All About Japan

เทคนิคการตลาดแบบได้ใจสไตล์ญี่ปุ่น

| ช็อปปิ้ง , ธุรกิจ
เทคนิคการตลาดแบบได้ใจสไตล์ญี่ปุ่น

เชื่อว่าใครมาญี่ปุ่นก็ต้องประทับใจกับการให้บริการ ความช่างเอาอกเอาใจ ใส่ใจแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่แม้แต่เราเองยังมองข้าม ครั้งนี้ป้าเมโกะจะมารวบรวมเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ของธุรกิจต่างๆแบบได้ใจคนซื้อสุดๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่น จะมีอะไรน่าสนใจบ้างตามไปชมกันเลย

นี่ใช่ร้านสะดวกซื้อจริงๆหรือ?!

ร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นสะดวกสมกับชื่อจริงๆ เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงร้านไว้ซื้อของกินเวลาหิวเท่านั้น แต่ยังมีบริการครอบคลุมหลายอย่าง ทั้งส่งพัสดุ เครื่องปรินท์และก๊อปปี้ ซื้อตั๋ว จองบัตรคอนเสิร์ต จนปัจจุบันมีหลายร้านที่ทำโซนให้ทานอาหารพร้อมไมโครเวฟ น้ำร้อน พร้อมไวไฟฟรี ปลั๊กไฟ และห้องน้ำสะอาดๆอีกด้วย

บางสาขาที่มีพื้นที่กว้างมาหน่อย ก็จะมีโซนที่นั่งสำหรับคนสูบบุหรี่ หลังทานข้าวเสร็จก็ไม่ต้องลุกไปสูบที่อื่นอยู่ในห้องนั้นเป็นสัดส่วนไปเลย ถือว่าได้ใจทั้งคนสูบและคนไม่สูบบุหรี่ไปเต็มๆ แถมในตอนนี้ร้านสะดวกซื้อบางสาขาก็มีห้องแต่งหน้าให้สาวๆด้วยนะ เพราะเขาเล็งเห็นว่าสังคมญี่ปุ่นนั้นเข้าสู่ความเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้นและค่าครองชีพก็แพงขึ้นทุกวัน ซึ่งทำให้ผู้หญิงออกมาทำงานนอกบ้านมากขึ้น เรียกได้ว่ามองการณ์ไกลและตั้งใจจะมาทำธุรกิจกันไปยาวๆ

ไม่ต้องเขินอีกต่อไป...

ไม่ต้องเขินอีกต่อไป...

ป้าเมโกะเคยเห็นญาติเดินวนไปวนมาให้ร้านสะดวกซื้อที่ไทย ไม่ไปจ่ายเงินสักที เลยเข้าไปถามว่าหาอะไรอยู่ ปรากฎว่าญาติป้าเมโกะนั้นอายที่จะซื้อผ้าอนามัย เธอรอให้กลุ่มเพื่อนผู้ชายไปจากร้านให้หมดก่อนค่อยซื้อ (ตอนนั้นได้แต่คิดในใจเมื่อไรจะได้ซื้อเพราะร้านสะดวกซื้อนี้ตั้งหน้าโรงเรียน เวลาเลิกเรียนนี่คนแน่นร้านมากๆ) สำหรับหลายคนมันเป็นปัญหาจริงๆนะอย่าล้อเล่นไป

แต่มาญี่ปุ่นก็หมดปัญหานี้ไปได้เลย เพราะว่าเมื่อซื้อผ้าอนามัยจะไซส์ไหนแบบไหน พนักงานเขาก็จะใส่ถุงกระดาษสีทึบให้ ทีนี้ซื้อแล้วจะเดินไปไหนต่อไหนก็ได้ไม่ต้องอายอีกต่อไป

แจกทิชชูฟรีกันไปเลย

ใครมาเที่ยวญี่ปุ่น ผ่านหน้าสถานีรถไฟหรือตามห้างอาจเคยเห็นคนคอยยืนแจกทิชชูกันใช่ไหมคะ ที่เขาแจกไม่ได้จะให้ลองใช้ทิชชูเจ้าไหน แต่เป็นการโฆษณาสินค้าบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านเกมส์ ร้านปาจิงโกะ ฟิตเนส ฯลฯ ที่เขาแจกเพราะว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ไม่ค่อยรับใบปลิวต่างๆเสียเลย (ขนาดแจกทิชชู ซึ่งเป็นของมีประโยชน์ ก็ยังไม่ค่อยรับกันเลย) แต่ถึงกระนั้นผู้ประกอบการก็เชื่อว่าการแจกทิชชูก็ถือเป็นการโฆษณาที่ได้ผลกว่าแบบอื่น

มีผลสำรวจเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการโฆษณาพบว่า คนจะรับรู้โฆษณาผ่านทางสื่อต่อไปนี้ ในอัตราต่างๆกันไป
อ่านโฆษณาในอินเตอร์เน็ต 4.5%
อ่านบนทิชชูที่แจก 4.0%
อ่านเจอในหนังสือพิมพ์ 0.03%
อ่านจากใบปลิวที่แจกตามบ้าน 0.2%

ถือว่าในแง่ของอัตราการรับข้อมูล ดีที่สุดในบรรดาการตลาดประเภท "แจกกระดาษ" ทั้งหมด ได้ผลดีมีอัตราคนอ่านสูงรองจากโฆษณาบนอินเตอร์เน็ตเลยค่ะ เนื่องจากทิชชูเป็นสิ่งที่ใครๆก็ใช้ แถมเป็นการให้กับมือและเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ในระดับนึง (สามารถเลือกไปยืนแจกในบริเวณที่กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเราน่าจะผ่านไปผ่านมาเยอะได้) เช่นตามสถานีรถไฟหรือหน้าห้าง เหมาะมากๆ แถมไม่ว่าอย่างไรก่อนจะดึงทิชชูมาใช้ก็ต้องเห็นแบรนด์ที่โฆษณาอยู่บนซองกันบ้าง บริษัทได้โฆษณาเราได้ทิชชูใช้ฟรีก็ดีไปอีกแบบ อิอิ

ดังนั้น หลายบริษัทก็ยังเชื่อว่าการแจกทิชชู่เป็นหนึ่งวิธีที่เข้าถึงลูกค้าได้ดี อย่างแบรนด์เสื้อผ้าเจ้าใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างยูนิโคล ช่วงที่เปิดสาขาที่นิวยอร์กใหม่ๆก็แจกทิชชู่กันไปเลยหน้าร้าน ฝรั่งหลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็สนใจกับแทคติกการตลาดแบบญี่ปุ่นๆ เพราะที่อเมริกาไม่มีเจ้าไหนแจกทิชชู่ให้ฟรีๆแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ธรรมเนียมการแจกทิชชู่ยังสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้ดี แถมช่วยให้ลูกค้ายิ่งจดจำแบรนด์ได้เพราะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ที่นั่นค่ะ

ซุปเปอร์มาร์เก็ตรูปแบบใหม่

ไม่เพียงแต่ร้านสะดวกซื้อที่เริ่มปรับโฉมใหม่แต่ซุปเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่นก็มีไอเดียธุรกิจเก๋ไก๋ไม่แพ้กัน อย่างซุปเปอร์มาร์เก็ต SEIJO ISHII (成城石井) ซุปเปอร์ที่มีภาพลักษณ์ค่อนไปทางหรูในหมู่คนญี่ปุ่น ก็หันมาสละพื้นที่บางส่วน ปรับเปลี่ยนเป็นโซน Eat-in คล้ายรูปแบบของร้านสะดวกซื้อ เอาใจเหล่าคนทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาแต่อยากหาอะไรทานง่ายๆ นอกจากนี้ซุปเปอรมาร์เก็ต SEIJO ISHII ยังเปิดร้านอาหารสไตล์ครอบครัวในซุปเปอร์อีกด้วยในชื่อว่า SEIJO ISHII STYLE DELI&CAFÉ

อีกทีเด็ดของที่นี่คือทางร้านเขาก็ไม่หวงสูตร เมนูที่เราทานจะมีสูตรอาหารแนบมาให้ด้วย เช่น สั่งเบอร์เกอร์ชีสอะโวคาโด ทางร้านก็จะให้มีกระดาษอธิบายว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง ใช้อย่างละเท่าไร วิธีการทำเป็นอย่างไรอย่างละเอียด เพื่อที่ว่าลูกค้าที่อยากกลับไปลองทำทานเองที่บ้านจะได้เดินไปซื้อวัตถุดิบในซุปเปอร์ได้ทันที ขายของได้เพิ่มอีกต่างหาก เรียกว่าผู้ประกอบการเขาคิดออกมาเป็นระบบจริงๆ ลูกค้าอย่างเราก็ได้ประโยชน์ สะดวกสบายมีที่นั่งทานอาหาร แถมอยากซื้อของไปทำเองก็ง่ายอีกด้วย

เบื่อหาเศษเหรียญ...เชิญหยิบฟรีไปเลย!

ร้านดองกี้ที่คนไทยรู้จักกันดี (Don Quijote) ร้านขายปลีกสวรรค์ของนักช้อป ทางร้านเห็นว่าลูกค้ามักจะหงุดหงิด เบื่อกับการต้องมาหาเศษเหรียญ ดังนั้นตรงที่จ่ายเงิน จะมีกล่องใส่เหรียญ 1 เยนให้ลูกค้าหยิบได้ฟรี หยิบได้มากสุดถึง 4 เหรียญ ลูกค้าไม่ต้องควานหาเศษเหรียญให้หงุดหงิด ร้านก็คิดเงินได้เร็วขึ้น แฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย

ฝนตกทำยังไงให้คนในห้างรู้

เวลาอยู่ในห้าง เราก็จะไม่รู้ว่าตอนนี้อากาศข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง แดดออกหรือฝนตกหรือเปล่า ดังนั้นที่ห้างญี่ปุ่นจึงใช้เพลงเป็นสัญญาณให้พนักงานและผู้ซื้อที่อยู่ในห้างรู้ว่า "ฝนตกแล้วนะ" อย่างบางห้างจะเปิดเพลงเกี่ยวกับฝนเช่น Singing in the Rain เป็นต้น

เมื่อพนักงานรู้ว่าฝนกำลังจะตกหรือตกแล้ว เวลาเราซื้อของก็จะคลุมถุงช้อปปิ้งของเราด้วยถุงพลาสติกอีกที เพื่อไม่ให้ถุงกระดาษหรือของที่เราซื้อมาเปียกฝน แหม่ใส่ใจทุกรายละเอียดดีจริงๆ

สรุป

เห็นรูปแบบการให้บริการของญี่ปุ่นแล้วต้องซูฮก สิ่งสำคัญที่สังเกตได้ชัดเจนคือการให้ใจแก่ลูกค้าไปก่อน มองเห็นความต้องการของลูกค้าและผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจริงๆ แม้ผู้ประกอบการอาจจะต้องเพิ่มต้นทุน เสียเวลาอบรมพนักงานเพิ่มแต่สิ่งที่ทุ่มเทไปลูกค้าก็จดจำได้และประทับใจ ความสำเร็จในการทำธุรกิจก็จะตามมา ตามคำกล่าว ยิ่งให้ยิ่งได้จริงๆ! ใครกำลังหาไอเดียทำธุรกิจละก็ อย่าลืมนำไอเดียไปลองปรับใช้ดู รับรองว่าลูกค้าประทับใจแน่นอน