All About Japan

รวมที่เที่ยวเด่นของคนไป "ทตโตริ" ครั้งแรก

| Tottori

ทะเลทรายที่เดินทางสะดวกที่สุดในโลก ไม่ได้อยู่ที่เอเชียกลางหรือแอฟริกา แต่อยู่ที่ทตโตริประเทศญี่ปุ่นนี่เอง

ทตโตริ จังหวัดที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นในภูมิภาคชูโงะกุ แม้จะไม่คุ้นหูในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยมากนักแต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมายที่น่าไปเยือนสักครั้ง ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ศิลปะจากทราย ทะเลทรายสวยๆที่เดินทางสะดวกและไม่ร้อน และวัดญี่ปุ่นต่างๆ เรียกได้ว่าสนุกครบรสอย่างแน่นอน

1. ตลาดปลานะคะอุระ (Tairyo Fish Market Nakaura)

ในจังหวัดทตโตริก็มีตลาดปลาขนาดใหญ่ที่น่าสนใจไม่แพ้ตลาดปลาที่อื่นๆในญี่ปุ่นเลยนั่นก็คือตลาดปลานะคะอุระที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1992 ตลาดปลาแห่งนี้จะอยู่ใกล้จากพิพิธภัณฑ์มิซุกิชิเงะรุ นักเขียนการ์ตูนชื่อดัง และมีจุดสังเกตเป็นรูปปั้นตัวละครในการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังจากเรื่องอสูรน้อยคิตาโร่ขนาด 7.7 เมตรตั้งอยู่ปากทางเข้าตลาด ซึ่งตลาดปลานี้จะจำหน่ายอาหารทะเลทั้งสดที่ส่งตรงมาจากท่าเรือชะไคมินะโตะของอ่าวมิโฮะ รวมถึงของแห้งคุณภาพดีในท้องถิ่น

ร้านอาหารที่มีชื่อที่สุดแห่งหนึ่งประจำตลาดปลาแห่งนี้ก็คือร้าน yumigahama ซึ่งทางร้านเน้นการนำวัตถุดิบสดๆจากทะเลแถวนี้มาใช้ เมนูเด็ดของทางร้านก็คือปูมัตสึบะต้มและปรุงรสด้วยเครื่องปรุงจากธรรมชาติ นอกจากนั้นทางร้านยังมีขนมญี่ปุ่นมากมายอย่างขนมไดฟุกุทำจากถั่วแดงนำมากวนและบดและออกแบบเป็นรูปตัวละครจากการ์ตูนเรื่องอสูรน้อยคิตาโร่ ซึ่งเป็นการ์ตูนชื่อดังเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น และตัวเอกของพิพิธภัณฑ์มิซุกิชิเงะรุที่อยู่ไม่ไกลนั่นเอง

2. เนินทรายทตโตริ

รู้หรือไม่ว่าประเทศญี่ปุ่นก็มีเนินทรายที่สวยงามไม่แพ้ทะเลทรายจริงๆของประเทศอื่นๆ แต่ด้วยความเป็นญี่ปุ่นจึงเดินทางสะดวกและปลอดภัยกว่าหลายประเทศที่มีจุดขายเป็นทะเลทราย โดยเนินทรายที่ทตโตริเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์แห่งหนึ่งของเมืองและอยู่ห่างจากสถานีทตโตริเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นหากไปโดยรถบัส มีลักษณะเป็นเนินทรายขนาดใหญ่ ที่จุดสูงสุดสูงเกิน 50 เมตรและมีความกว้างกว่า 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ภายในบริเวณอุทยานธรณี ซานอินไคกัง และมีพื้นที่ที่ติดกับทะเลญี่ปุ่น

ทะเลทรายทตโตริจะมีวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนผันไปเรื่อยๆ เนื่องจากกระแสน้ำและลมที่พัดเข้าชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น งทำให้สามารถเดินทางมาถ่ายรูปเนินทรายที่ตัดกับชายหาดอย่างสวยงาม เรียกได้ว่าหากได้มาเยือนละก็จะได้รูปสวยๆ กลับไปเยอะแน่นอน

นอกจากการถ่ายรูปแล้ว เนินทรายแห่งนี้ก็ยังมีกิจกรรมน่าสนุกมากมายสำหรับนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นการขี่อูฐ การนั่งเกวียนที่ลากด้วยม้าเพื่อชมวิวรอบๆ เนินทราย และการเล่นกระดานทราย (คล้ายกับสโนว์บอร์ดแต่เปลี่ยนจากเล่นบนหิมะมาเล่นบนทรายนุ่มๆ แทน) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เนินทรายแห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ

3. สวนดอกไม้ฮานะไคโระ (Tottori Hanakairo Flower Park)

สวนดอกไม้ฮานะไคโระตั้งอยู่ในเมืองโยนาโกะ จังหวัดทตโตริ เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีพื้นที่กว่า 310 ไร่เพราะฉะนั้นรับประกันความอลังการ สวยงามไม่แพ้สวนดอกไม้ที่ไหนแน่นอน โดยสวนดอกไม้แห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดมีทั้งโซนกลลางแจ้งและโซนในร่มที่มีลักษณะเป็นโดม และตึกที่จะจัดแสดงดอกกล้วยไม้และดอกไม้สายพันธ์จากยุโรป โดยดอกไม้ที่เป็นไฮไลท์ของสวนและสามารถเข้าชมได้ทั้งปีก็คือดอกลิลลี่

ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมและช่วงวันคริสมาสต์ ทางสวนดอกไม้ฮานะคาอิโระจะจัดงานแสดงแสงไฟที่มีชื่อว่า Moonlight Flower Garden โดยทางสวนดอกไม้จะเปิดไฟสีสันสวยงามกว่า 1,000,000 ดวงส่องสว่างทั่วสวนดอกไม้ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป ทำให้เกิดวิวที่สวยงามอย่างมาก

แม้ว่าสวนดอกไม้ฮานะไคโระจะมีพื้นที่ค่อนข้างจะกว้างใหญ่ แต่ก็สามารถพาเด็กหรือผู้สูงอายุมาเที่ยวชมได้เนื่องจากมีบริการรถรับส่งรอบบริเวณสวนดอกไม้ ผู้เข้าชมไม่จำเป็นต้องเดินให้เหนื่อยก็สามารถชมดอกไม้สวยๆ ได้ทั่วทั้งบริเวณ นอกจากนี้ด้วยความที่มีโซนจัดแสดงดอกไม้ภายในโดมและตึกต่างๆ จึงสามารถมาชมดอกไม้ได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องกลัวว่าฝนจะตก แดดจะออกหรือหิมะจะตก

ค่าเข้าชมเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี ช่วงที่แพงที่สุดคือเมษายนถึงพฤศจิกายนที่ 1000 เยน

4. พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะทรายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใกล้ๆกับเนินทรายทตโตริที่มีชื่อเสียงโด่งดัง โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานประติมากรรมจากทราย (หรืองานแกะสลักทรายที่ทำให้แข็งด้วยน้ำ) ที่ทำอย่างวิจิตรบรรจงจนออกมาเป็นรูปทรงต่างๆ ที่สวยงามอลังการจนคุณแทบจะคาดไม่ถึง เป็นสถานที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางมายังเมืองทตโตริ

งานศิลปะจากทรายแต่ละงานที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ผ่านการรังสรรค์จากศิลปินแกะสลักงานประติมากรรมทรายที่เดินทางมาจากทั่วโลก และเนื่องจากตัวรูปปั้นที่ทำจากทรายจะมีการเสื่อมสลายและชำรุดได้ง่ายเมื่อเวลาผ่านไป จึงต้องมีการแกะสลักกันใหม่ทุกปี โดยแต่ละปีทางพิพิธภัณฑ์จะคิดคอนเซปต์การจัดแสดงงานศิลปะแตกต่างกันไปโดยเน้นการแสดงจุดเด่นหรือแลนด์มาร์คสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก

ค่าเข้าอยู่ที่ 600 เยน เวลาทำการ 9:00-18:00 น. (20.00น. เฉพาะวันเสาร์)

5. วัดไดเซ็นจิ (Daisenji)

วัดญี่ปุ่นนิกายเท็นได (เทียนไถ) ที่มีชื่อเสียงประจำทตโตริ โดยวัดไดเซ็นจิจะตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไดเซ็น ซึ่งเป็นทั้งที่มาของชื่อวัดและภูเขาที่มีความสูงที่สุดในภูมิภาคชูโกกุ อยู่ห่างจากสถานี Yonago เพียงแค่ 1 ชั่วโมงโดยการเดินทางด้วยรถบัส ด้วยความที่ภายในบริเวณวัดตั้งอยู่บริเวณฐานภูเขา ตัวอาคารต่างๆของวัดจึงกระจายตัวลดหลั่นกันไปตามความชันของภูเขา เกิดเป็นความสวยงามที่แปลกตา

ในสมัยเอโดะวัดแห่งนี้ได้มีการเปิดการซื้อขายวัวและม้าขึ้น หลังจากนั้นจึงได้มีการสร้างรูปหล่อวัวจากเหล็กขึ้นมาจากจูงจมูกวัวโดยมีความชื่อว่าจะช่วยปลอบประโลมดวงวิญญาณของสัตว์ที่ถูกซื้อขายในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าหากลูบหัวรูปหล่อวัวแล้วขอพร คำขอก็จะเป็นจริงตามที่ปรารถนาอีกด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความตื่นเต้น การผจญภัยหรือการปีนเขาก็สามารถมาปีนเขาชมวิวได้ที่ภูเขาไดเซ็นเช่นเดียวกัน โดยยอดเขาที่สูงที่สุดที่อนุญาตให้นักปีนเข้าได้เดินทางขึ้นไปก็คือยอดเขามิเซน ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลกว่า 1,790 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงหากเริ่มต้นการเดินทางที่วัดไดเซ็นจิ โดยในการปีนเขานั้นจะมีหลายเส้นทางให้นักปีนเขาเลือกปีนกัน แต่ละเส้นทางก็จะมีความยากง่ายแตกต่างกันไป

นอกจากนั้น หากคุณเที่ยวชมวัดไดเซ็นจิจนอิ่มใจแล้ว สามารถเดินทางไปที่ศาลเจ้าโอกามิยามะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าในบริเวณเดียวกันที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในเรื่องทางเดินสร้างจากหินธรรมชาติที่มีความยาวที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

การเดินทางไปวัดไดเซ็นจิ หากเริ่มต้นจากสถานี Yonago แล้วต่อรถบัสสายท่องเที่ยวไปจะเหมาะที่สุด