All About Japan

คู่มือสำหรับเที่ยวซัปโปโรครั้งแรก

| Sapporo

สถานที่ท่องเที่ยวในซัปโปโรที่อยากแนะนำ

จุดชมวิวโมะอิวะ (Mt. Moiwa Ropeway)

จุดชมวิวเมืองซัปโปโรที่เรียกได้ว่าสวยติดอันดับ 1ใน3 สุดยอดวิวกลางคืนแบบใหม่ของญี่ปุ่น ขึ้นไปชมวิวบนภูเขาโมอิวะบนหอชมวิวบนยอดเขาความสูง 531 เมตร ซึ่งตอนมาถึงที่นี่แล้วนั้นจะตั้งนั่งรถกระเช้าขึ้นไปข้างบนเพื่อชมวิวบรรยากาศเมือง สามารถมาชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แนะนำให้มาช่วงกลางคืนมากกว่าเพราะจะได้รับบรรยากาศที่แปลกตาจากแสงสีเมืองซัปโปโรที่สวยงามสมอันดับที่ได้รับ นอกจากนี้ระฆังที่จุดชมวิวแห่งนี้คู่รักมักมาขอพรเรื่องความรักกันอีกด้วย

เวลาทำการ : 10:30-22:00น. (กระเช้าคันสุดท้าย 21:30น.)
ค่าเข้าชม : ค่านั่งรถกระเช้าขึ้นไปชมบนจุดชมวิว ผู้ใหญ่1,700เยน/ท่าน เด็ก850เยน/ท่าน
วิธีการเดินทาง : จากสถานีซัปโปโร(Sapporo ในขึ้นสาย Namboku Line มาลงสถานี Susukino พื่อเปลี่ยนมาขึ้นรถรางสาย Sapporo Shiden เพื่อมาลงป้ายChuotoshokan-Mae จากนั้นเดินเท้าต่ออีกประมาณ10นาทีถึง

ย่านบ่อน้ำพุร้อนโจซังเค (Jozankei Onsen)

ย่านน้ำพุร้อนหรือออนเซ็นแช่ตัวของซัปโปโรที่มีธรรมชาติที่สวยงามมากๆ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติชิโกะสึ-โทยะ สามารถเข้ามาผ่อนคลายแช่น้ำพุร้อนในย่านนี้ได้ทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง(ประมาณเดือนกันยายน-กลางตุลาคม)ใบไม้โดยรอบเปลี่ยนสีเป็นสีแดงจะยิ่งเพิ่มความสวยงามให้บรรยากาศรอบบ่อน้ำพุร้อนอย่างมาก ในย่านนี้นอกจากน้ำพุร้อนแล้วยังเต็มไปด้วยที่พักแบบเรียวกังหลากหลายแห่งและวัดอิวาโตะคันนอน(Wato Kannondo)ที่มีรูปปั้นกัปปะวางเรียงรายเต็มไปหมดอีกเช่นกัน

วิธีการเดินทาง : นั่งรถบัสจากป้ายหน้าสถานีซัปโปโร (Sapporo) สาย Sapporo-Jozankeionsen มาลงป้าย Jozankei Jinja-Mae ใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมง

จุดชมวิวฮิซึจิกะโอกะ(Hitsujigaoka Observation Hill)

ที่นี่นั้นแต่เดิมเป็นศูนย์วิจัยแห่งชาติตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลก แรกเริ่มเป็นวิจัยพันธุ์แกะกระทั่งหลังสงครามโลกจึงวิจัยรวมทางด้านการเกษตร ที่นี่มีแลนด์มาร์คสำคัญคือมีรูปปั้นโปรเฟสเซอร์ Clark บุคคลสำคัญในวงการศึกษาญี่ปุ่น หนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยฮอกไกโดโดยรูปปั้นท่านถูกตั้งกลางวิวลานหญ้ากว้างๆพร้อมต้นไม้ใบหญ้าและวิวเมืองซัปโปโรถัดออกไป พร้อมทั้งจัดจำหน่ายอาหารทั้งเนื้อเจงกิสข่านและซอฟครีมนุ่มเป็นอาหารและของว่างประจำที่นี่ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดชม ชิล ชิมที่ไม่ควรพลาด
เวลาทำการ :
9:00~17:00(ต.ค. - เม.ย.)
8:30~18:00(พ.ค. - มิ.ย.)
8:30~19:00(ก.ค. - ส.ค.)
8:30~18:00(ก.ย.เท่านั้น)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 520 เยน/ท่าน เด็กประถม-มัธยม300เยน/ท่าน
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสถานีซัปโปโร สาย Toho Line มาลงที่สถานี Fukuzumi จากนั้นต่อด้วยรถบัสจากป้ายหน้าสถานีมาลงที่จุดชมวิว ใช้เวลาอีกประมาณ10นาที

โรงงานชิโร่ยโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)

โรงงานขนมคุ้กกี้กรอบสอดไส้ของฝากชื่อดังจากซัปโปโร หรือ โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะผู้ผลิตช็อคโกแลตรายใหญ่ของญี่ปุ่นและผู้ผลิตขนม Shiroi Koibito

โรงงานนี้คือสวรรค์ของคนรักขนมและช็อคโกแลตที่เปิดให้เข้าชมในโรงงานรวมถึงเปิดเข้าร่วมกิจกรรมการทำขนมชิโร่ยโคอิบิโตะได้ด้วย แต่ต้องทำการจองเสียก่อนจึงจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ส่วนบรรยากาศของที่นี่นั้นตัวอาคารดูเป็นสไตล์ยุโรปย้อนยุค เหมาะแก่การเป็นจุดถ่ายรูปมากๆ แถมยังซื้อขนมจากที่นี่ไปเป็นของฝากเพื่อนๆและคนที่รักได้ด้วย

เวลาทำการ : ทุกวันเวลา 9:00-18:00น.
ค่าเข้าชม : เข้าชมโรงงาน ผู้ใหญ่ 600เยน/ท่าน อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหากใช้บริการถ่ายรูปจากโรงงานหรือเข้าร่วมกิจกรรมทำขนมชิโร่ยโคอิบิโตะ
วิธีการเดินทาง : จากสถานีโอโดริ (Odori) สาย Tozai Line มาลงที่สถานี Miyanosawa จากนั้นเดินเท้าต่ออีก10นาทีถึงโรงงานชิโร่ยโคอิบิโตะ

ย่านซุซุกิโนะ (Susukino)

ย่านการค้าที่ไม่เคยหลับไหลของซัปโปโร รองรับนักท่องเที่ยวทั้งสายช็อปและกินดื่มตลอดคืน เต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง และร้านกินดื่มรวมถึงสถานบันเทิงต่างๆ ข้อควรระวังคือการท่องเที่ยวย่านธุรกิจกลางคืนแบบนี้ควรระวังมิจฉาชีพให้มาก ทั้งการชักจูงเข้าร้านต่างๆแล้วคิดราคาที่แพงกว่าปกติรวมถึงการชิงทรัพย์หรือการล้วงกระเป๋า

วิธีการเดินทาง : เดินทางขึ้นรถไฟจากสถานีซัปโปโร (Sapporo) สาย Namboku Line มาลงสถานีซุซุกิโนะ (Susukino) ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ของฮอกไกโด (Historical Village of Hokkaido)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของฮอกไกโดที่นำบรรยากาศเดิมในยุคสมัยเมจิ ไทโช และโชวะของญี่ปุ่นมาจำลองเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่โดยรักษาสภาพเมืองแบบดั้งเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด จะนั่งรถเทียมม้าชมบรรยากาศหมู่บ้านก็เก๋ย้อนยุคไปอีกแบบ หากคุณเข้ามาชมในช่วงฤดูกาลใดจะได้รับการต้อนรับหรือจำลองการใช้ชีวิตแบบฤดูกาลนั้น เช่น ฤดูร้อนการเดินทางในหมู่บ้านจะใช้รถเทียมม้า หากเป็นฤดูหนาวการเดินทางในหมู่บ้านจะใช้เป็นเลื่อนสกีเทียมม้าแทน จำลองทุกสิ่งตั้งแต่การใช้ชีวิต ค้าขาย เศรษฐกิจ รวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ ไว้ภายในหมู่บ้านให้ได้ชมและลองสัมผัสกัน

เวลาทำการ :
เดือนพ.ค.-ก.ย. เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00-17:00น.
เดือนต.ค.-มี.ย. เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00-16:00น. มีปิดวันหยุดช่วงสิ้นปี-ปีใหม่
**สามารถเข้าชมถึงแค่ก่อนเวลาทำก่อนเปิดครึ่งชม.เท่านั้น
ค่าเข้าชม :
เดือนเม.ย.-พ.ย. ผู้ใหญ่ 800เยน/ท่าน นักศึกษา600เยน/ท่าน ผู้สูงอายุ65ปีขึ้นไป เด็กเล็ก ผู้พิการ และนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ฮอกไกโดเข้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ (หลังจากเดือนดังกล่าวอาจมีการปรับค่าเข้าชมขึ้น โปรดตรวจสอบค่าเข้าชมจากเว็บไซต์โดยตรงก่อนเดินทาง)
วิธีการเดินทาง :
นั่งรถไฟJR Hokkaido จากสถานีซัปโปโร (Sapporo) สาย Hakodate Line มาลงที่สถานีรถไฟ Oasa ใช้เวลา12นาที จากนั้นเดินมาขึ้นรถบัสที่ป้าย Taimaekiminamiguchi สาย Shin24 ไปลงที่ป้าย Atsubetsuazumashogakkomae ใช้เวลาประมาณ5นาที

ผู้เขียน: Moonlight Yoku
นักเขียนสกิลเป็ดเอกบริหารธุรกิจญี่ปุ่น ที่ตอนเด็กมีความฝันอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นจนกระทั่งปัจจุบันเรียนเอกนี้เต็มตัว
ชอบอาหารญี่ปุ่นมากๆ ฉะนั้นจะสนใจที่กินที่เที่ยวเป็นพิเศษ Hokkaido Lover❤️

  • 1
  • 2
  • 1
  • 2
  • 1
  • 2