All About Japan

รวม 20 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน

| เที่ยวญี่ปุ่นเดือนหก
รวม 20 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน

ญี่ปุ่นเดือนมิถุนายนเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน อากาศยังไม่ร้อนมากและตั๋วเครื่องบินราคาไม่แพง แต่นักท่องเที่ยวน้อยบรรยากาศสบายๆ มีดอกไม้สวยๆนอกเหนือจากซากุระหรือใบไม้แดงให้ชมอีกมากมายหลายชนิด และมีเทศกาลที่คนไทยเองน้อยคนจะเคยสัมผัส (เพราะไม่ค่อยมีใครไปกันช่วงนี้)

1. เมืองคามาคุระ จังหวัดคานากาวา (Kamakura, Kanagawa)

ในเดือนมิถุนายนที่นี่จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันของดอกอาจิไซ (ajisai) หรือไฮเดรนเยีย สัญลักษณ์ของเดือนมิถุนายนของคนญี่ปุ่น ซึ่งในเมืองคามาคุระก็มีสถานที่ชมดอกอาจิไซหลายแห่ง เช่นวัดฮาเสะเดระ (Hasedera) หรือวัดอาจิไซเดระที่มีดอกไฮเดรนเยียจำนวนมากบานสะพรั่งทั่วทั้งวัด นอกจากที่นี่ก็ยังมีสถานที่เที่ยวยอดนิยมอีกหลายแห่งในคามาคุระซึ่งส่วนใหญ่จะมีดอกไฮเดรนเยียให้ชมกันในเดือนนี้ เช่นศาลเจ้าสึรุโอกะฮาชิมังกู (Tsuruoka Hachimangu Shrine) ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเรื่องขอพรเกี่ยวกับความรัก สุขภาพ การเรียน อีกทั้งยังมีอาคารสถาปัตยกรรมสวยงามทรงคุณค่า หรือจะไปเดินเล่นที่ถนนโคมาจิโดริ (Komachi-dori Street) ถนนสายช้อปปิ้งสุดคึกคักในคามาคุระซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน ร้านค้า ร้านอาหารอร่อยขึ้นชื่อมากมายให้ได้เลือกรับประทาน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Yokosuka Line ไปลงที่สถานี JR Kamakura และใช้พาสรถไฟท่องเที่ยว Enoden สำหรับเดินทางระหว่างจุดท่องเที่ยวในเมืองคามาคุระ

2. สวนดอกไม้คุริฮามะ จังหวัดคานากาวา (Kurihama Flower Park, Kanagawa)

สวนดอกไม้ขนาดใหญ่อีกแห่งของจังหวัดคานากาวา ตั้งอยู่ในเมืองโยโกสุกะ (Yokosuka) ไฮไลท์ของฤดูชมดอกไม้ที่นี่อยู่ระหว่างฤดูใบไม้ผลิยาวไปถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งจะได้พบกับเทศกาลชมดอกป๊อปปี้ สีแดงสีชมพูนับล้านดอกที่บานสะพรั่งทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมมากมาย ท่ามกลางอากาศอบอุ่นสดใสโดยเฉพาะในวันสุดท้ายของเทศกาลในแต่ละปีก็จะมีการแข่งขันเก็บดอกป๊อปปี้ ซึ่งสามารถนำดอกป๊อปปี้กลับบ้านได้ด้วย นอกจากสวนดอกไม้แล้วก็ยังมีโซนพื้นที่อื่นที่น่าสนใจอีก เช่น สวนสนุกสำหรับเด็กกับหุ่นก๊อดซิลล่าตัวใหญ่ มีบ่อออนเซ็นแช่เท้าสาธารณะเพื่อคลายความปวดเมื่อยจากการเดิน หรือหากเดินจนเมื่อยแล้วก็สามารถนั่งรถไฟหลากสีสัน ที่เรียกว่าฟลาวเวอร์เทรน (Flower Train) ชมบรรยากาศภายในสวนได้เช่นกัน

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Keihin Kyuko Main Line ไปลงที่สถานี Keikyu-Kurihama และเดินอีก 15 นาที

3. เทศกาลชมดอกไอริส คัตสึชิกะโชบุมัตสึริ, โตเกียว (Katsushika Shobu Matsuri, Tokyo)

เขตคัตสึชิกะตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงโตเกียว และในช่วงเดือนมิถุนายนก็จะมีงานเทศกาลชมดอกไอริส ที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่าดอกโชบุหรือดอกอายาเมะ โดยจัดขึ้นในสวนสองแห่งคือ สวนโฮริคิริโชบุเอ็น (Horikiri-shobuen) สวนดอกไม้เก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะที่สวนนี้มีดอกไอริสกว่า 200 สายพันธุ์ บานสะพรั่งกว่า 6,000 ต้น และอีกแห่งหนึ่งก็คือสวนมิซุโมโตะ (Mizumoto Koen) ซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่กว่าสวนแรกโดยมีดอกไอริสสีสันสดใสให้ชมมากกว่า 14,000 ต้น นอกจากนี้ระหว่างการจัดงานก็จะมีร้านขายของ ตลาดนัด ร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่มมาออกร้านกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินหลากหลายแนวให้ได้ฟังกันด้วย

ช่วงเวลาที่จัดงาน : รายๆ ปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ของทุกปี

การเดินทาง :
ที่จัดงานสวนมิซุโมโตะ จากสถานี Kanamachi และขึ้นรถบัสไปลงป้าย Mizumoto Yonchome Bus
ที่จัดงาน สวนโฮริคิริ ขึ้นรถไฟสาย Keisei Main Line ไปลงที่สถานี Horikiri-shobuen

4. เทศกาลชมหิ่งห้อยยามเย็นโฮตารุโนะยูเบะ ย่านฮาจิโอจิ, โตเกียว (Hotaru no Yube Matsuri, Tokyo)

อีกหนึ่งสิ่งที่สามารถพบเห็นได้เฉพาะเดือนมิถุนายนเท่านั้นก็คือการชมแสงหิ่งห้อย โดยจะมีการจัดงานเทศกาลชมหิ่งห้อยยามค่ำคืนตามหมู่บ้านชนบทหรือสถานที่ใกล้ชิดธรรมชาติที่ยังคงมีหิ่งห้อยให้ได้ชม แต่ในโตเกียวก็มีสถานที่ชมหิ่งห้อยที่จะแนะนำเช่นกันอยู่ที่เมืองฮาจิโอจิ (Hachioji) ในเขตทามะทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว ซึ่งเป็นย่านที่มีภูเขาและป่าไม้เขียวชอุ่มล้อมรอบ

บริเวณที่มีการจัดงานชมหิ่งห้อยมีชื่อว่า สวนยูยาเกะ โคยาเกะ ฟุเรไอ โนะ ซาโตะ (Yuyake Koyake Fureai no Sato) ใกล้กับแม่น้ำคิตะอาสะคาวะ แสงจากหิ่งห้อยจำนวนนับร้อยในยามค่ำคืนที่ส่องแสงเป็นประกายคือบรรยากาศที่โรแมนติกไม่น้อย และหิ่งห้อยยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านจากฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูร้อนด้วย

ช่วงเวลาที่จัดงาน : ราวๆ ปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี

การเดินทาง : จากสถานี Takao ต่อรถบัส Nishi-Tokyo ไปลงที่ป้าย Yuyake Koyake

5. กำแพงหิมะ แจแปน แอลป์ จังหวัดโทยามา (Yuki no Otani Snow Wall Japan Alps, Toyama)

ถ้าไปเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนแต่อยากสัมผัสกับหิมะก็ต้องไปที่นี่ กำแพงหิมะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติแจแปนแอลป์ ทาเทยามา-คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) ที่สามารถเที่ยวชมได้เกือบตลอดทั้งปี แต่จุดเด่นที่สุดคือเส้นทางชมกำแพงหิมะขนาดยักษ์ที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งชมได้ในช่วงเปิดภูเขาใหม่ๆประมาณช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน โดยเฉพาะถ้าปีไหนมีหิมะตกปริมาณมาก กำแพงอาจสูงถึง 20 เมตร สามารถสัมผัสกับความยิ่งใหญ่ได้ตลอดทางเดิน (พอเข้าสู่ฤดูร้อนก็ยังสามารถชมได้อยู่ แต่กำแพงหิมะก็อาจจะเตี้ยลงไปเรื่อยๆ)

นอกจากนี้ที่บริเวณมุโรโด (Murodo) ก็มีร้านอาหารอร่อยๆให้นั่งพักผ่อน หรือจะเดินเล่นชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบด้านบนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,450 เมตรก็ไม่เลว และตั้งแต่เดือนมิถุนายนบรรดาพืชอัลไพน์บนภูเขาก็จะเริ่มผลิดอกออกใบให้ได้ชมกันด้วย


ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชม : กลางเดือนเมษายนถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

วันธรรมดา 10.00-15.15 น. (เข้าได้ถึงเวลา 15.00 น.)

วันเสาร์-อาทิตย์ 9.30-15.15 น. (เข้าได้ถึงเวลา 15.00 น.)

การเดินทาง : เริ่มต้นที่สถานี Toyama ต้องต่อทั้งรถไฟ รถเคเบิ้ลคาร์ และรถบัสเพื่อไปยัง Murodo ซึ่งเป็นจุดชมกำแพงหิมะ

6. คามิโคจิ จังหวัดนากาโนะ (Kamikochi, Nagano)

สถานที่สำหรับคนรักธรรมชาติและกิจกรรมเอาท์ดอร์ ที่นี่มีทิวทัศน์ที่สวยงามและมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ค่อนข้างต่ำตลอดทั้งปีทำให้อากาศเย็นสบายแม้ในหน้าร้อน ในเดือนมิถุนายนจะเป็นช่วงที่ป่าไม้เริ่มมีสีเขียวขจีที่เพิ่งแตกยอดหลังจากหิมะละลาย ตัดกับสีของท้องฟ้าที่แจ่มใส เป็นช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวมากที่สุด

อีกทั้งที่นี่ยังได้ชื่อว่ามีจุดชมวิวภูเขามากที่สุดในญี่ปุ่น สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปก็มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติแบบระยะสั้นที่สามารถเดินได้สบายๆพร้อมทั้งเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์รอบข้าง เช่นวิวเทือกเขาโฮทากะ ทะเลสาบไทโชที่มีน้ำใสราวกับกระจก แม่น้ำอาซุสะ(Azusa River) และสะพานคัปปะ (Kappabashi) สัญลักษณ์อันโดดเด่นของคามิโคจิเป็นต้น

การเดินทาง : จากสถานี Matsumoto ขึ้นรถบัส Alpico Bus ไปลงที่ Kamikochi

7. คารุอิซาวะ จังหวัดนากาโนะ (Karuizawa, Nagano)

สำหรับชาวญี่ปุ่นคารุอิซาวะคือเมืองตากอากาศในช่วงฤดูร้อนอยู่แล้วเพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ถ้าไปเที่ยวในช่วงเดือนมิถุนายนก็เดินเที่ยวเล่นได้สบายๆ ซึ่งจุดเด่นของคารุอิซาวะก็คือบรรยากาศของสถานที่สไตล์รีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีทั้งย่านช้อปปิ้ง ร้านค้าเก่าแก่ โรงแรมที่พักต่างๆ เอาท์เลตมอลล์ ศูนย์การค้า ที่น่าสนใจก็อย่างเช่นฮารุนิเระเทอเรส (Harunire Terrace) แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังที่มีจุดเด่นคือความกลมกลืนกับป่าและธรรมชาติ มีร้านค้าร้านอาหารมากมาย หรือจะดื่มกาแฟในคาเฟ่เก๋ๆ ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจหลายแห่งเช่นน้ำตกชิระอิโตะ (Shiraito Falls) ที่ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีจะมีการจัดงานประดับไฟ (Light Up) ตอนกลางคืนอย่างสวยงามด้วย


การเดินทาง : ขึ้นรถไฟ Hokuriku Shinkansenไปลงที่สถานี Karuizawa

8. เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด (Hakodate, Hokkaido)

ฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นเมืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ทางฮอกไกโดตอนใต้ บรรยากาศของอาคารสถาปัตยกรรมที่เมืองนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสไตล์ยุโรปที่สวยงาม ซึ่งในเดือนมิถุนายนก็เป็นช่วงที่หิมะละลายหมดแล้วแต่อากาศเย็นสบายกำลังดี ยังไม่ร้อนมาก เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายภาพ พักผ่อนหย่อนใจตามที่เที่ยวต่างๆเช่นย่านโกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse) ป้อมโกเรียวกาคุ (Fort Goryokaku) ป้อมรูปดาวห้าแฉกแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลในการก่อสร้างมาจากตะวันตก และภูเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) จุดชมวิวยามค่ำคืนบนความสูง 334 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่สวยงามและมักถูกยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 วิวกลางคืนที่สวยที่สุดในโลก และสำหรับใครที่ชอบอาหารทะเล ก็แวะไปตลาดเช้า Hakodate Asaichi ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองซึ่งมีอาหารอร่อยๆมากมาย


การเดินทาง : ขึ้นรถไฟ JR Limited Express Super Hokuto ไปลงที่สถานี Hakodate

9. ฟาร์มโทมิตะ จังหวัดฮอกไกโด (Tomita Farm, Hokkaido)

ตั้งอยู่ในเมืองฟุราโนะ (Furano) ฟาร์มนี้เป็นสถานที่ชมดอกลาเวนดอร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มบานในเดือนมิถุนายน แม้จะยังไม่บานเต็มที่แต่ก็มีพันธ์บานเร็วที่สามารถชมได้เต็มตั้งแต่เดือนหก แถมยังเป็นช่วงที่มีดอกไม้อื่นๆหลากหลายสีสันให้ชมอีกทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย

ดอกไม้ที่สามารถชมได้ในเดือนมิถุนายนก็อย่างเช่นดอกพิงค์มอส ดอกป๊อปปี้ ดอกลิลลี่ ดอกลูพิน และนอกจากกิจกรรมชมดอกไม้แล้วที่นี่ยังมีของอร่อยขึ้นชื่อและของที่ระลึกซึ่งมีดอกไม้ในฟาร์มเป็นส่วนประกอบสำคัญ เช่นซอฟครีมรสลาเวนเดอร์ รสเมล่อน ชีสเค้กรสลาเวนเดอร์ เครื่องดื่มผสมกลิ่นลาเวนเดอร์เป็นต้น อีกทั้งยังมี กิจกรรมการเดินทางโดยรถไฟท่องเที่ยวน่ารักๆสาย Furano-Biei Norokko Train ซึ่งจะวิ่งผ่านฟาร์มลาเวนเดอร์ โดยจะมีให้บริการช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมเท่านั้น

เวลาทำการ : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Furano Line ไปลงที่สถานี Naka-Furano

10. เมืองโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด (Otaru, Hokkaido)

โอตารุ (Otaru) เป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในฮอกไกโด โดยเฉพาะบริเวณรอบๆคลองโอตารุที่มีทิวทัศน์สวยงามแตกแต่งกันไปทั้ง 4 ฤดูกาล ซึ่งฤดูหนาวก็จะเป็นฤดูท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนเยอะที่สุด สำหรับในเดือนมิถุนายนก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศสบายๆ ของย่านนี้ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและสามารถวางแผนเดินเที่ยวเล่นได้ใน 1 วัน

ที่เที่ยวกินอย่างเช่นถนนสายร้านชูชิ (Sushiya Dori) เนื่องจากโอตารุเป็นที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดอีกทั้งซูชิเป็นอาหารหลักของคนเมืองนี้มายาวนาน ถ้าใครชอบซูชิอยู่แล้วที่นี่ถือว่าเป็นถนนสายสวรรค์ของคนรักซูชิเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ก็ยังมี พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี (Music Box Museum), ต้นตำรับร้านขนมชื่อดัง LeTAO ที่มีขนมตระกูลชีสเป็นของฝากยอดนิยมของคนไทย, ถนนสายช้อปปิ้งมิยาโกะโดริ (Miyako Dori Shotengai), จัตุรัส Marchen Square เป็นต้น

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย Hakodate Main Line ไปลงที่สถานี Otaru

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2