All About Japan

แนะนำ 7 ที่เที่ยวฟรีในนาโกย่า

| Nagoya
แนะนำ 7 ที่เที่ยวฟรีในนาโกย่า

พูดถึงนาโกย่าหลายคนอาจนึกถึงเมืองใหญ่ที่มีอะไรๆให้ช้อปและชิมมากมาย ถ้าจะเก็บเงินไว้ช้อปละก็ มาทำความรู้จักกับที่เที่ยวฟรีไม่มีค่าเข้าเอาไว้ดีกว่า

นาโกย่า (Nagoya) เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ภูมิภาคชูบุ (Chubu) มีชื่อเสียงโดดเด่นในเรื่องความเป็นเมืองจุดศูนย์กลางความเจริญทางอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งที่ทันสมัยควบคู่ไปกับ ความเป็นเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและน่าสนใจมากมาย นาโกย่ามีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งและมีหลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น ปราสาท วัด ศาลเจ้า สวนสนุก พิพิธภัณฑ์ ย่านการค้า แหล่งช้อปปิ้งทันสมัย ซึ่งในครั้งนี้จะขอแนะนำที่เที่ยวที่สามารถเข้าขมได้ฟรีในนาโกยา 7 แห่ง ดังนี้

1. ย่านร้านค้าโอสุคันนง (Osu Shopping Arcade)

แหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ในเมืองนาโกย่าที่มีร้านค้าและร้านอาหารมากมายเรียงรายอยู่สองข้างทางท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคไปในสมัยอดีต เป็นย่านที่มีร้านค้าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งร้านขายสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นโบราณจนถึงแฟชั่นปัจจุบันรวมถึงสินค้าที่ทันสมัย เช่น อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ ชุดคอสเพลย์ เป็นต้น ใกล้ๆย่านนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโอสุคันนง(Osu Kannon) 1ใน 3 ของศาลเจ้าบูชาเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งสามารถเดินถึงกันได้ด้วย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมักจะถือโอกาสเดินเที่ยวทั้งสองแห่งเมื่อมาเยือนที่ย่านนี้

เวลาทำการ : 11.00-20.00 น.ทุกวัน

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya ให้ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line ไปลงที่ สถานี Fushimi แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย Tsurumai Line ไปลงที่สถานี Osu Kannon ออกทางออกที่ 2 เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที

2. วัดนิตไตจิ (Nittaiji Temple)

เป็นวัดพุทธที่รู้จักกันในชื่อวัดญี่ปุ่น-ไทย ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า พระพุทธศากยมุนี และมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ เพื่อเป็นเกียรติและแสดงถึงสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ยังมีระฆังยักษ์สลักอักษรพระปรมาภิไธยย่อของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 9 ด้วย บริเวณเขตกำแพงวัดยังมีสถูปเจดีย์ศิลปะแบบอินเดีย ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานให้กับทางวัด อีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจคือทุกวันที่ 21 ของเดือน บริเวณหน้าวัดจะมีการจัดงานถนนคนเดินขนาดใหญ่ซึ่งมีการขายสินค้าและอาหารต่างๆมากมาย

เวลาทำการ : 08.00-18.00 น.

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line ไปลงสถานี Kakuozan ออกทางออกที่ 1 แล้วเดินประมาณ 5-10 นาที

3. โอเอซิส 21 (Oasis 21)

แหล่งช้อปปิ้งทันสมัยยอดนิยมของกลุ่มวัยรุ่นในนาโกย่า ได้ชื่อว่าเป็นแลนมาร์คของย่านซากาเอะ (Sakae) ภายในอาคารมีรูปทรงแปลกตาดูคล้ายยานอวกาศ เมื่อขึ้นไปด้านบนสุดจะมองเห็นวิวนาโกย่าทีวีทาวเวอร์ (Nagoya TV Tower) ได้อย่างชัดเจน และ ส่วนพื้นที่ภายในก็มีร้านค้าต่างๆมากมาย ทั้งร้านสินค้าของที่ระลึกแบบน่ารัก ร้านสินค้าประเภทแฟชั่น และร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม อีกทั้งบริเวณพื้นที่นี้ก็มักจะมีการจัดอีเวนท์อยู่เสมอเพื่อ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินไปด้วยในระหว่างเดินเที่ยวเล่น ช้อปปิ้ง เช่นงานประดับไฟยามค่ำคืนในฤดูหนาว

เวลาทำการ : 10.00-22.00 น.

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama line ไปลงสถานี ลงที่สถานี Sakae

4. เขตอนุรักษ์เมืองเก่าอริมัตสึ (Arimatsu Townscape)

เขตอนุรักษ์เมืองอาริมัตสึ คือย่านเก่าแก่ที่มีอาคารสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม สร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยเอโดะ สถาปัตยกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและยังคงความสมบูรณ์ทั้งรูปแบบอาคารอันโอ่อ่าและสง่างามมีชื่อว่าคฤหาสน์โอคาเบะเท ประกอบด้วยอาคารหลัก 1 หลัง โรงงาน 1 หลัง และโกดังอีก 2 หลังได้รับการอนุรักษ์ในฐานะที่เป็นสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่มีความแปลกและล้ำค่ามากของเมืองนาโกย่า อีกทั้ง บริเวณโดยรอบย่านนี้ก็ยังเป็นจุดเดินชมบรรยากาศของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันด้วย

เวลาทำการ : ตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง : จากสถานี Meitetsu-Nagoya (ติดกับสถานีนาโกย่าหลัก) ขึ้นรถไฟสาย Meitetsu Nagoya Main Line ไปลงที่สถานี Arimatsu ใช้เวลาประมาณ 45 นาที จากนั้นเดินต่ออีก 10 นาที

5. วัดโทกันจิ (Toganji Temple)

เป็นวัดพุทธนิกายโซโต (Soto Zen) สร้างขึ้นโดยได้รับอารยธรรมมาจากอินเดีย ภายในวัดมีอาคารทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่น่าสนใจหลายชิ้นตั้งอยู่ เช่น แท่นบูชาพระแม่สุรัสวดี พระพุทธหัตถ์ และที่โดดเด่นที่สุดคือองค์พระใหญ่หรือหลวงพ่อโตขนาดความสูง 10 เมตร ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1987 โดยเป็นการผสมผสานศิลปะระหว่างอินเดีย ไทย ญี่ปุ่น เข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังมีท่อนไม้ที่มีความเชื่อกันว่าถ้าได้สัมผัสจะสามารถช่วยชำระล้างบาปในอดีตได้ นอกจากนี้ ถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง วัดโทกันจิแห่งนี้ก็ถือเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามและได้รับความนิยมมากอีกแห่งในนาโกย่าเช่นกัน

เวลาทำการ : 09.00-18.00 น.ในฤดูร้อน และ 09.00-17.00 น. ในฤดูหนาว

การเดินทาง : : จากสถานี Nagoya ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama Line หรือ Meijo Line ไปลงสถานี ลงที่สถานี Motoyama แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

6. ศาลเจ้าอัตสึตะ (Atsuta-Jingu)

ศาลเจ้าอัตสึตะ หนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นศาลเจ้าใหญ่เกือบที่สุดในญี่ปุ่นในแง่ความสำคัญ รองจากศาลเจ้าอิเสะจิงกูในมิเอะ มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,900 ปี ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ อามะเตราสึ (Amaterasu) เทพแห่งพระอาทิตย์ และมีสิ่งสักการะที่มีชื่อเสียงของศาลเจ้าแห่งนี้ซึ่งมีผู้คนเดินทางมาขอพรจำนวนมากกว่า 5 ล้านคนในแต่ละปีก็คือ ดาบคุซานางิ (Kusanagi-no-Tsurugi) ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้ร่มรื่นในเมืองนาโกย่า สถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างต่างๆก็ก่อสร้างขึ้นตามแบบศาลเจ้าญี่ปุ่นโบราณ มีมุมโรงน้ำชาให้นั่งพักผ่อนและรับประทานขนมท้องถิ่นของที่นี่ด้วย

*หมายเหตุ มีการเก็บเงินเฉพาะค่าเข้าชมภายในอาคารเก็บรักษาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ (ดาบคุซานางิ) 300 เยน/คน และอาคารแห่งนี้มีเวลาทำการ 09.00-16.30 น.

เวลาทำการ : ศาลเจ้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Meijo Line ไปลงที่สถานี Jingu-Nishi แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

7. พิพิธภัณฑ์ธนาคารมิตซูบิชิ (Bank of Tokyo-Mitsubishi UFJ Money Museum)

พิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจแห่งนี้เป็นที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการเงินการธนาคารของธนาคารโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้ง อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บรักษาเหรียญทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อว่า เทนโช โอโมดากะ โอบัง (Tensho Omodaka Oban) ซึ่งในกระบวนการผลิตเหรียญทองนี้ เป็นความประสงค์ของ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (ไดเมียวคนสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น) และเหลือเพียง 3 เหรียญในโลกเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีคอลเลคชั่นอื่นๆ ของพิพิธภัณฑ์ให้ชมด้วย เช่น เหรียญเงินที่ประทับด้วยรูปคลีโอพัตรา และ 10,000 เหรียญกับธนบัตรหายากจากทั่วโลก เป็นต้น

เวลาทำการ : 09.00-16.00 น. ปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดเทศกาลปีใหม่

การเดินทาง : จากสถานี Nagoya ให้ไปที่ City Bus Terminal ขึ้นรถบัสที่ป้ายหมายเลข 10 สายที่ไป Hikarigaoka-Idaka Shako และลงที่ป้าย Akatsuka-Shirakabe จากนั้นเดินต่ออีก 3-5 นาที

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)