All About Japan

แนะนำ 7 สถานที่ท่องเที่ยวเข้าฟรีในโตเกียว

| ประหยัด , Tokyo

เคยไปโตเกียวแล้วต้องรู้ไว้ ไม่เคยไปยิ่งห้ามพลาด รวมที่เข้าฟรีที่ทั้งสนุก ถ่ายรูปสวย ได้ความรู้ ไม่แพ้ที่ๆเสียเงินที่อื่นๆแน่นอน

1. หอชมวิวศาลาว่าการกรุงโตเกียว

ศาลาว่าการกรุงโตเกียวที่เป็นสถานที่ตั้งของ Tokyo Tourist Information Center มีลักษณะเป็นอาคารแฝดดูสวยสะดุดตา อีกทั้งยังเปิดให้บรรดานักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมวิวความสูงถึง 202 เมตรที่ชั้น 45 ได้อย่างฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย และมีวิวที่สวยไม่แพ้จุดชมวิวอื่นๆ ในโตเกียว โดยศาลาว่าการนี้ตั้งอยู่ที่ย่านท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่นอย่างย่านชินจูกุนั่นเอง

สำหรับจุดชมวิวนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 หอคอย หอคอยแรกคือหอคอยทิศเหนือที่มองไปได้ไกลถึงภูเขาไฟฟูจิ และหอคอยทิศใต้ที่มองเห็นอ่าวโตเกียวและโอดาวาระ และแลนมาร์คสำคัญต่างๆ ของเมือง ไม่ว่าจะเป็นโตเกียวสกายทรี โตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวโดม โดยทั้งสองหอคอยนี้สามารถชมวิวเมืองโตเกียวได้แบบพาโนรามาได้อย่างสุดลูกหูลูกตา พร้อมทั้งมีร้านขายของที่ระลึกบริเวณจุดชมวิว ให้ซื้อสินค้าน่าสนใจติดไม้ติดมือกลับไปได้ ข้อแนะนำในการถ่ายรูปที่จุดชมวิวศาลาว่าการกรุงโตเกียวก็คือควรนำผ้าสำหรับคลุมเลนส์กล้องมาเพื่อกันแสงสะท้อนตอนที่ถ่ายภาพวิวผ่านกระจก เพื่อลดแสงสะท้อน ทำให้ได้ภาพวิวที่สวยงามมากขึ้น

วันและเวลาทำการ : ปิดในวันจันทร์และอังคารของแต่ละเดือนแต่จะไม่ปิดพร้อมกันทั้งสองหอคอย ยกเว้นวันที่ 29 ธันวาคมจนถึง 3 มกราคม (ช่วงปีใหม่)
โดยนักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบว่าหอคอยใดเปิดให้บริการได้ที่หน้าล๊อบบี้ ที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นจุดบริการลิฟท์ไปยังจุดชมวิวเช่นกัน
ตึกเหนือ ให้บริการตั้งแต่ 9.00 น. - 23.00 น.
ตึกใต้ ให้บริการตั้งแต่ 9.30 น. - 17.30 น.

การเดินทาง : นั่ง JR ไปลงยังสถานี Shinjuku ออกทางออก West Exit จากนั้นจะมีป้ายบอกทางเพื่อไปยัง Tokyo Metropolitan Gov’t Office

2. พิพิธภัณฑ์ Origami Kaikan

พิพิธภัณฑ์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะโอริกามิ ตั้งอยู่ในย่านโอชาโนมิซุใจกลางเมืองโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงศิลปะการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่าโอริกามิให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมกัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมแต่อย่างใด

โอริกามิเป็นศิลปะงานฝีมือขั้นสูง สร้างรูปร่างจากการพับกระดาษเป็นรูปทรงต่างๆด้วยความปราณีต ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ ซึ่งในญี่ปุ่นได้มีการพัฒนาเทคนิคศิลปะการพับกระดาษนี้อยู่ตลอดเวลา โดยการนำหลักการเชิงคณิตศาสตร์ และวิศวกรรมกลศาสตร์เข้ามาใช้ด้วยกัน ทำให้การพับกระดาษสามารถพัฒนาไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

สำหรับพิพิธภัณฑ์ Origami Kaikan นี้ได้จัดแสดงงานศิลปะพับกระดาษที่เป็นรูปทรงต่างๆ มากมาย ภายในอาคารของพิพิธภัณฑ์มีทั้งหมด 6 ชั้น ในส่วนของชั้นแรกจะจัดแสดงโชว์งานศิลปะโอริกามิที่เป็นรูปทรงต่างๆ ชั้นที่ 2 จะเป็น ร้านค้าที่จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ในการพับกระดาษ ชั้นที่ 4 จะจัดแสดงการย้อมสีกระดาษด้วยมือ และเวิร์คช็อปสำหรับผู้ที่สนใจพับกระดาษเบื้องต้นด้วยตนเองจะอยู่ในชั้นที่ 5 และ 6

วันและเวลาทำการ : ปิดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ, ตั้งแต่ 9.30 น. - 18.00 น.
การเดินทาง : นั่ง JR Chuo Line ไปลงยังสถานี Ochanomizu ออกทางออก Hijiribashi Exit และเดินต่อไปอีกประมาณ 7 นาที

3. พิพิธภัณฑ์ Suginami Animation

เอาใจคอการ์ตูนอนิเมะกับพิพิธภัณฑ์ Suginami Animation ที่จัดแสดงประวัติและกระบวนการผลิตมังงะและอนิเมะญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์หนึ่งของประเทศไปแล้ว ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันได้อย่างไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

สิ่งที่น่าสนใจในพิพิธภัณฑ์มังงะและแอนิเมชั่นญี่ปุ่นนี้ก็คือตัวการ์ตูนจากมังงะและแอนิเมชั่นที่แฟนๆ รุ่นเก่าอาจจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนูปรมาณูแอสโตรบอย โดเรม่อน และตัวการ์ตูนอื่นๆ ไล่มาตั้งแต่รุ่นบุกเบิกของการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่นจนถึงตัวการ์ตูนที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน จากปลายปากกาของนักเขียนการ์ตูนชื่อดังมากมายโดยมีภาษาอังกฤษไว้สำหรับให้ความรู้นักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมลองสร้างแอนิเมชั่นของตัวเองและพากย์เสียงลงไป พร้อมเวิร์คช็อปและโรงฉายแอนิเมชั่นที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนเรื่องที่นำมาฉายเรื่อยๆ

วันและเวลาทำการ : ตั้งแต่ 10.00 น. - 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์และช่วงปีใหม่ (29 ธันวาคมจนถึง 3 มกราคม)
การเดินทาง : นั่ง Tokyo Metro Marunouchi Line มาลงที่สถานี Ogikubo ออกทาง North Exit และนั่งรถบัส Kanto Bus จากป้ายหมายเลข 0 หรือ 1 ต่อเพื่อไปลงที่ป้าย Ogikubo Police Station (Ogikubo Keisatsusho Mae)

4. พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเมจิ

พิพิธภัณฑ์แสดงของสะสมและวัตถุโบราณที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของตึก Academy Common ในมหาวิทยาลัยเมจิและเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมฟรี

สำหรับพิพิธภัณฑ์ Meiji University แบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือ Criminal Materials Department ดำเนินการโดย School of Law โดยเน้นการจัดแสดงวัตถุอาชญากรรม การลงโทษและการทรมาน วัตถุโบราณที่น่าสนใจในส่วนนี้ก็คือโบราณวัตถุวัตถุในยุคเอโดะ ที่บอกเล่าวิธีการลงโทษในรูปแบบต่างๆ และเครื่องมือในการทรมานที่ใช้กับนักโทษซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์

ส่วนที่สองจะเป็น Commodities Department โดย School of Commerce จัดแสดงโชว์งานศิลปะและงานฝีมืออันแสนปราณีตของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นถ้วยเซรามิก สิ่งทอ และเครื่องเรือนโบราณ

ส่วนสุดท้ายจะเป็น Archaeology Department โดย School of Arts and Letters ที่จัดแสดงวัตถุโบราณคดีตั้งแต่ยุคโคะฟุง (ประมาณ 1500-1700 ปีก่อน) นอกจากนั้นในพิพิธภัณฑ์ยังมีร้านจำหน่ายเครื่องเขียนและเสื้อผ้าและงานแสดงนิทรรศการต่างมากมายที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจัดแสดงอีกด้วย

วันและเวลาทำการ : ปิดทุกวันอาทิตย์, ตั้งแต่ 10.00 น. - 17.00 น.
การเดินทาง : นั่ง JR Chuo Main Line มาลงที่สถานี Ochanomizu และเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที

5. สวนสัตว์ Edogawa Natural Zoo

สวนสัตว์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในโตเกียว เปิดให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิดกว่า 30 สายพันธุ์ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าตั๋ว

นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความน่ารักของแพนด้าแดง นกฮูกและแพรี่ด็อก รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับสัตว์ที่เป็นมิตรอย่างแกะ กระต่ายและหนูแกสบี้ เหมาะกับคุณหนูๆ เป็นที่สุด เพราะนอกจากจะได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ยังได้เรีเรียนรู้เกี่ยวสัตว์ชนิดต่างๆ ที่จัดแสดงในสวนสัตว์อีกด้วย

วันและเวลาทำการ : ปิดทุกวันจันทร์, ตั้งแต่ 09.30 น. - 16.30 น.
การเดินทาง : นั่ง Tokyo Metro Tozai Line มาลงที่สถานี Nishi-Kasai และเดินต่อไปอีกประมาณ 12 นาที

6. สวนอาสุกะยามะ

สวนสาธารณะในเมืองโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่ที่อดีตโชกุนได้ปลูกดอกซากุระเอาไว้จำนวนมากถึง 600 ต้นสร้างความร่มรื่นและสวยงาม อีกทั้งยังมีสนามเด็กเล่นที่มีปราสาทสำหรับเด็กและหัวรถจักรไอน้ำของจริง เหมาะกับการมาปิคนิคและพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัวเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นกระเช้าสั้นๆ Asuka Park Rail เพื่อชมวิวกันได้แบบฟรีๆ อีกด้วย

นักท่องเที่ยวยังสามารถศึกษาประวัติศาสสตร์ของเมืองคิตะโดยการเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ภายในสวนทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์อาสุกะยามะ พิพิธภัณฑ์ชิบุซาวะชิเรียวกัง และเข้าชมประวัติความเป็นมาของกระดาษที่พิพิธภัณฑ์กระดาษ

วันและเวลาทำการ : ทุกวัน, ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : นั่ง JR Keihintohoku Line มาลงที่สถานี Oji และเดินต่อไปอีกประมาณ 2 นาที

7. พิพิธภัณฑ์เบียร์เอบิสุ

พิพิธภัณฑ์สำหรับคนรักเบียร์ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวของเบียร์เอบิสุ (หรือเยบิสุ) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ปี 1887 ในพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของเบียร์ชื่อดังยี่ห้อนี้ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาและกระบวนการผลิต ไปจนถึงโฆษณาในสมัยยุคแรกเริ่ม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและถ่ายรูปได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้วยความที่เบียร์ยี่ห้อเยบิสุเป็นเบียร์ที่ค่อนข้างมีประวัติยาวนานของญี่ปุ่น เริ่มผลิตครั้งแรกตั้งแต่ในยุครัชกาลที่ 5 ของประเทศไทย และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักเนื่องจากชนะเหรียญทองในงานประกวดมหกรรมเบียร์โอลิมปิก ณ กรุงปารีสในปี 1900 จึงถือเป็นเบียร์ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่นและสำหรับผู้ใหญ่ เมื่อชมเสร็จแล้ว จะลองจิบเบียร์พร้อมกับอาหารที่มีจำหน่ายภายในพิพิธภัณฑ์ก็ทำได้เช่นกัน

วันและเวลาทำการ : ปิดทุกวันจันทร์, ตั้งแต่ 11.00 น. - 19.00 น.
การเดินทาง : นั่ง JR Yamanote Line มาลงที่สถานี Ebisu และเดินต่อไปบน Yebisu Skywalk พิพิธภัณฑ์เบียร์เอบิสุอยู่ในตึก Ebisu Garden Place

ผู้เขียน: Azpairin
Part time writer/ full-time eater.