All About Japan

รวมที่เที่ยวเช้าไปเย็นกลับจากฟุกุโอกะ

| Fukuoka

ฟุกุโอกะ (Fukuoka) ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของภูมิภาคคิวชู(Kyushu) และถือเป็นเมืองหลักของภูมิภาคนี้ มีสถานีรถไฟฮากาตะ (Hakata Station) เป็นสถานีรถไฟหลักที่มีสถานีมีขนาดใหญ่มากถือเป็นจุดศูนย์กลางที่สำคัญของการเดินทางในฟูกุโอกะและเมืองรอบๆ โดยในหัวข้อนี้ก็จะขอแนะนำที่เที่ยวที่สามารถเดินทางได้แบบเดย์ทริปหรือเช้าไปเย็นกลับให้ได้รู้จักกัน

1. ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu Shrine)

ศาลเจ้าเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ สึกะวาระ มิจิซาเนะ (Sugawara Michizane) นักปราชญ์ผู้เป็นอัจฉริยภาพด้านการเรียนรู้และมีความสามารถหลากหลายตั้งแต่เด็ก (โดยถูกนับถือเป็นเสมือนเทพเจ้าและได้ชื่อว่า เท็นจิน) ทำให้ที่นี่เป็นที่นิยมเดินทางมาขอพรเรื่องการเรียนและสอบสำหรับนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ เช่นการขอพรให้สอบผ่าน หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นจุดชมดอกบ๊วยและใบไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังมากในฟุกุโอกะ

ภายในบริเวณศาลเจ้ายังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น โกะชิงกิว (Goshingyu) รูปปั้นวัวที่เชื่อกันว่าหากได้ลูบที่หัวแล้วจะทำให้มีสติปัญญาดี ทางเดินเข้าสู่ศาลเจ้าก็มีร้านขายของที่ระลึกและร้านน้ำชาตั้งอยู่เรียงรายจำนวนมากให้ได้ช้อปปิ้งกันอย่างเพลิดเพลิน ทั้งโมจิย่างขึ้นชื่อ ขนมที่ทำจากถั่ว รวมถึงเครื่องรางและสิ่งนำโชคทั้งหลาย

เวลาทำการ : 06.00-19.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี ยกเว้นส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีค่าเข้าชม 300 เยน

การเดินทาง : จากสถานี Tenjin ขึ้นรถไฟสาย Nishitetsu ไปลงที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi จากนั้นเปลี่ยนรถที่สถานี Nishitetsu Futsukaichi สาย Dazaifu Line ไปลงที่สถานี Dazaifu แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

หรือขึ้นรถบัสที่สถานีรถบัส Hakata Bus Center ป้ายรถบัสเบอร์ 11 จะมีรถบัสประจำทางระหว่างสถานี Hakata ถึง Dazaifu ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

2. โมจิโกะ เรโทร (Mojiko Retro Town)

ย่านท่าเรือโมะจิโกะ (Mojiko) เมืองท่าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเคยเจริญรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีต ปัจจุบันบรรยากาศของเมืองยังคงมีสถาปัตยกรรมแบบย้อยยุคที่สวยงาม บ่งบอกถึงรสนิยมที่คลาสสิคหลงเหลือให้เห็นอยู่หลายแห่ง และได้มีการปรับภูมิทัศน์เป็น โมจิโกะ เรโทร (Mojiko Retro) ซึ่งถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสไตล์วินเทจ

เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้ได้มีการอนุรักษ์ตึกที่สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมแบบยุโรปเอาไว้มากมายตั้งแต่ยุคเมจิเลย แล้วก็ยังมีสิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกอย่างคือ อาหารอร่อยที่น่าลิ้มลองในย่านนี้ เช่น Yaki Curry ข้าวราดแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่นที่มีท็อปปิ้งให้เลือกหลายอย่างตามความชอบ และนำไปอบจนเกรียมก่อนเสิร์ฟ รวมทั้งเมนูที่ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตกต่างๆ ตลอดจนเมนูอาหารทะเลสดที่มีวัตถุดิบอย่างปลาปักเป้า ปลาหมึกยักษ์ เป็นต้น

เวลาทำการ : 10.00-20.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : จากสถานี Hakata ขึ้นรถไฟสาย JR Sanyo Shinkansen ไปลงที่สถานี Kokura จากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย JR Kagoshima Main Line ไปลงที่สถานี Mojiko แล้วเดินอีก 10 นาที

3. ย่านช้อปปิ้งเทนจิน (Tenjin Shoping Area)

เทนจินคือย่านดาวน์ทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะคิวชู และเป็นย่านช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยศูนย์การค้าทันสมัยกับร้านค้าต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดัง เครื่องใช้ไฟฟ้า หนังสือ เครื่องสำอาง ตลอดจนร้านอาหารที่มีให้เลือกอย่างจุใจ เรียกว่าเป็นย่านที่เดินทั้งวันก็ยังไม่ทั่ว เป็นย่านช้อปปิ้งหลักของคนที่จะไปเที่ยวแค่ในเกาะคิวชู

บริเวณใกล้ๆกันก็มีสวนสาธารณะหลายแห่งที่สามารถเข้าไปนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจได้หรือจะเดินเล่นตามถนนคนเดินที่มีร้านรวงตั้งอยู่มากมาย รวมทั้งห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่างห้างคาแนลซิตี้ (Canal City) หรือถ้าสนใจอาหารแบบร้านข้างทางสไตล์ญี่ปุ่นก็มีแหล่งรวมร้าน street food ริมทางที่เรียกว่ายาไต (Yatai) ที่อยู่ไม่ไกล ให้เดินไปลองรับประทานและสัมผัสบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของย่านนี้ได้

เวลาทำการ : 10.00- 20.00 น. (ร้านอาหารปิด 21.00 น.)

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : จากสถานี Hakata ขึ้นรถไฟสาย Fukuoka City Subway Airport Line ไปลงที่สถานี Tenjin แล้วออกทางออก Central

4. วัดเนียวอิรินจิ (Nyoirinji Temple)

หรือวัดคาเอรุเดระ (Kaeru-dera Temple) ตั้งอยู่ในเมืองโอโกริ (Ogori City) ตอนกลางของฟุกุโอกะ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีจุดเด่นคือ รูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมที่มีลักษณะแปลกตาเพียงองค์เดียวในญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะ วัดกบ (Frog Temple) หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คาเอรุเดระ เนื่องจากภายในวัดมีรูปปั้นกบขนาดเล็กใหญ่ตั้งอยู่กว่า 5,000 ตัว

นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของเครื่องรางนำโชคเกี่ยวกับการเงินที่เชื่อว่าจะช่วยนำเงินกลับเข้ามาหาตัวเองด้วย ถ้าใครที่ชอบความน่ารักของกบ ก็จะได้พบกับรูปปั้นกบทั่วทั้งบริเวณวัด ซึ่งคำว่าคาเอรุ ที่แปลว่า กบ ยังเป็นคำพ้องเสียงกับคำภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า “กลับ” ชื่อของวัดจึงมีความหมายแฝงว่าขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม : ฟรี

การเดินทาง : เริ่มที่ Tenjin (หรือถ้าเริ่มจากสถานี Hakata ให้ขึ้นรถไฟสาย Fukuoka City Subway Airport Line ไปลงที่สถานี Tenjin) จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Nishitetsu Tenjin Omuta Line ไปลงที่สถานี Mikunigaoka แล้วเดินอีก 15 นาที

5. เมืองยานางาวะ (Yanagawa-Shi)

เมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองฟูกุโอกะ ซึ่งกิจกรรมอันโดดเด่นของที่นี่คือการล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งคลองรอบเมือง โดยมีเรือหลายประเภทตามฤดูกาลอันเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ เช่นเรือดงโคะบุเนะ (Donkobune) เป็นเรือพายด้วยไม้พายยาว ที่จะพาชมวิวบ้านเรือน บรรยากาศตึกเก่า ปราสาทเก่า และทัศนียภาพอันงดงามของแนวต้นยานางิ (ต้นหลิว)

ส่วนในฤดูหนาวจะมีเรือที่ชื่อว่า โคทัตสึบุเนะ (Kotatsu-bune) เป็นเรือประเภทที่มีเตาผิงอยู่บนเรือคอยให้ความอบอุ่น พาล่องเรือชมทิวทัศน์ของเมืองที่มีหิมะสีขาวโปรยปราย และระหว่างที่นั่งอยู่ภายในเรือก็สามารถนำอาหารหรือเครื่องดื่มไปทานได้อย่างเพลิดเพลินด้วย

เวลาทำการ : 09.00-17.00 น.

ค่าเข้าชม : มีค่าบริการล่องเรือ ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยม 1,500 เยน, เด็กประถม 800 เยน และมีแบบเช่าเหมาลำไม่เกิน 6 คน ราคาขึ้นอยู่กับประเภทของเรือและเวลาในการล่องเรือ

การเดินทาง : จากสถานี Hakata ขึ้นรถไฟสาย Fukuoka City Subway Airport Line ไปลงที่สถานี Tenjin จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสาย Nishitetsu Tenjin Omuta Line ไปลงที่สถานี Nishitetsu-Yanagawa ใช้เวลา 50 นาที แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)