเกียวที่แม้แต่กลางวันก็ยังสนุก

สถานีชินจูกุซังโจเมะ (Shinjuku-sanchome Station)

สถานีชินจูกุซังโจเมะ ก็เป็นอีกสถานีที่เป็นย่านช้อปปิ้งละแวกชินจูกุฝั่งตะวันออก แวดล้อมไปด้วยร้านค้าเสื้อผ้า ของใช้ กีฬาแบรนด์เนมให้เราแวะเข้าออกกันสนุก อีกทั้งห้างสรรพสินค้าดังอย่างอิเซตัน (Isetan) ที่รอให้เข้าไปช้อปกันต่อถ้ายังไม่เต็มอิ่ม นอกจากนี้ยังมีสถานที่บันเทิงอย่างคาราโอเกะ เกมเซ็นเตอร์ และร้านอาหารหลากหลายแนว เรียกว่าถูกใจขาช้อปขาชิมแบบฟินเฟ่อร์กันไปเลย แต่ที่สถานีชินจูกุซังโจเมะก็มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์น่าเข้าไปไหว้ขอพรด้วยนะ ออกทาง E2 Exit ก็จะเจอศาลเจ้าอยู่ใกล้ๆ เลย

ศาลเจ้าฮานาโซโนะ (Hanazono Shrine)
ศาลเจ้าฮานาโซโนะตั้งอยู่ในชินจูกุ โตเกียว เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ มีความเด่นดังในเรื่องงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ งานที่ต้องติดต่อกับคน งานในวงการบันเทิง ทำให้ดาราญี่ปุ่นมักมาไหว้ขอพรที่ศาลเจ้านี้แทบทุกคน บรรยากาศภายในศาลเจ้าเงียบสงบ คนไม่พลุกพล่าน คนที่มาส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นเอง ไม่ค่อยมีต่างชาติเท่าใดนัก

ถ้าใครชอบค้นหาร้านอาหารและย่านกินดื่มช่วงเย็นๆ ไปถึงดึก ย่านชินจูกุโกลเด้น (Shinjuku Golden Gai) น่าจะตอบโจทย์ได้ จากสถานีชินจูกุซังโจเมะ เดินมาแค่ประมาณ 3 นาทีก็ถึง บรรยากาศกลิ่นอายเรโทรๆ ของ Shinjuku Golden Gai เหมือนญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่เศรษฐกิจกำลังเริ่มเฟื่องฟู ที่นี่เป็นย่านของบาร์และร้านอาหารถึง 280 ร้านที่ตกแต่งในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละร้าน มีตั้งแต่ร้านหรูไปจนถึงร้านบ้านๆ เล็กๆ ที่นั่งกินกันได้ไม่กี่คน และย่านนี้ได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติอย่างมากด้วยนะ

สถานีคุดันชิตะ (Kudanshita Station)

สถานีคุดันชิตะเป็นสถานีที่อยู่ใกล้ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine) มากที่สุดแล้ว ออกจากสถานีเดินต่อไปอีกแค่ไม่ถึง 10 นาที แถวย่านนี้ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน คนจะไปแน่นช่วงที่เป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จะมีทั้งคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติมาชมซากุระกันคึกคัก เป็นย่านที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ อย่างศาลเจ้ายาสุกุนิ นิปปอนบุโดกัง (Nippon Budokan) ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับจัดการแข่งขันกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่น สวนคิตาโนะมารุ (Kitanomaru Park) และสวนจิโดริงาฟุจิ (Chidorigafuchi Park) เป็นต้น บรรยากาศของย่านคุดันชิตะจึงมีความเป็นธรรมชาติ สงบเงียบ มีต้นซากุระปลูกไว้เรียงรายหลายจุด ต้นไม้อื่นก็เยอะทำให้ร่มรื่นเย็นสบาย

ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine)
ศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นศาลเจ้าชินโต สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1869 (สมัยเมจิ) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน และตั้งป้ายสถิตดวงวิญญาณของทหารญี่ปุ่นฝ่ายรัฐบาลไว้ราว 2,466,000 นาย ที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามโบชิน (Boshin War) เมื่อครั้งปฏิรูปเมจิไปจนถึงสงครามโลก เป็นสถานที่ๆเคยตกเป็นข่าวการเรียกร้องต่างๆจากประเทศที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานในอดีตแทบทุกครั้งที่นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเดินทางไปสักการะที่ยาสุกุนิ แต่ปัจจุบันศาลเจ้าแห่งนี้ก็ยังเป็นที่ท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่นอีกทั้งยังเป็นจุดชมซากุระขึ้นชื่อที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมกันไม่ขาดสาย

สถานีจิมโบโจ (Jimbocho Station)

สถานีจิมโบโจนี้ เมื่อมาถึงเราจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความรู้ หนังสือ และสิ่งพิมพ์ เพราะเป็นย่านที่เหมือนอาณาจักรหนังสือที่สำคัญของโตเกียว และถ้าจะบอกว่าเป็นอาณาจักรหนังสือสำคัญระดับโลกก็ไม่น่าผิดอะไร นอกจากนี้ละแวกจิมโบโชยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยเมจิ Meiji University) มหาวิทยาลัยแห่งญี่ปุ่น (Nihon University) เป็นต้น อีกทั้งเป็นย่านที่รวมสำนักพิมพ์ชั้นนำของญี่ปุ่นไว้มากมาย เช่นสำนักพิมพ์ชูเอฉะ (Shueisha) สำนักพิมพ์โชกัคคัง (Shogakkukan) เป็นต้น ร้านค้าที่มองเห็นส่วนใหญ่จึงเป็นร้านหนังสือ

Kanda Jimbocho Book Town
ย่านเมืองหนังสือคันดะจิมโบโจเป็นแหล่งรวมร้านหนังสือทั้งในและต่างประเทศ หนังสือมือสองเยอะมาก รวมไปถึงหนังสือที่เป็นกระดาษดั้งเดิมของญี่ปุ่น แผนที่เก่า หนังสือโบราณ แล้วก็มีหนังสือใหม่ขายด้วยเช่นกัน ที่นี่มีร้านหนังสือเรียงรายมากถึง 170 ร้าน ตัวร้านหนังสือตั้งอยู่ในตึกที่ดูบรรยากาศโบราณๆ หนังสือมือสองของย่านนี้ก็ราคาถูก มักมีกระบะหนังสือเป็นกองๆ ที่ทางร้านโละขายถูกๆ อยู่หน้าร้านเพียบ ถ้าเลือกดีๆคือคุ้มค่ามาก หนังสือหายากก็สามารถได้มาในราคาไม่กี่ร้อยเยน หนังสือปกแข็งเล่มละ 100 เยนก็ยังมี บรรดาหนอนหนังสือต้องห้ามพลาดเลยล่ะ แล้วมีร้านกาแฟให้นั่งจิบสบายอารมณ์หลังเลือกหาหนังสือถูกใจด้วยนะ และถึงแม้ไม่ถึงขั้นเรียกว่าหนอนหนังสือก็มาเถอะ เพราะมีหลายมุมหลายจุดให้ถ่ายรูปชิคๆ เก๋ๆ เยอะแยะเลย

สถานีอิวาโมโตโจ (Iwamotocho Station)

สถานีอิวาโมโตโจอยู่ในย่านที่มีอาคารสำนักงานทั่วไป มีออฟฟิศเป็นหลัก แต่ถ้าเดินไปเรื่อยๆ จะเจอสะพานข้ามแม่น้ำคันดะ (Kanda River) ก็ข้ามสะพานไป เดินอีกหน่อยก็เจอสถานี JR Akihabara แค่นี้ย่านอากิฮาบาระก็อยู่ไม่ไกลเราแล้ว ถ้าเป็นที่นี่จะมีทั้งร้านขายของไฮเทคเช่นกล้องถ่ายรูป ร้านผลิตภัณฑ์ยา มีร้านอาหารทั้งญี่ปุ่นต่างชาติ เช่นร้านแนวอาหารตุรกีที่ขายเคบับ และแฟรนไชส์ทั่วไปอย่างเบอร์เกอร์คิง เป็นต้น จากสถานีอิวาโมโตโจเราสามารถเดินไปไม่กี่นาทีก็เที่ยวอากิฮาบาระได้สบายๆ โดยเมื่อออกมาจากสถานีจะเลี้ยวขวาหรือซ้ายก็ได้

อากิฮาบาระ (Akihabara)
เดี๋ยวนี้คงไม่น่ามีใครไม่รู้จักย่านอากิฮาบาระ หรือเรียกย่อๆ ว่า อากิบะ (Akiba) ของญี่ปุ่นกันแล้ว อากิบะเป็นย่านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โด่งดัง เป็นศูนย์รวมของเทคโนโลยีญี่ปุ่น เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้า IT ทุกชนิด และนอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมป็อปคัลเจอร์ของญี่ปุ่นอีกด้วย ถึงกับมีคำกล่าวว่า อากิฮาบาระเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกม การ์ตูน และอนิเมะ หรือที่เราคุ้นชินกับคำว่าวัฒนธรรมโอตาคุนั่นเอง ที่อากิบะก็จะมีร้านขายสินค้าการ์ตูน กู๊ดส์ของอนิเมะต่างๆ กันพลาของกันดั้ม เกมและเครื่องเล่นเกมก็มีให้เลือกกันทุกรุ่นทุกแบบ เดินเลือกกันเสร็จแล้วก็ลองไปนั่งกินอาหารธีมกันดั้มที่กันดั้มคาเฟ่กันนะ

ผู้เขียน: hikawasa
นักแปลภาษาญี่ปุ่น-ไทย-อังกฤษ/นักเขียน (มือใหม่)
รักการ์ตูนเรื่องคุโรโกะ โนะ บาสเก็ตมากทุกรูปแบบทั้งอนิเมะ มังงะ เกม กู๊ดส์
คางามิ ไทกะคือเมนเรา ไอ เลิฟ ยูว