All About Japan

โทโฮคุ ชูบุ ชิโกกุ ชูโกกุ ไปไหนดี?

| Chugoku , Shikoku
โทโฮคุ ชูบุ ชิโกกุ ชูโกกุ ไปไหนดี?

ไปไหนดีใน 4 ภูมิภาคมาแรงของญี่ปุ่น ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นทุกปีในขณะนี้ แต่ละภูมิภาคน่าสนใจแค่ไหน และทริปหน้าจะวางแผนไปไหนดี ในบทความนี้เรามีรายละเอียดในหลายๆแง่มุมของภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku), ชูบุ (Chubu), ชิโกกุ (Shikoku) และ ชูโกกุ (Chugoku) มาฝากกัน

ข้อมูลพื้นฐาน

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) ตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือโดยเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างภูมิภาคคันโตกับฮอกไกโด ประกอบด้วย 6 จังหวัดคือ มิยางิ (Miyagi), ฟุคุชิมะ (Fukushima), ยามากาตะ (Yamagata), อิวาเตะ (Iwate), อาคิตะ (Akita), อาโอโมริ (Aomori)

จุดเด่น : เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงมีความหลากหลายทางธรรมชาติและบรรยากาศของภูมิภาคก็ผสมผสานความเป็นเมืองกับชนบทอย่างมีเสน่ห์ เต็มเปี่ยมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เช่นภูเขา ทะเลสาบ น้ำตก แหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายแหล่ง อีกทั้งยังเป็นภูมิภาคที่มีการจัดงานเทศกาลน่าสนใจตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูร้อน

ภูมิภาคชูบุ (Chubu)

ภูมิภาคชูบุ (Chubu) หรือภาคกลางของญี่ปุ่น อยู่ตอนกลางของเกาะฮอนชู (Honshu) เป็นภูมิภาคที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ชิซุโอกะ (Shizuoka), ไอจิ (Aichi), กิฟุ (Gifu), ฟุคุอิ (Fukui) และมิเอะ (Mie)

จุดเด่น : มีการเดินทางที่เข้าถึงได้สะดวกสบาย เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ทันสมัย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย และเป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าหลายแห่ง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ตลอดจนแหล่งออนเซ็นที่กระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาค มีอาหารการกินในแบบท้องถิ่นที่โดดเด่น อีกทั้งสามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้จากหลายมุมมองในจังหวัดชิซุโอกะ

ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku)

ภูมิภาคที่เป็น 1 ใน 4 เกาะหลักของญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุด รอบๆ เกาะหลักถูกโอบล้อมด้วยทะเลเซโตะ (Seto Inland Sea) และมีเกาะเล็กเกาะน้อยที่มีมนต์เสน่ห์น่าค้นหาอยู่รอบเกาะ ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ เอฮิเมะ (Ehime), คางาวะ (Kagawa), โทคุชิมะ (Tokushima) และโคชิ (Kochi)

จุดเด่น : เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ แล้ว เกาะชิโกกุยังคงมีความเงียบสงบและบรรยากาศธรรมชาติรวมทั้งความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์น่าค้นหาอย่างหลากหลาย และมีอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อนั่นคือ เส้นอุด้งที่แสนอร่อย ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ เส้นทางจาริกแสวงบุญโอเฮนโระ (Ohenro) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี เดินทางบนเส้นทางที่นำเราไปยังวัดต่างๆถึง 88 แห่ง

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku)

ภูมิภาคทางริมขอบฝั่งตะวันตกของเกาะฮอนชู (Honshu) ทิศเหนือติดทะเลญี่ปุ่น ทิศใต้ติดกับทะเลในทะเลเซโตะใน (Seto Naikai) ด้านที่อยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นเรียกว่าซันอิน (San’in) ส่วนอีกด้านหนึ่งเรียกว่าซันโย (Sanyo) ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ โอคายามา (Okayama), ทตโตริ (Tottori), ฮิโรชิมา (Hiroshima), ชิมาเนะ (Shimane) และจังหวัดยามากูชิ (Yamaguchi)

จุดเด่น : เป็นภูมิภาคที่มีความโดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์มายาวนาน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรม ศิลปหัตถกรรม อีกทั้งการที่มีพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วน และมีภูเขาพาดผ่านตรงกลาง ทำให้สองพื้นที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยพื้นที่ ซันอิน (San’in) จะมีบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติและชนบทแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ในขณะที่ฝั่ง ซันโย (Sanyo) จะมีความเป็นเมืองมากกว่า และเต็มไปสถานที่ทางประวัติศาสตร์

การเดินทางในแต่ละภูมิภาค

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

สนามบินหลักอยู่ที่เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ นั่นคือท่าอากาศยานนานาชาติเซ็นได (Sendai International Airport) ปัจจุบันไม่มีการบินตรงจากไทยแต่จะเปิดให้บริการในช่วงกันยายนปี 2019 การเดินทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้รถไฟชินคันเซ็น

สำหรับการเดินทางในภูมิภาค ในเมืองหลักและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ จะมีทั้งสายรถไฟเจอาร์ (และในตัวเมืองเซ็นไดจะมีรถไฟใต้ดินด้วย) โดยมีพาสรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ครอบคลุมการเดินทางทั้งภูมิภาครวมถึงการเชื่อมต่อไปต่างภูมิภาค เช่น JR East Pass Tohoku Area ที่สามารถใช้เดินทางไป-กลับโตเกียวได้ และยังมีบริการรถบัสเช่น Tohoku Highway Bus Ticket ด้วย

ภูมิภาคชูบุ (Chubu)

สนามบินหลักของภูมิภาคอยู่ที่เมืองนาโกยาจังหวัดไอจิ นั่นคือท่าอากาศยานนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Chubu Centrair International Airport) การเดินทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้รถไฟชินคันเซ็น

การเดินทางในภูมิภาค จะมีเส้นทางรถไฟที่ครอบคลุมการเดินทางทั่วพื้นที่โดย JR Central Pass และพาสรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวตามพื้นที่เฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น เส้นทางชมภูเขาไฟฟูจิในชิซุโอกะ Mt.Fuji Shizuoka Area Tourist Pass Mini, การเดินทางท่องเที่ยวทาคายามาและหมู่บ้านชิราคาวาโกะด้วย Takayama-Hokuriku Area Tourist Pass เป็นต้น

ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku)

สนามบินหลักอยู่ที่จังหวัดคางาวะนั่นคือ ท่าอากาศยานทาคามัตสึ (Takamatsu Airport) แต่ไม่มีการบินตรงจากไทย การเชื่อมต่อการเดินทางจากภูมิภาคอื่นบนเกาะฮอนชู จะใช้เส้นทางรถยนต์บนสะพานเซโตะโอฮาชิ (Seto Ohashi Bridge) เพื่อข้ามไปยังฝั่งจังหวัดโอคายามะ

การเดินทางในภูมิภาคชิโกกุจะมีพาสรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมการเดินทางตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วภูมิภาค นั่นคือ JR Shikoku Rail Pass สามารถใช้โดยสารรถไฟเจอาร์ รถไฟ Asa Kaigan รวมถึงรถบัส เช่น Kotoden ตามระยะเวลาที่เลือก (3, 4, 5 หรือ 7 วันติดต่อกัน)

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku)

สนามบินหลักอยู่ที่จังหวัดฮิโรชิมานั่นคือ ท่าอากาศยานฮิโรชิมา (Hiroshima Airport) ไม่มีการบินตรงจากไทย การเดินทางเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่นๆ ส่วนใหญ่มักจะใช้รถไฟชินคันเซ็น

การเดินทางในภูมิภาค จะมีสายรถไฟที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคคันไซ และมีรถบัสประจำทางที่วิ่งในตัวเมือง เช่น Sanyo San’in Area Pass ซึ่งครอบคลุมการเดินทางในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของชูโกกุ รวมถึงการเดินทางด้วยเฟอร์รี่ JR West Miyajima เพื่อใช้เดินทางข้ามไปยังเกาะมิยาจิมา ในฮิโรชิมา เป็นต้น

ฤดูท่องเที่ยวที่โดดเด่นของแต่ละภูมิภาค

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

ฤดูท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโทโฮคุมีหลายฤดู ทั้งฤดูใบไม้ร่วงซึ่งมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีทิวทัศน์สวยงามติดอันดับต้นๆของประเทศหลายแห่ง เช่น ลำธารโอราอิเสะ (Oirase Stream) ในอาโอโมริ, ฮาจิมันไต (Hachimantai) ในอิวาเตะ หรือถ้าเป็นฤดูหนาวก็จะมีงานเทศกาลหิมะที่โดดเด่น เช่น เทศกาลปีศาจหิมะซาโอะ (Zao Snow Monster Festival )ในยามากาตะ และแม้แต่ฤดูร้อนก็มีงานเทศกาลมากมาย เช่นเทศกาลอาคิตะคันโต (Akita Kanto Festival) เทศกาลยามางาตะฮานางาสะ (Yamagata Hanagasa Festival) เป็นต้น

ภูมิภาคชูบุ (Chubu)

ฤดูท่องเที่ยวที่โดดเด่นและน่าสนใจคือช่วงฤดูใบไม้ร่วงซึ่งจะได้พบกับจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในบรรยากาศที่หลากหลาย เช่น หุบเขาโครังเค (Korankei) เมืองนาโกยา และในช่วงฤดูหนาว ก็จะมีการจัดงานเทศกาลประดับไฟที่สวยงามและมีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น นาบะนะ โนะ ซาโตะ (Nabana no Sato)ในจังหวัดมิเอะ, เทศกาลประดับไฟ (Light up) ประจำปีที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ จังหวัดกิฟุ

ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku)

ภูมิภาคชิโกกุในฤดูใบไม้ผลิถือว่าเป็นช่วงฤดูกาลที่โดดเด่นในเรื่องของสถานที่ชมดอกซากุระบานในบรรยากาศที่หลากหลายทั่วภูมิภาค เช่น ปราสาทมัตสึยามะ (Matsuyama Castle) ในเอฮิเมะ, ภูเขาชิอุเดะ (Mt. Shiude) ในคางาวะ และสำหรับฤดูร้อนที่ภูมิภาคนี้ก็มีงานเทศกาลที่น่าสนใจ เช่น เทศกาลเต้นรำที่ยิ่งใหญ่ อาวะโอโดริ (Awa-Odori Festival) ในโทคุชิมะ

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku)

ฤดูท่องเที่ยวที่โดดเด่นในชูโกกุคือฤดูใบไม้ผลิ กับการชมดอกซากุระบาน เช่นจุดชมซากุระพันต้นริมแม่น้ำคุราชิกิ (Kurashiki River) ในโอคายามา, จุดชมดอกซากุระที่สะพานคินไตเกียว ในยามากูชิ ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้พบกับบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี ตามจุดชมใบไม้แดงที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่นบนเกาะมิยาจิมาในฮิโรชิมา, ภูเขาไดเซ็น (Mt. Daisen) ในทตโตริ เป็นต้น

อาหารท้องถิ่นน่าลองในแต่ละภูมิภาค

ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อในโทโฮคุ มีอยู่ทั่วภูมิภาค เช่น ลิ้นวัวย่าง (Gyutan) ในเซ็นได, วังโกะ โซบะ (Wanko soba) ในอิวาเตะ, อินานิวะ อุด้ง (Inaniwa Udon) ในอาคิตะ รวมถึงแหล่งปลูกผลไม้ขึ้นชื่ออย่างแอปเปิ้ลที่อาโอโมริและเชอร์รี่ญี่ปุ่นในยามากาตะ เป็นต้น


ภูมิภาคชูบุ (Chubu)

อาหารท้องถิ่นยอดนิยมในภูมิภาคชูบุ มีหลากหลายและน่าสนใจ เช่น เนื้อมัตสึซากะในมิเอะ (Matsusaka Beef) เนื้อวัวเกรดพรีเมียมคุณภาพดีในรูปแบบสุกี้ยากี้ เสต็ก เนื้อย่าง, โฮบะมิโซะ (Hobamiso) เป็นการนำมิโซะไปย่างบนใบไม้ที่ชื่อว่าใบโฮบะ ทำให้กลิ่นและรสชาติที่แตกต่างไปจากมิโซะที่ปรุงด้วยวิธีอื่นๆ ส่วนใหญ่หาทานได้ในเมืองทาคายามา, ข้าวหน้าปลาไหลอุนะด้ง (Unadon) สูตรเฉพาะในชิซุโอกะ

ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku)

อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อในชิโกกุที่จะแนะนำอย่างแรกคือ ซานุกิอุด้ง (Sanuki Udon) ในคางาวะ ที่นี่คือเป็นแหล่งผลิตเส้นอุด้งที่มีความอันเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมี ข้าวหน้าปลาฮามาจิ (Hamachi Kaisen Don) เมนูยอดนิยมอย่างหนึ่งในโทคุชิมะ และข้าวหน้าปลาไทของเมืองอุวาจิมะ (Uwajima Tai-meshi) ในเอฮิเมะ

ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku)

อาหารท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงในชูโกกุ มีหลากหลายเมนูที่น่าสนใจ เช่น โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki) หรือพิซซาญี่ปุ่นสูตรเฉพาะในฮิโรชิมา, อิซุโมะโซบะ (Izumo Soba) เส้นโซบะท้องถิ่นของเมืองอิซุโมะ ในชิมาเนะ, หม้อไฟส้มซุโอ-โอชิมะ (Suo-Oshima Hot Pot) ที่ใส่ผลส้มย่างทั้งเปลือกลงไปในหม้อไฟ กลิ่นหอมของส้มจะมีผลทำให้ช่วยเจริญอาหารได้เป็นอย่างดี หารับประทานได้ในยามากูชิในช่วงฤดูหนาว

เมืองท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku)

-เซ็นได (Sendai) เมืองหลักของภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมิยางิ นอกจากจะเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่น่าสนใจอยู่ทั่วเมือง เช่น สุสานซุยโฮเดน (Zuihoden), และศาลเจ้าโอซากิฮาชิมังกู (Osaki Hachiman-gu Shrine), สวนกลางเมืองและถนนสายช้อปปิ้งโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori) อีกทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลประจำปีที่สำคัญนั่นคือ งานเทศกาลเซนได ทานาบะตะ (Sendai Tanabata Festival) ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี

-ไอซุวากามัตสึ (Aizu-wakamatsu) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดฟุคุชิมะ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง เช่น ปราสาทไอซุวากามัตสึ (Aizu-Wakamatsu Castle) หรือปราสาทสึรุกะ (Tsuruga Castle) มีความหมายว่าปราสาทนกกระเรียน จุดเด่นคือมีหลังคาสีแดงและเป็นจุดชมดอกซากุระที่ได้รับความนิยมในฤดูใบไม้ผลิ, ฮิกาชิยามะออนเซ็น (Higashiyama Onsen) เมืองออนเซ็นเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของภูเขาและแม่น้ำ

-ฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) เมืองมรดกโลกในจังหวัดอิวาเตะ เป็นเมืองเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเฮอัน ซึ่งในยุคนั้นที่นี่คือพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก จนถึงปัจจุบันก็ยังคงเต็มไปด้วยวัดและสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เช่น วัดชูซอนจิ (Chusonji) สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮิราอิซูมิ นอกจากจะมีวิหารทองคำอันโดดเด่นยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของโทโฮคุด้วย

เมืองท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาคชูบุ (Chubu)

-ทาคายามาและชิราคาวาโกะ (Takayama-Shirakawako) อยู่ในจังหวัดกิฟุ สำหรับทาคายามา เป็นเมืองชนบทบนภูเขาที่มีบรรยากาศเงียบสงบและยังหลงเหลือกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าทั้งสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้าง วัดและศาลเจ้าเก่าแก่ รวมทั้งย่านท่องเที่ยวน่าสนใจเช่น ตลาดเช้ามิยากาวะ (Miyagawa Morning Market) ที่มีของขายประเภทผลไม้ ผัก ดอกไม้ สินค้าที่ระลึกอย่างตุ๊กตานำโชคซารุโบโบ (Sarubobo) และในพื้นที่ใกล้เคียงกันก็มีแหล่งมรดกโลกชื่อดังหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawago) ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นคือบ้านโบราณที่เรียกว่ากัสโชสึคุริ (Gassho-zukuri)

-อิกะอุเอโนะ (Iga Ueno) เมืองท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งในจังหวัดมิเอะ มีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดนินจาสายอิกะ สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมนินจาของญี่ปุ่น เช่น พิพิธภัณฑ์นินจาสายอิงกะ (Ninja Museum of Igaryu) ที่รวบรวมเรื่องราวของนินจาในบ้านนินจาและที่เป็นไฮไลท์ก็คือการแสดงโชว์จากนินจาที่น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ เช่น ปราสาทอิกะอุเอโนะ (Iga Ueno Castle) กับเมืองรอบปราสาทบรรยากาศย้อนยุค

-นาโกยา (Nagoya) เมืองขนาดใหญ่ติดอันดับของญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดไอจิ (Aichi) เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายเช่น ย่านช้อปปิ้งโอสึคันนง (Osukannon) ซึ่งมีทั้งร้านค้าในบรรยากาศเก่าๆ จนถึงร้านขายสินค้ายุคปัจจุบันที่ทันสมัย, หอคอยโทรทัศน์เมืองนาโกย่า (Nagoya TV Tower) และศูนย์การค้าโอเอซิส 21 (Oasis 21) แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย

เมืองท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku)

-มัตสึยามา (Matsuyama) เมืองศูนย์กลางในจังหวัดเอฮิเมะ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งเช่น โดโกะออนเซ็น (Dogo Onsen) แหล่งออนเซ็นเก่าแก่ที่มีโรงอาบน้ำโดโกะอนเซ็นฮงคัง (Dogo Onsen Honkan) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญของประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีปราสาทมัตสึยามา มีศูนย์การค้าทันสมัยและช้อปปิ้งสตรีท เหล่านี้เป็นต้น

-เกาะนาโอชิมะ (Naoshima Island) ในจังหวัดคางาวะ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่งศิลปะ โดยจะมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทพิพิธภัณฑ์ศิลปะมากมาย รวมทั้งการแสดงผลงานศิลปะกลางแจ้งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เช่นรูปปั้นฟักทองลายจุดของคุณป้าคุซามะ ยาโยอิ, พิพิธภัณฑ์ศิลปะบ้านเบเนส Benesse House Museum โปรเจคงานศิลปะแห่งแรกบนเกาะซึ่งปัจจุบันเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและโรงแรมด้วยในตัว

-เมืองโคชิ (Kochi) ย่านใจกลางเมืองโคชิและพื้นที่รอบๆ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง เช่น ปราสาทโคชิ (Kochi Castle) กับงานสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในบริเวณเดียวกันยังมี สวนสาธารณะโคชิ (Kochi Park) แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง และทุกๆ วันอาทิตย์ก็จะได้พบกับตลาดวันอาทิตย์ (Sunday Market) ใกล้ๆปราสาท ซึ่งเต็มไปด้วยร้านผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และร้านขายอาหารท้องถิ่น เป็นต้น

เมืองท่องเที่ยวแนะนำในภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku)

-เกาะมิยาจิมา (Miyajima Island) ในจังหวัดฮิโรชิมา ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีทัศนียภาพงดงามที่สุด 1 ใน 3 แห่งของญี่ปุ่น เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เกาะแห่งเทพเจ้า มาแต่โบราณ มีเอกลักษณ์ประจำเกาะเป็นเสาโทริอิสีแดงขนาดใหญ่กลางน้ำ รวมทั้งศาลเจ้ากลางน้ำที่รู้จักกันดี มีชื่อว่าอิทสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine ) รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ บนเกาะที่น่าสนใจเช่น ถนนสายช้อปปิ้งโอโมเตะซันโด (Omotesando Shopping Street)

-เมืองมัตสึเอะ (Matsue) เมืองเอกในจังหวัดชิมาเนะ ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น ปราสาทมัตสึเอะ (Matsue Castle) ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นสมบัติของชาติ, พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาดาจิ (Adachi Museum of Art) ที่มีทั้งการจัดแสดงงานศิลปะและเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นในตัว ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ (Izumo-Taisha Grand Shrine) กับเชือกศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ และมีชื่อเสียงในเรื่องการขอพรเกี่ยวกับความรัก

-เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes) ทะเลทรายธรรมชาติหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นในจังหวัดทตโตริ มีทิวทัศน์ที่สวยงามจากรอยริ้วคลื่นคล้ายน้ำไหล ที่เกิดจากสายลมปะทะกับผืนทราย รวมทั้งกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ เช่นการขี่อูฐเที่ยวชมเนินทราย กีฬาทางอากาศหรือ Paragliding และพิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (Tottori Sand Museum) สำหรับจัดแสดงงานประติมากรรมที่สร้างขึ้นจากทราย

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)