All About Japan

เล่าประสบการณ์การทำงานในเรียวกังญี่ปุ่น

| ชีวิตในญี่ปุ่น , ทำงานในญี่ปุ่น
เล่าประสบการณ์การทำงานในเรียวกังญี่ปุ่น

พูดถึงเรียวกัง ทุกคนคงจะนึกถึงภาพโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม พนักงานต้อนรับหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ถ้าหากคนไทยมาทำงานในเรียวกังล่ะจะเกิดอะไรขึ้น?!! วันนี้อยากจะมาเล่าถึงประสบการณ์คนไทยที่ทำงานในเรียวกังให้ฟังกันค่ะ

การทำงานมาตรฐานเดียวกับคนญี่ปุ่น

ก่อนอื่นมาเริ่มหางานกันเลย!!

ก่อนอื่นมาเริ่มหางานกันเลย!!

ช่วงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นจะเริ่มหางานก็คือเมื่อกำลังศึกษาอยู่ในปีสุดท้าย หรือใครที่มาเรียนภาษาก็เริ่มหางานล่วงหน้าสัก 6-8 เดือนกำลังดีเลยค่ะ เราก็มาคิดว่าเราอยากทำงานแบบไหนในญี่ปุ่น งานที่เราชอบและเหมาะกับเรา เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็เริ่มต้นหางานได้เลยค่ะ!

สำหรับนักศึกษาต่างชาติก็มีบริษัทจัดหางานหลายบริษัทที่ช่วยแนะนำงานให้ค่ะ แต่ถ้าใครไม่ได้อยู่ตามเมืองใหญ่ก็อาจจะยากนิดนึงค่ะ เพราะฉะนั้น Hello Work องค์กรแนะนำงานของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ฮิตในหมู่ชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีเลยค่ะ โดย Hello Work นั้นมีแทบทุกจังหวัดเลยค่ะ

แต่หากใครมาสายงานโรงแรม ขอแนะนำเว็บไซต์ hotelkyujin เลยค่ะ ลองส่งใบสมัครใบหลายๆที่เลยค่ะ โดยในขั้นตอนนี้ก่อนอื่นเราก็ต้องเขียนเรซูเม่ หรือประวัติของเราให้ดีถูกใจชาวญี่ปุ่นกันด้วยค่ะ

เว็บ hellowork.go.jp
เว็บ hotelkyujin.com สำหรับงานโรงแรม
เว็บ indeed.com เหมาะกับชาวต่างชาติค่ะ

ตอบคำถามแบบไหนถึงจะโดนใจเจ้าของเรียวกัง

ตอบคำถามแบบไหนถึงจะโดนใจเจ้าของเรียวกัง

เมื่อเรารับจดหมายเรียกสัมภาษณ์จากเรียวกังที่เราหมายปองไว้ จากนี้คือการฝึกตอบคำถามประหนึ่งจะไปประกวดนางงามจักรวาลกันเลยทีเดียวค่ะ ฝึกตอบคำถามอย่างเดียวไม่ทำให้ได้งานค่ะ เพราะเราจะไปทำงานด้านการบริการ ดังนั้นเราต้องฝึกยิ้ม ฝึกนั่ง ฝึกเดิน แต่งหน้า ทำผม แต่งตัวต้องเนี้ยบ ประหนึ่งเข้าคอร์สนางงามเลยทีเดียวค่ะ แต่เชื่อไหมคะว่ายิ้มสยามพิมพ์ใจของคนไทยเราคือรอยยิ้มที่ชาวญี่ปุ่นยังหลงใหลเลยค่ะ ตอบคำถามไป ยิ้มไปก็ได้ใจไปเกินครึ่งแล้วค่ะ

คำถามที่ต้องโดนถามแน่นอน อันดับแรกเลยคือ “กรุณาแนะนำตัวเองแบบสั้นๆ” นี่แหละค่ะ ตรงนี้เราต้องใส่ไปให้เต็มที่ค่ะ นอกจากประวัติส่วนตัวสั้นๆ แล้วสิ่งที่เราคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคะแนนของเราเช่น ตอนเรียนเราอยู่ชมรมอะไร มีกิจกรรมยามว่างอะไร เราก็เอามาพูดย่อๆตรงนี้ได้ค่ะ ถ้าหากเรามาทำงานเรียวกังซึ่งมีแขกต่างชาติเยอะๆ เราก็อาจจะบอกได้ว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยไปออกค่ายภาษาอังกฤษ หรือเคยสอนภาษาอังกฤษเป็นอาชีพเสริมเป็นต้นค่ะ

นอกจากนี้ ควรจะศึกษาข้อมูลของบริษัทที่เราจะไปทำงานไว้ด้วยค่ะ เผื่อเขาถามว่าทำไมอยากทำงานที่นี่ เราก็บอกได้ว่า เราอยากเป็นสะพานเชื่อมระหว่างไทย ญี่ปุ่น เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันงดงามของชาวญี่ปุ่นได้ง่ายมากขึ้น อย่าลืมตอบไปยิ้มไป รับรองมงกุฎ เอ้ย งานไม่เกินเอื้อมแน่นอนค่ะ

เริ่มต้นทำงานในเรียวกัง

เริ่มต้นทำงานในเรียวกัง

เมื่อทำสัญญาการทำงานกันเรียบร้อย ทีนี้ก็ได้เวลาเริ่มต้นทำงานกันแล้วค่ะ จะมาเล่าหน้าที่ของเราให้ทุกท่านฟังกันนะคะ

หน้าที่หลักๆที่ได้รับมอบหมายมาคือ การประสานงานกับเว็บไซต์ต่างประเทศ การเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ รับโทรศัพท์ และเป็นฟร้อนท์โรงแรมค่ะ แรกๆขอบอกว่าความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมาหลายปี ถูกใช้หมดภายในเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นค่ะ เราต้องเริ่มต้นเรียนรู้งานใหม่ และภาษาก็ต้องฝึกใหม่ เมื่อก่อนตอนเป็นนักเรียนเราก็ใช้ภาษาญี่ปุ่นแบบสุภาพธรรมดา แต่พอมาทำงานสายบริการแล้ว เราจะต้องใช้ภาษาสุภาพระดับเชิงธุรกิจเท่านั้นค่ะ หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่ายาก ทำไม่ได้แน่นอน แต่เชื่อไหมคะ ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเราค่ะ ช่วงแรกๆ กลับบ้านไปจะต้องเปิดเว็บไซต์ อ่านเกี่ยวกับภาษาเชิงธุรกิจทุกวันเลยค่ะ ผ่านไปสัก 3 เดือน ก็เริ่มชินและทำงานได้คล่องขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ หากแขกชาวต่างชาติมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราจะต้องพยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถค่ะ เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายๆคนไม่สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ เคยมีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียมาพัก ลืมมือถือไว้บนรถไฟ แต่จำสายไม่ได้ โทรตามกันถึง 3 วัน สุดท้ายก็ได้มือถือคืน สร้างความประทับใจให้แขกได้เยอะเลยค่ะ

ต้องพร้อมและมีความยืดหยุ่น

ต้องพร้อมและมีความยืดหยุ่น

อย่างที่เราทำอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีหน้าที่หลักในเรื่องของการทำอาหาร หรือทำความสะอาด แต่ถ้าหากคนไม่พอเราก็พร้อมช่วยเหลือค่ะ เรียวกัง (โดยเฉพาะที่เล็กๆ) หลายๆที่จะเป็นแบบนี้ เพราะอยู่กันคล้ายๆครอบครัว คนหนึ่งอาจทำหลายอย่างได้ ยิ่งถ้าเป็นช่วงโกลเด้นวีค หรือหยุดยาวของชาวญี่ปุ่นและช่วงปีใหม่นี่ละก็ ชาวโรงแรมมีโอเวอร์ไทม์แน่นอน บางวันทำงานตั้งแต่ 10.00-23.00 กันเลยทีเดียวค่ะ ต้องถือคติว่า คนอื่นลำบากเราก็ต้องพร้อมร่วมลำบากไปพร้อมๆกันค่า

ประสบการณ์ดีๆ

ประสบการณ์ดีๆ

แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิป แต่ถ้าเราบริการแบบเต็มที่จนแขกประทับใจแล้ว ชาวญี่ปุ่นบางทีก็จะให้ทิปเราค่ะ (เพราะเราเป็นคนต่างชาติหรือเปล่า) แม้ว่าเราปฏิเสธอย่างไรแขกก็หาทางให้เราจนได้ค่ะ ฮาๆ เคยมีแขกครอบครัว 10 คน มาพักหลายคืน เราก็ดูแลดีทั้งห้องพัก และอาหารเย็น รวมถึงออนเซน ดูว่าให้ออนเซนมีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับฤดูกาลนั้นๆ แม้ว่าหลายๆออนเซนจะมีเครื่องทำอุณหภูมิ แต่พนักงานก็ต้องไปดูทุกๆ 1 ชั่วโมงค่ะ เชื่อไหมคะวันที่แขกเช็คเอาท์ แขกให้ทิปแม่ครัวญี่ปุ่นและเราคนละ 5,000 เยนเลยค่ะ

หรือจะเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างหวาดเสียวก็มีค่ะ เคยมีแขกต่างชาติมาพักค่ะ พอกลางคืนสักตี 2 โดนโทรเรียกค่ะ ได้ความว่าแขกเมาและทะเลากัน ตำรวจก็คุยไม่รู้เรื่อง เราจึงต้องไปด่วน ตำรวจยกขโยงกันมาทั้งโรงพักเลยค่ะ กว่าจะได้กลับบ้านก็ตี 4 ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีและตื่นเต้น ได้เรียนรู้เยอะเลยค่ะ

ตั้งแต่มาทำงานเรียวกังนี่ได้ของฝากจากแขกเยอะมากค่ะ ทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ ของฝากสุดฮิตจากแขกเกาหลีคือแผ่นมาร์คหน้าและสาหร่ายค่ะ ของฝากจากพี่คนไทยที่เคยได้รับก็จะมี มะม่วง ปลาร้าสับ (ของโปรดเลยค่ะ อิอิ) และขนมไทยค่ะ

การทำงานที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะสายบริการแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แต่ขอให้มีความอดทน ขยัน และมีใจบริการที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่าโอโมเทะนาชิ ค่ะ ถึงแม้เราจะเป็นคนต่างชาติเราก็ไม่ได้รับการยกเว้นใดๆ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องพยายามและแสดงออกถึงใจบริการและยิ้มสยามของเราให้มากที่สุดค่ะ รับรองได้เลยว่าเราจะเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานชาวญี่ปุ่นและแขกที่มาพักแน่นอนค่ะ