All About Japan

รวมกิจกรรมฤดูใบไม้ผลิสำหรับทั้งครอบครัว

|

แนะนำกิจกรรมในญี่ปุ่นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สนุกได้ทั้งครอบครัว ทั้งกิจกรรมที่ต้องออกกำลังเล็กน้อย เที่ยวเล่นสนุกสนาน ไปจนถึงกิจกรรมชิลๆ แบบที่ได้พักผ่อนเต็มที่กับครอบครัว เราเลือกกิจกรรมน่าสนใจมา 5 อย่างที่คิดว่าเห็นแล้วต้องมีความกระตือรือร้นจะไปขึ้นมาบ้างล่ะน่า

Family Trip

1 บาร์บีคิวริมชายหาด

บาร์บีคิวเป็นกิจกรรมอิ่มอร่อยที่ไม่ยุ่งยาก สามารถสังสรรค์กันได้สนุกสนานทั้งครอบครัว อันที่จริงหากบ้านใครพอจะมีพื้นที่ใช้สอย หรือมีสวนก็ทำบาร์บีคิวรับประทานกันได้ที่บ้านเลยสะดวกดี

แต่ถ้าครอบครัวไหนยังไม่เคยร่วมกันจัดบาร์บีคิว และไม่มีอุปกรณ์พวกตะแกรงปิ้ง เครื่องไม้เครื่องมือ ลองไปเช่าสถานที่กันดูไหม เพราะเดี๋ยวนี้มีหลายที่สำหรับจัดบาร์บีคิวให้แบบเบ็ดเสร็จ แต่ไหนๆ ก็เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว อากาศก็อบอุ่นสบาย เราจึงอยากแนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศไปปิ้งย่างกันริมทะเลในญี่ปุ่นกันดูบ้าง รับรองสนุกและได้เติมพลังชีวิตแบบดับเบิ้ลกันไปเลย

ตัวอย่างที่อยากแนะนำก็อย่างเช่น Futamiura Seaside Barbecue เป็นร้านที่มีพื้นที่สนามเปิดโล่งริมทะเลไว้สำหรับบริการจัดบาร์บีคิว อยู่ริมชายฝั่งทะเล Futamiura เมืองอิเสะ (Ise) จังหวัดมิเอะ โดยแน่นอนว่าเราสามารถไปแบบมือเปล่าได้เลยไม่ต้องแบกอุปกรณ์ไป เพราะที่นี่มีทุกอย่างเตรียมพร้อม จะมีอะไรสุขไปกว่าการได้ปิ้งย่างบาร์บีคิวรับประทานกับครอบครัวภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้า มองไปเห็นวิวทะเลสีคราม ลมพัดเย็นสบายแบบนี้อีกล่ะ อาหารทะเลก็สด และมีวัตถุดิบตามฤดูกาลอีกด้วย สำหรับราคาแพ็กเกจจัดบาร์บีคิวก็ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ไป ถ้าครอบครัวเล็กไม่เกิน 5 คนก็อยู่ที่ 3500 เยน ถ้าครอบครัวใหญ่เกิน 11 คนก็คิดราคาต่อหัว ตกหัวละ 500 เยน เป็นต้น (ไม่รวมค่าอาหาร)

เป็นอย่างไรบ้าง น่าสนใจใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นอย่ามัวรอช้า รีบชวนสมาชิกในครอบครัวไปทำบาร์บีคิวกันดีกว่า ถ้าจะเดินทางไปที่นี่ก็ขึ้นรถไฟในจังหวัดมิเอะสาย Sangu มาลงสถานี Futaminoura แล้วเดินไปทางโรงแรม Asahikan ประมาณ 200 เมตรก็ถึง

2 แคมป์ปิ้ง แกลมปิ้ง

การไปตั้งแคมป์กันเป็นครอบครัวในสถานที่ธรรมชาติเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ก็เป็นอีกทางเลือกของกิจกรรมยามฤดูใบไม้ผลิ การได้ช่วยกันกางเต็นท์ ก่อกองไฟ เตรียมอุปกรณ์หุงต้ม ก็เป็นการออกกำลังที่สนุกและสร้างความสามัคคีกันในครอบครัวด้วย แต่ถ้าใครคิดว่าเหนื่อยกับการทำสิ่งเหล่านี้ อย่าเพิ่งถอดใจกับการตั้งแคมป์ เพราะเดี๋ยวนี้เขามีเทรนด์แบบใหม่ที่ผสมผสานความสะดวกสบายใส่เข้าไปในการแคมป์ปิ้ง เรียกว่าแกลมปิ้ง (Glamping) เป็นการนำคำว่า glamorous กับ camping มาผสมกัน กลายเป็น glamorous camping หรือการตั้งแคมป์ที่ดูดีมีเสน่ห์สวยงาม เราไม่จำเป็นต้องบุกเข้าป่าเพื่อหาที่กางเต็นท์ก็ได้ เพราะมีรีสอร์ทที่เปิดพื้นที่รองรับสำหรับการแคมป์ปิ้งแบบเอาท์ดอร์โดยเฉพาะ และในญี่ปุ่นก็มีกันหลายแห่งเลย

เราจึงมานำเสนอที่สำหรับการแกลมปิ้งกันสักแห่ง อย่างเช่น The Farm ในจังหวัดจิบะ ที่มีพื้นที่ธรรมชาติสวยงามและไม่ไกลจากโตเกียวมาก ที่นี่เขาว่าเป็นจุดแกลมปิ้งที่ดีที่สุดในเขตภาคพื้นคันโต (Kanto) เลยเชียวล่ะ เหมาะมากที่ครอบครัวจะมาพักผ่อนแบบชิลๆ ในวันหยุด The Farm มีทั้งจุดให้กงเต็นท์และบ้านพักแบบปกติ ครอบครัวไหนที่ไม่มีเต็นท์ ทางนี้ก็มีเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ นอกจากนี้ยังมีบริการออนเซ็นธรรมชาติให้ลงไปแช่ และคาเฟ่ที่บริการอาหารและเครื่องดื่มที่ทำมาจากผลิตผลในท้องถิ่น อัตราการใช้บริการแกลมปิ้งอยู่ที่ 7,980 - 37,000 เยน เหมือนจะแพงแต่เทียบกับค่าโรงแรมหรูทั่วไปและประสบการณ์ที่ได้แล้ว ก็น่าพิจารณาเป็ฯตัวเลือก

- www.thefarm.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

3 เล่นน้ำ แช่ออนเซ็น

การได้ลงไปเล่นน้ำสนุกสนานกับครอบครัว เบื่อก็เปลี่ยนไปเล่นเครื่องเล่นอย่างอื่นบ้าง ชมการแสดงบ้าง แล้วตบท้ายด้วยการแช่ออนเซ็นด้วยกัน โปรแกรมเที่ยวฤดูใบไม้ผลิฉบับครอบครัวแบบนี้ก็ลงตัวไม่เลวเลย เรามีอยู่แห่งหนึ่งที่อยากแนะนำ มาที่นี่ที่เดียวได้ทำครบทุกโปรแกรมที่กล่าวมา ที่สปารีสอร์ทฮาวาย (Spa Resort Hawaiians) สถานบันเทิงที่หลากหลายนี้จะช่วยเติมเต็มวันของครอบครัวได้เป็นอย่างดี สปารีสอร์ทฮาวายมีทั้งสวนน้ำ ออนเซ็น สนามเด็กเล่น เวทีแสดงโชว์ และอีกมากมายที่จัดในธีมฮาวาย อยู่ที่เมืองอิวากิ (Iwaki) จังหวัดฟุกุชิมะ (Fukushima)

ที่นี่แบ่งเป็นหลายโซน เช่นโซนสวนน้ำ มีสระว่ายน้ำในร่ม สไลเดอร์ให้เล่น โซนสปาการ์เด้นกลางเเจ้ง มีสระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น และอ่างจากุซซี่ โซนสปริงพาร์คก็เป็นเเหล่งออนเซ็นที่ผุดขึ้นมาจากยุโมโตะ ออนเซ็น (Yumoto Onsen) สามารถลงไปแช่น้ำในสระว่ายน้ำอุ่นในร่มได้ทั้งชุดว่ายน้ำ นอกจากนี้ยังมีออนเซ็นกลางแจ้งเอโดะ โจวะ โยอิจิ (Edo-Jowa Yoichi) ที่ตกแต่งเป็นธีมสมัยเอโดะอีกด้วย

หลังจากเพลินกับสวนน้ำแล้วอยากทำกิจกรรมอื่น ที่นี่ก็มีศูนย์รวมความบันเทิงที่มีเกม เซ็นเตอร์ ร้านขายเสื้อผ้าและของที่ระลึก ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ให้บริการ อีกทั้งมีการแสดงระบำฮาวาย และขบวนการ 5 สีให้ชมกันสนุกอีกด้วย เรียกได้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกของที่สปารีสอร์ทฮาวายนี้เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนเป็นครอบครัวมาก การมาก็ไม่ยากเพราะทางรีสอร์ทมีรถรับส่งจากสถานี Yumoto ให้ด้วย

4 นั่งรถไฟเที่ยว

การนั่งรถไฟเที่ยวก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายๆ ครอบครัวทำกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะจะได้นั่งชมทิวทัศน์ดอกไม้สวยๆ ตลอดสองข้างทางที่รถไฟแล่นผ่านขณะที่คุยเล่นกันไปด้วย หยิบข้าวกล่องขึ้นมาชิมกันไปด้วยก็ได้ ซึ่งช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างนี้เราก็รู้ๆกันว่าดอกซากุระและดอกนาโนะฮานะกำลังบานสวย สายของรถไฟที่นิยมนั่งไปชมวิวกันก็มีอยู่หลายสาย

ซึ่งครั้งนี้ก็จะขอยกรถไฟอิซุมิ Isumi Railway มาแนะนำ เพราะรถไฟอิซุมิของจังหวัดจิบะนี้เขาก็ดังมานานแล้วด้วย อิซุมิเรลเวย์เป็นเส้นทางรถไฟท่องเที่ยวในท้องถิ่น ตัวขบวนรถไฟเป็นแบบโบราณซึ่งปัจจุบันนี้หาไม่ค่อยเจอแล้ว ประกอบด้วยเส้นทางวิ่ง 2 สายคือ สายที่มุ่งไปทางภูเขา สุดระยะที่สถานี Kazusa-Nakano และอีกสายมุ่งหน้าไปทะเล สุดระยะที่สถานี Ohara ตัวรถไฟมี 2 แบบคือขบวนสีครีมแดงกับขบวนสีเหลืองที่ตอนหลังมีการเพิ่มลายคาแรกเตอร์การ์ตูนมูมินเข้าไปด้วย

ครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาเที่ยวรถไฟอิซุมิให้คุ้มโดยตั้งใจว่าจะแวะตามสถานีต่างๆ เพื่อถ่ายรูป เก็บบรรยากาศให้เต็มที่ก็สามารถซื้อเป็น Isumi Railway 1-Day Free Ticket ตั๋วรถไฟแบบที่ใช้บริการได้ไม่จำกัดเที่ยวใน 1 วัน ผู้ใหญ่ราคา 1000 เยน และเด็กราคา 500 เยน ทีนี้ก็สามารถขึ้น-ลงรถไฟได้ไม่จำกัด รถไฟอิซุมิจะจอดตามสถานีต่างๆ ทั้งหมด 14 สถานี ตั๋วก็ซื้อได้อย่างสะดวกที่เจ้าหน้าที่รถไฟของขบวนนั้นๆ เลย

5 ปิกนิกชมซากุระในสวน

กิจกรรมสุดคลาสสิกของฤดูใบไม้ผลิที่จะไม่มีไม่ได้นั่นก็คือ การไปนั่งปิกนิกชมดอกซากุระกันทั้งครอบครัว อย่างที่เราทราบกันดีว่าฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่ง และเป็นช่วงเวลาที่คนญี่ปุ่นต่างตั้งหน้าตั้งตารอเทศกาลชมซากุระนี้ แน่นอนว่าครอบครัวทั้งหลายก็รอคอยให้ถึงช่วงนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะการไปปิกนิกดูดอกซากุระก็เหมือนได้มีโอกาสรวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัว พวกเขาก็ย่อมไม่อยากพลาดกันแน่ๆ ล่ะ ทีนี้ก็มาถึงเรื่องสถานที่ไปปิกนิกซึ่งมีอยู่หลายจุดจนทำให้เลือกไม่ถูก ส่วนใหญ่คนก็นิยมไปตามสวนสาธารณะต่างๆ ตามความสะดวก เราขอยกตัวอย่างมา 1 สวน เช่นสวนสาธารณะแห่งชาติชินจูกุเงียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden) เป็นสวนสาธารณะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมซากุระใหญ่ที่สุดในโตเกียว เดินทางไม่ยากเพียงนั่งรถไฟมาลงสถานี JR Shinjuku ทางออก New South Exit แล้วเดินต่อไปอีกประมาณแค่ 10 นาทีก็ถึง ในสวนมีต้นซากุระ 1500 ต้นที่พร้อมสำหรับการออกดอกบานสะพรั่งให้ได้ชมกัน มีเสียค่าเข้า 200 เยน

หวังว่ากิจกรรมฤดูใบไม้ผลิสำหรับครอบครัวที่เราเอามาแนะนำในครั้งนี้จะถูกอกถูกใจเพื่อนๆ กันบ้างไม่มากก็น้อย แล้วไว้มีอะไรดีๆ จะเอามาแนะนำกันอีก

ผู้เขียน: hikawasa
นักแปลภาษาญี่ปุ่น-ไทย-อังกฤษ/นักเขียน (มือใหม่)
รักการ์ตูนเรื่องคุโรโกะ โนะ บาสเก็ตมากทุกรูปแบบทั้งอนิเมะ มังงะ เกม กู๊ดส์
คางามิ ไทกะคือเมนเรา ไอ เลิฟ ยูว