All About Japan

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ

| วัด , สถานที่ทางประวัติศาสตร์
วัดนาริตะซัน ชินโชจิ

วัดนาริตะซัน เป็นวัดที่เปิดหรือปิดท้ายทริปสำหรับนักท่องเที่ยวที่มานครโตเกียวหลายๆคนก็ว่าได้ เพราะเป็นวัดที่ใกล้สนามบินนาริตะมากที่สุดเลยคะ นอกจากนั้นยังเรื่องลือว่ากันว่าวัดแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะเรื่องการขอพรให้ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุต่างๆ หรือจะขอพรด้านความรัก การงาน และเรื่องทั่วไปก็สัมฤทธิ์ผลกันมานักต่อนักแล้วคะ

ประตูด่านแรกที่ศักสิทธิ์ของเมืองนาริตะ

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (成田山新勝寺)

หากมาจากโตเกียว การเดินทางจากตัวเมืองโตเกียวก็สุดแสนจะแสนง่าย และใกล้สนามบินนานาชาตินาริตะมากๆ
หากมาจากสนามบินนาริตะ ใช้เวลาเดินทางโดยรถเพียงแค่17นาที หรือโดยรถไฟเพียง25นาที จากสนามบินค่ะ

ตามธรรมเนียมก่อนเข้าวัด

ตามธรรมเนียมก่อนเข้าวัด

ตามธรรมเนียมก่อนเข้าวัดบ้างท่านอาจจะยังไม่รู้วิธีการที่ถูกต้องในการชำระล้างเพื่อความบริสุทธิ์ก่อนเข้าวัด
ขั้นตอนมีอยู่ว่า
1.ตักน้ำใส่กระบวยที่วางอยู่
2.ราดมือซ้าย
3.ราดมือขวา
4.บ้วนปาก
5.น้ำที่เหลือใช้มือขวาตั้งกระบวยขึ้นเพื่อให้น้ำที่เหลือไหลลงมาจนหมด เป็นการล้างด้ามจับกระบวยไปในตัว

โดยต้องทำทุกขั้นตอนใน1กระบวย และวิธีการนี้เหมือนๆกันทุกวัดค่ะ

วัดนาริตะซัน เซนโชจิ

วัดนาริตะซัน เซนโชจิ

หลังจากผ่านประตูใหญ่ด้านหน้าวัดเข้ามาก็จะมีทางขึ้นวัดค่ะ ตรงทางประตูเข้าวัดก็จะมีโคมแดงใหญ่เด่นเป็นสง่า และด้านใต้โคมก็ยังสลักเป็นรูปอย่างสวยงามอีกด้วย
ด้านข้างของประตูจะมีโอนิ (ยักษ์ที่เฝ้าประตูวิหาร) คอยดูแลรักษานาริตะซันและเทพเจ้าต่างๆที่สิงสถิตอยู่ที่นี่อีกด้วยคะ

การปัดควันธูปเข้าตัว

การปัดควันธูปเข้าตัว

อีกพิธีกรรมนึงก็คือการปัดควันธูปเข้าหาตัวด้วยความเชื่อกันว่ากันว่าปัดควันธูปไปที่ได้ของร่างกายก็จะทำส่วนนั้นที่เคยเจ็บป่วย หายไปหรือถ้าปัดควันเข้าศรีษะก็จะทำให้หัวดีฉลาดอีกด้วยคะ
หลังจากนั้นเราก็เข้าไปในอรามหลวงกันได้เลยคะ

วิหารและเจดีย์แดงสามชั้นที่สวยสง่างาม

วัดนาริตะซันเป็นวัดประจำเมืองนาริตะ ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองนาริตะ มีประวัติว่าก่อตั้งในปี 940 ซึ่งรวมๆแล้วภือว่าอยู่มายาวนานเกินพันปี แน่นอนว่าตัวอาคารไม่ใช่ของดั้งเดิมจากพันปีก่อน ตัวอาคารแม้จะถูกบูรณะและสร้างใหม่มาหลายครั้งแล้วแต่ก็สวยงามมากๆและได้รับการบันทึกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น

ตัววัดเป็นพื้นที่กว้าง ประกอบด้วยอาคารต่างๆที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น วิหารหลักซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของ Dainichi Nyorai (พระไวโรจนพุทธะ) และวิหารอื่นๆเช่น Komyodo วิหารอายุเกินสามร้อยปีคนนิยมอธิษฐานให้สมหวังเรื่องความรัก วิหาร Shakado ที่คนมักมาอวยพรให้โชคดีแคล้วคลาดปลอดภัย หรือศาลเล็กๆ ทางซ้ายของวิหารหลัก ที่เป็นที่ตั้งของเทพ Shusse-inari ที่ดูแลเรื่องความก้าวหน้าทางการงาน

โดยส่วนมากนักท่องเที่ยวจะมาขอพรเพื่อให้เดินทางปลอดภัย เพราะอยู่ใกล้กับสนามบินนาริตะ และเนื่องจากวัดนาริตะเป็นวัดที่มีเทพเจ้าสถิตอยู่มากมาย จึงทำให้ในวันขึ้นปีใหม่มีผู้คนหลั่งไหลมาขอพรกันอย่างมากมายมหาศาลเลยที่เดียว

การสักการะขอพร

การสักการะขอพร

ส่วนด้านในของวิหารก็จะมีห้องโถงซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าเอาไว้ทำพิธีทางศาสนา และส่วนด้านหน้าของห้องโถงก็จะมีที่ให้ขอพรโดยการโยนเหรียญ5เยนกันตามความเชื่อ นอกจากนั้นก็จะมีเซียมซีและเครื่องรางต่างๆจำหน่ายอีกด้วย

เดินเล่นพักผ่อนชมสวน

เดินเล่นพักผ่อนชมสวน

นอกจากวัดนาริตะซันจะให้ความสงบทางใจแล้ว ก็ยังให้ความสงบทางกายอีกด้วยคะ เพราะทางด้านข้างและด้านหลังของตัววิหารก็จะมีสวนหย่อมให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ เรียกว่าครบสูตรเลยที่เดียวคะ

ตามหา "โงชูอิง" หรือตัวปั๊มสัญลักษณ์ของวัด

ตามหา "โงชูอิง" หรือตัวปั๊มสัญลักษณ์ของวัด

ใครที่สะสม ก่อนกลับก็อย่าลืมตามหาตราสัญลักษณ์ของวัดนาริตะซันกันด้วยนะคะ เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดที่ใหญ่และมีศาลเจ้าประจำตัวของเทพเจ้าเล็กๆอยู่มากมายด้วย ดังนั้นตราสัญลักษณ์จะมีด้วยกันถึง6จุดค่ะ ถ้าใครอยากได้แค่ของวิหารใหญ่แห่งเดียวก็อยู่ส่วนด้านหน้าของวิหารเลยคะ แต่ถ้าได้ไว้ในครอบครองทั้งหมดก็จะยิ่งเพิ่มความศักสิทธิ์นะคะ

ช็อปปิ้งส่งท้าย

ช็อปปิ้งส่งท้าย

นอกจากภายในวัดที่สวยงามแล้วด้านนอกวัดก็ยังมีถนนสายช็อปปิ้งให้ทุกท่านได้จับจ่ายอีกด้วยคะ มีของหลายอย่างที่มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้นอยู่หลายอย่างเลยนะคะ ลองหากันให้ดีๆค่ะ และอีกอย่างที่จะลืมไม่ได้คือข้าวหน้าปลาไหลของนาริตะซึ่งขึ้นชื่อมาก ทั้งคนญี่ปุ่นและต่างชาติต้องมาต่อคิวกันแต่เช้าเลยที่เดียวคะ

ยังไงถ้าได้มาลงที่สนามบินนาริตะ ลองแวะมาขอพรที่วัดนาริตะซันก่อนนะคะ ทริปญี่ปุ่นของท่านจะได้สนุกและปลอดภัยคะ

การเดินทาง

เดินทางด้วยรถไฟสาย Keisei Main Line ไปลงที่สถานี Keisei Narita หรือสาย JR Narita Line ไปลงที่สถานี Narita หลังจากนั้นเรานั่งรถบัสต่อไปยังวัดนาริตะซังค่ะ หรืออยากจะเดินชมวิวไปเรื่อยๆก็ได้เพราะใช้เวลาแค่ 15 นาทีเท่านั้น เดินไปง่ายๆมากค่ะ และระหว่างทางยังมีป้ายบอกทางมากมายและมุม information ให้เราสอบถามด้วยตลอดทางค่ะ ชาวต่างชาติก็ไปกันเยอะไม่หลงแน่นอน