All About Japan

ตัวอย่างคอร์สเที่ยว1 วันในโอซาก้า

| Osaka

รวมที่เที่ยวในโอซาก้าโดยรวมเป็นแปลนเที่ยวแบบ 1 วัน
เมื่อพูดถึงโอซาก้า หลายๆท่านคงจะตอบได้ทันทีว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น แต่ถ้าถามว่าแล้วเมืองนี้มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง หรือ ถ้าต้องเที่ยวเมืองนี้ 1 วันจะไปที่ไหนได้บ้าง ก็จะเริ่มเป็นคำถามที่ยากแล้วละคะ เพราะเยอะเหลือเกิน เราเลยไปเป็นตัวอย่างมาให้ดูค่ะ

Osaka Amazing Pass คืออะไร?

บัตร Osaka Amazing Pass ใบนี้นั้น อธิบายสั้นๆมันก็คือบัตรที่รวมเอา “บัตรเหมารถไฟใต้ดินแบบทั้งวัน” + “บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 30แห่ง” + “บัตรส่วนลดและแถมของสมนาคุณจากร้านต่างๆ” ทั่วเมืองโอซาก้าเอาไว้ในใบเดียวกันค่ะ เหมาะกับทริปนี้สุดๆค่ะ

อ่านบทความเต็ม: allabout-japan.com (ภาษาไทย)

ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่า 1 วันในโอซาก้าผู้เขียนไปไหนบ้าง

ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่าค่ะ ว่า 1 วันในโอซาก้าผู้เขียนไปไหนบ้าง

ผู้เขียนพักแถวๆสถานีใต้ดิน Dobutsuenmae ค่ะ โรงแรมอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 5นาที กำลังเดินสบายๆ

ออกจากที่พักแต่เช้าตรู่ แล้วเดินไปรถไฟใต้ดิน แวะตุนน้ำจากตู้กดน้ำของโอซาก้าเสียหน่อย จุดหมายแรกของเราวันนี้ก็คือ วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple) ซึ่งเปิดตั้งแต่ 8โมงค่ะ
วิธีเดินทาง - นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Midosuji ไปสถานี Tennoji ห่างกัน 1 สถานีค่ะ จริงๆแล้วจะเดินจากที่นี่ไปก็ได้ค่ะ แต่มันเป็นทางขึ้นเนิน และไม่ได้เสียค่ารถเพิ่มอยู่แล้ว เลยตัดสินใจเปลี่ยนสายเป็น Tanimachi ไปที่สถานี Shiten-Nojimaeyuhigaoka แล้วเดินต่อค่ะ

Shitennoji

Shitennoji

เมื่อลงจากรถแล้วเดินต่อตามแผ่นที่ใน Google map อีกเล็กน้อยก็จะเห็น เจดีย์สูงๆ สไตล์ Pagoda สัญลักษณ์ของวัด Shitennoji เขาละค่ะ เดินอีกหน่อยก็จะถึงทางเข้าซึ่งตัววัดมีค่าเข้าอยู่ที่ 300 เยนค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าคุณผู้อ่านมี Osaka Amazing Pass เข้าฟรีค่ะ!

ตั๋วฟรี

ตั๋วฟรี

เอาบัตรของเราไปยื่นให้เขาดูได้เลย เขาจะแสกนบาร์โค้ดบนบัตรแล้วจะได้ตั๋วมาฟรีๆ แบบนี้

ภายในก็สงบสมกับเป็นศาสนสถานค่ะ ได้กลิ่นควันธูปลอยอวลๆมาจากกระถางธูป ชิเทนโนจิเป็นวัดพุทธที่ว่ากันว่าเก่าแก่เป็นอันดับต้นๆของญี่ปุ่น ตัววัดถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 593 โดยเจ้าชายโชโตคุไทชิ ซึ่งเป็นผู้ที่มีศรัทธาในศาสนาพุทธมากในยุคนั้น นับอายุแล้วก็กว่า 1400 ปีค่ะ

ด้านในจะมีพระอุโบสถที่เราเข้าไปเยี่ยมชมได้ค่ะ ด้านในจะมีพระพุทธรูปพร้อมรูปปั้นของพระอัครสาวก รวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติต่างๆที่วาดเอาไว้อย่างสวยงามมาก(น่าเสียดายค่ะ ที่นี่ห้ามถ่ายรูปภายใน จึงไม่ได้เก็บภาพมาให้ชมดูกัน)

พระที่นี่รับสวดส่งวิญญาณให้กับผู้ล่วงลับด้วย เราสามารถที่จะขอให้เขาสวดได้ โดยต้องไปเขียนชื่อผู้ล่วงลับลงในกระดาษที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ แล้วจ่ายเงินทำบุญเล็กน้อยค่ะ จากนั้นท่านก็จะไปสวดให้ที่หน้าพระพุทธรูปเลย

เจดีย์ปีนขึ้นได้

เจดีย์ปีนขึ้นได้

อีกฝั่งที่เป็นเจดีย์สามารถปีนขึ้นไปด้านบนได้ค่ะ เป็นเจดีย์ไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่เปิดให้ปีนขึ้นไปได้ แต่ด้านบนไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษในความเห็นของผู้เขียนค่ะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง

หลังกลับลงมาจากข้างบนเราก็เดินกลับไปขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อไปยังจุดหมายต่อไป พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Kaiyukan) ค่ะ
วิธีเดินทาง - เดินลงเนินไปสถานี Tennoji สาย Tanimachi ไปสถานี Tanimachiyonchome แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Chuo ไปสถานี Osakako

เอาละมาถึงสถานีปลายทางแล้ว เราก็จะเห็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอยู่ข้างหน้า แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ! แถวนี้มีชิงช้าสวรรค์ Tempozan Ferris Wheel ด้วย! ขึ้นไปแล้วเห็นวิวของ Osaka Bay กันแบบรอบทิศ มองเห็นปราสาทฮอกวอตของ USJ ด้วย และที่สำคัญ

เข้าฟรี

เข้าฟรี

Osaka Amazing Pass [เข้าฟรี] อีกแล้วค่ะ! จะรอช้าอยู่ไย ค่าขึ้นราคาเต็มตั้ง 800 เยนเชียว ของฟรีอยู่ตรงหน้าแบบนี้ก็ต้องขึ้นสิคะ!

แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ วิวข้างบนสวยจริงๆ นอกจากชิงช้าสวรรค์อันนี้แล้ว Osaka Amazing Pass ยังให้ขึ้นฟรีได้อีก 2-3 ชิงช้าสวรรค์ในเขตโอซาก้าค่ะ แต่สำหรับทริปนี้ผู้เขียนเน้นเอาสะดวกและใกล้ที่เที่ยวที่ตนเองสนใจด้วย จึงไม่ได้ไปตามเก็บที่เหลือ ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสใช้บัตรนี้อีกก็อาจจะมาเก็บตกกันอีกทีค่ะ

ลงจากชิงช้าสวรรค์อย่างอ้อยอิ่ง คราวนี้เราก็ได้เดินไปเป้าหมายหลักของเราเสียที พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคังค่ะ

ถึงแม้จะถือ Osaka Amazing Pass … ก็ไม่ได้เข้าฟรีนะคะ สำหรับที่นี่(ฮา) แต่จริงๆแล้วมี ไคยูคังพาส ที่เหมารถไฟใต้ดิน + บัตรเข้าที่นี่อยู่เหมือนกัน ในราคา 2,200 เยนค่ะ แต่ถึงแม้จะไม่ฟรี บัตร Osaka Amazing Pass ก็ยังใช้เป็นส่วนลดได้ถึง 200 เยน(?) อยู่ดีค่ะ

ราคาตั๋ว 2,400 เยน หักส่วนลดแล้วเหลือ 2,200 เยน ได้บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์หน้าตาแบบนี้

แล้วก็เข้าไปดูข้างในกันค่ะ!

ขาขึ้นจะเป็นบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปโซนด้านบนของพิพิธภัณฑ์ แล้วเราจะค่อยๆถูกชักพาให้เดินลงมาเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัวเองค่ะ

เจอหน้าปลาทะเลในตู้ใหญ่ของที่นี่ก่อน

ไปยังโซนสัตว์น้ำจืด สังเกตว่าเขาจะเรียงไปเรื่อยๆค่ะ คล้ายจะทำเป็นภาพจำลองการไหลของแม่น้ำไปสู่ทะเล และเชื่อมโยงว่าสัตว์น้ำเหล่านี้นั่นอาศัยอยู่ในทุกๆส่วนของโลก

สัตว์ทะเลน้ำตื้น เพนกวิ้น แมวน้ำ สิงโตทะเล และตัวอื่นๆอีกมากมายค่ะ

จากนั้นพิพิธภัณฑ์ก็จะพาเราดำดิ่งสู่โลกของสัตว์ทะเลน้ำลึก แทงค์น้ำที่เต็มไปด้วยปลากระเบนและฉลามคือไฮไลท์ของที่นี่ค่ะ

คุณกระเบนยิ้มให้ด้วยแน่ะ! มีทั้งตัวที่ว่ายไปมาแล้วก็ตัวที่หลับอยู่ค่ะ

แวะชมปลาแสงอาทิตย์สักหน่อย เจ้าตัวนี้เป็นหนึ่งในปลาที่ยังคงโครงสร้างของมันมาตั้งแต่โบราณค่ะ ตัวใหญ่ๆแบบนั้นนี่กระดูกทั้งนั้นเลยค่ะ แทบไม่มีเนื้อเลย

ปูตัวโตๆ

งูทะเลตัวจิ๋วก็มี

แล้วก็เข้าสู่ส่วนของ กาแลกซี่แมงกะพรุน ที่นี่มืดมากค่ะ เพื่อที่จะฉายไฟให้เห็นตัวของแมงกะพรุนชนิดต่างๆได้อย่างสวยงาม จึงทำเลียนแบบบรรยากาศของกาแลกซี่อันมืดมิดค่ะ

จากนั้นจะเป็นโซนที่มีไว้ให้ดูน้องเพนกวิ้นอย่างใกล้ชิด ไม่มีกระจกมากั้น (ห้ามจับนะคะ น้องเขาจิกจริงๆนะ ^ ^; )

จากนั้นก็เป็นโซนที่จะให้เราได้ลูบหลัง ปลาฉลามและปลากระเบนกันจริงๆค่ะ!

กระเบนให้ความรู้สึกลื่นๆหยุ่นๆค่ะ ส่วนฉลามนั้น มีสัมผัสที่สากกว่าที่คิด…

โดยที่จะต้องล้างมือก่อน [ห้ามใช้สบู่] นะคะ ฉลามกับกระเบนอาจจะป่วยได้เลย เพราะพวกเขาไม่ชินและบอบบางต่อสบู่ซึ่งเป็นด่างค่ะ

จากนั้นก็จะเป็นโซนซื้อของที่ระลึก ชอบตัวไหนอยากได้อะไรก็ซื้อกันได้เลยค่ะ เงินที่จ่ายจะนำไปบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์ และเป็นค่าอาหารน้องปลากันอีกทีค่ะ

สิริรวมเวลาเข้าชมที่นี่ทั้งหมดจะประมาณ 2ชั่วโมงค่ะ ถ้าเดินสบายๆตามคอร์สที่ให้ไว้ ส่วนใครยังดูไม่อิ่มจะวนซ้ำอีกรอบก็ได้ค่ะ

เดินออกมาที่ท่าเรือเหมือนเดิม อันที่จริงตรงนี้มีเรือที่ขึ้นฟรีด้วยบัตร Osaka Amazing Pass อยู่ 2ลำ คือ Captain Aqua ที่จะพาเราข้ามไปฝั่ง USJ กับ Santa Maria ที่จะพาเราชมรอบๆอ่าว Osaka Bay ค่ะ

ผู้เขียนสนใจเรือ Santa Maria มากเพราะสร้างเลียนแบบเรือที่โคลัมบัสใข้สำรวจอเมริกาด้วย แต่วันที่ไปนั้น เรือหยุดให้บริการพอดีค่ะ จึงไม่ได้ขึ้น สำหรับท่านที่มีเวลาอาจจะเลือกไปทางนี้ได้เช่นกันค่ะ ใช้เวลาพักผ่อนบนเรือชั่วโมงเศษๆก็เป็นอะไรที่ผ่อนคลายดีค่ะ

แต่! นอกจากเรือสองลำนี้แล้ว ยังมีเรือลำอื่นที่ขึ้นฟรีอีก! อย่ากระนั้นเลย วันนี้ผู้เขียนจะต้องขึ้นสักลำให้ได้(ฮา) เราไปที่จุดหมายต่อไปของวันนี้กันดีกว่าค่ะ

แน่นอนว่ามาถึงโอซาก้าแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรในครั้งแรก ก็ต้องมาชมปราสาทโอซาก้ากันสักหน่อย และเป็นอีกครั้งที่ Osaka Amazing Pass [เข้าฟรี] ค่ะ ฟรีค่าเข้าปราสาท 800 เยนไม่พอ ยังฟรีไปถึงค่าล่องเรือในคูน้ำรอบปราสาทด้วย! นี่ละค่ะ เรือที่เราจะขึ้นกันวันนี้

วิธีการเดินทางจาก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง ขึ้นรถไฟใต้ดิน จาก Osakako (มีรถไฟอยู่สายเดียว) ไปสถานี Morinomiya

หลังลงจากรถไฟใต้ดินแล้วอาจจะต้องเดินกันไกลสักหน่อยนะคะ แนะนำว่าให้พยายามคลำตามป้ายบอกทางไปค่ะ ไม่ช้าก็จะเห็นตัวปราสาท แต่ก่อนที่จะเข้าไป ให้เราเดินลงไปที่คูน้ำรอบปราสาทก่อนค่ะ ไปจองตั๋วขึ้นเรือไว้ก่อน เพราะถึงแม้ว่าค่าขึ้นจะฟรี แต่ที่นั่งมีจำนวนจำกัดค่ะ มาไม่ทันซุ้มขายตั๋วปิดหนีเลยด้วย ขนาดผู้เขียนไปประมาณบ่ายสาม ยังได้ตั๋วเรือเที่ยวสี่โมงแน่ะค่ะ (เรือออกรอบสุดท้าย 4โมงครึ่ง)

ระหว่างนั้นก็ขึ้นไปชมปราสาทกันก่อนค่ะ แสกนบัตรผ่านฟรีๆขึ้นไปข้างบนเลย (หมายเหตุ หากท่านผู้อ่านอยากจะใช้เวลาตรงนี้เยอะกว่านี้ อาจรสลับเอาปราสาทมาไว้ตอนเช้า แล้วไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำตอนเย็นแทนก็ได้เช่นกันค่ะ)

ชมวิวด้านบนปราสาท ภายในจะมีนิทรรศการจัดแสดงค่ะ เล่าถึงประวัติความเป็นมา และปราสาทเก่าที่เคยถูกเผาไป

แล้วก็กลับลงมาล่องเรือค่ะ บนเรือจะมีไกด์ด้วย เขาก็จะบรรยายและชี้ให้ดูฐานของปราสาทที่ยังหลงเหลืออยู่ ในฤดูใบไม้ผลิก้จะมีซากุระให้ยม รวมทั้งจากในเรือยังสามารถถ่ายรูปปราสาทโอซาก้าในวิวที่พิเศษๆได้อีกด้วยค่ะ

ทั้งหมดนี้คือหนึ่งวันง่ายๆสำหรับคนที่สนใจจะเที่ยวในโอซาก้าแต่ไม่ชอบช้อปปิ้งค่ะ แต่ก่อนจะจากกันไป หลังอาหารเย็นในร้านสไตล์เทปันยากิที่เราสุ่มๆเดินเข้ากันไป เราจะไปแช่ออนเซนกันก่อนค่ะ แน่นอนว่าเพราะ Osaka Amazing Pass [เข้าฟรี] อีกเช่นเคย(ฮา)

ชื่อออนเซ็นคือ Tennen Onsen Naniwa-no-yu
วิธีเดินทาง จากสถานี Morinomiya ขึ้นสาย Chuo ไปเปลี่ยนเป็นสาย Sakaisuji ที่สถานี Sakaisuji Hommachi ไปลงที่สถานี Tenjimbashisujirokuchome แล้วเดินต่ออีกระยะหนึ่่งจะถึงที่หมายค่ะ

ด้านในมีต่างชาติเยอะทีเดียวค่ะ อาจจะเพราะเปิดให้ใช้บัตรเข้าฟรีได้ แต่ถ้าพูดถึงว่าอยากจะมาแช่น้ำให้ตัวอุ่นๆอย่างเดียวก็ถือว่าไม่เลวเลยค่ะ มีบ่อให้เลือกแช่ได้พอสมควร

แล้วพบกันใหม่บนความหน้าค่ะ

ผู้เขียน: โพลก้าเนโกะ
นักเรียนต่างชาติที่ชอบการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นคนหนึ่ง ชื่นชอบอาหารรสชาติดี และการตามรอยสถานที่ในอนิเมชั่น