All About Japan

ไอโนะชิม่า เกาะสวรรค์ของคนรักแมว

| เกาะ

ใครที่อ่านบทความญี่ปุ่นบ่อยๆน่าจะรู้ว่าญี่ปุ่นมีเกาะแมวมากกว่าหนึ่งเกาะ วันนี้เราจะพาไปชม "ไอโนะชิม่า" เกาะสวรรค์แดนใต้ที่ไม่ไกลจากฟุกุโอกะ เหมาะมากๆให้คนที่จะไปเที่ยวคิวชูฟุกุโอกะได้ใส่ไว้ในแปลนค่ะ

การเดินทาง (สู่ท่าเรือ Shingu)

การเดินทาง (สู่ท่าเรือ Shingu)

เกาะไอโนะชิม่า เป็นเกาะสวรรค์ของคนรักแมวที่น่าไปเยือนมากถ้าหากมาเที่ยวจังหวัดฟุกุโอกะ โดยวิธีการเดินทางก็ง่ายและไม่ห่างจากสถานีหลักๆของฟุกุโอกะอย่าง สถานีเทนจินและสถานีฮากาตะมากนักค่ะ เกาะแมวแห่งนี้ห่างจากแผ่นเดินใหญ่เพียงแค่ 8 กิโลเมตร และสัญจรด้วยเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Shingu ในตัวเมืองฟุกุโอกะ ใช้เวลาไม่มากค่ะ

จากสถานีเทนจิน นั่งรถไฟจากสถานี Tenjin ไปที่สถานี Kaizuka เพื่อไปต่อสาย Nishitetsu Kaizuka อีกต่อไปลงยังสถานี Nishitetsu Shingu (530 เยน) จากสถานี Nishitetsu Shingu เดินชิวๆซัก 25 นาทีมาท่าเรือชินกุ หรือจะรอบัสท้องถิ่นก็ได้ค่ะ (100เยน)

จากสถานีฮากาตะ นั่งสาย JR Kagoshima ไปลงสถานี Fukkodaimae (280 เยน) จากนั้นเดิน 40 นาทีไปยังท่าเรือชินกุ เนื่องจากไกลไปนิด จะรอบัสท้องถิ่นก็ได้ค่ะ (100เยน)

เมื่อมาถึงท่าเรือก็มาซื้อตั๋วขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปเกาะไอโนะชิมะจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติในอาคารรอรถบัสนั่นเองค่ะ ตั๋วต้องซื้อแบบขาไปขาเดียวเท่านั้น และค่อยไปซื้อขากลับที่เกาะค่ะ ผู้ใหญ่ 460 เยน เด็ก 230 เยน

เที่ยวเรือมีดังนี้ค่ะ
เมษายน-กันยายน
ขาไปเกาะ 7.50, 9.20, 11.30, 14.30, 16.40, 18.10
ขากลับจากเกาะ 7.00, 8.40, 10.50, 13.50, 16.00, 17.30
ตุลาคม-มืนาคม
ขาไปเกาะ 7.50, 9.20, 11.30, 14.40, 17.40
ขากลับจากเกาะ 7.00, 8.40, 10.50, 14.00, 17.00

- www.town.shingu.fukuoka.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

ทำไมถึงมีแมวเยอะขนาดนี้

ทำไมถึงมีแมวเยอะขนาดนี้

นั่งเรือเฟอร์รี่เพียง 17 นาทีก็เดินทางมาถึง เกาะแมว ไอโนะชิมะ กันแล้วค่ะ เกาะแห่งนี้มีประขาการประมาณ 300 คนเพียงเท่านั้น ในขณะที่ประชากรแมวนั้นมีถึง 100 ตัวค่ะ เพราะอาชีพหลักของผู้คนบนเกาะคืออาชีพประมง ชาวประมงจึงเลี้ยงแมวเพื่อคอยกินเศษปลาและกำจัดหนูค่ะ

เดินลงมาจากเฟอร์รี่ยังไม่ทันไร เจ้าเหมียวทั้งหลายก็มารอต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วค่ะ แมวที่นี่แทบทั้งหมดจะเป็นแมวจรที่ผู้คนบนเกาะช่วยกันดูแล ค่อนข้างจะชินกับคนค่ะ สามารถเช้าไปเล่นไปจับได้ แต่บางตัวก็ดุ ต้องระวังนะคะ

ที่นี่จะมีกฏอยู่ไม่กี่ข้อค่ะ นั่นก็คือ ห้ามทิ้งขยะไม่ลงถัง ห้ามแอบจิ๊กแมวกลับบ้าน และห้ามให้อาหารหรือขนมกับแมวเด็ดขาดค่ะ

ลูกแมวน้อยน่ารัก เรียกเสียงจากนักท่องเที่ยวได้เยอะเลยค่ะ

ตามจากที่เดินเที่ยวเกาะ แมวทั้งหลายจะรวมกันอยู่บริเวณท่าเรือและบ้านคนเยอะมากค่ะ นอกจากนี้ยังมีบริการให้เช่าจักรยานที่ศูนย๋บริการนักท่องเที่ยวที่อยู่ตรงข้ามกับท่าเรือด้วยค่ะ

ร้าอาหารบนเกาะแมว

ร้าอาหารบนเกาะแมว

บนเกาะนี้จะมีร้านอาหารอยู่ไม่มากนัก โดยจะมีร้านซูชิ ร้านอาหารทานง่ายๆที่เปิดตลอดวันอย่างร้าน The Sun โดยร้านนี้จะมีที่นั่งระเบียงทานแบบชมวิวทะเลด้วยค่ะ อาหารก็จะเป็นเมนูง่ายๆสไตล์ญี่ปุ่น แบบข้าวราดแกงกะหรี่ แฮมเบอเกอร์เป็นต้นค่ะ

วิวถ่ายรูปสวยๆ

วิวถ่ายรูปสวยๆ

เดินมาจากท่าเรือประมาณ 1 กิโลเมตรก็จะมีอนุเสาวรีย์เล็กๆที่เรียกว่า Stone monument​ โดยบริเวณนี้จะมีลานหินเล็ก หินน้อยทอดเป็นแนวยาวเหมาะกับการไปถ่ายรูปสวยๆติดทะเลมากๆค่ะ แต่บริเวณนี้เล่นน้ำทะเลไม่ได้นะคะ เนื่องจากมีแต่หินค่ะ

กำแพงหิน Ainoshima Stone Tumuli

กำแพงหิน Ainoshima Stone Tumuli

กำแพงหิน Ainoshima Stone Tumuliแห่งนี้ ถูกสร้่างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 และก็ยืนยงมาจนทุกวันนี้ค่ะ โดยกำแพงนี้เดินประมาณเกือบ 2 กิโลเมตรจากท่าเรือค่ะ

หินแว่นตา (Megane Iwa)

หินแว่นตา (Megane Iwa)

หินแว่นตานี้สามารถมองเห็นได้เลยจากกำแพง Ainoshima Stone Tumuli ค่ะ

ศาลเจ้าวาคามิยะ

ศาลเจ้าวาคามิยะ

เดินไปเริ่มเหนื่อยก็ขอเดินย้อนกลับมายังท่าเรือ เพราะก็ใกล้เวลาเรือเที่ยวสุดท้ายแล้วค่ะ แถวๆท่าเรือมีศาลเจ้าวาคามิยะ ซึ่งก็มีน้องแมวนอนเล่นอยู่บริเวณศาลเจ้าหลายตัวเลยค่ะ นอกจากนี้บนเกาะยังมีเรียวกัง ชื่อ มารุมิยะ ให้บริการด้วยค่ะ แต่ไม่ขอแนะนำให้ค้างคืนบนเกาะค่ะ แนะนำให้ไปกลับแบบวันเดียวโดยควรจะมีเวลาอยู่บนเกาะซักประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ

Marumiya Ryokan
เบอร์ติดต่อ 092-962-2908 (ภาษาญี่ปุ่น)

ใกล้ได้เวลากลับแล้วก็รีบไปซื้อตั๋วที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่ะ โดยต้องระวังเพราะจะไม่มีป้ายบอกว่าซื้อตรงไหน แต่สังเกตุได้ไม่ยากเลยค่ะ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะอยู่ตรงข้ามกับท่าเรือ มีที่เดียวค่ะ