All About Japan

ซึมซาบวัฒนธรรมภูมิภาคโทโฮคุผ่าน 4 ที่เที่ยว

| วัด

นอกจากของกินอร่อย และธรรมชาติสวยงามแล้ว ที่เที่ยวทางวัฒนธรรมของโทโฮคุก็สมควรจดไว้ในลิสต์สิ่งต้องทำในโทโฮคุด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าได้มาสัมผัสโทโฮคุอย่างครบถ้วนแล้ว

4. ตลาดปลาชิโอกามะ (塩釜仲卸市場) จังหวัดมิยางิ

ตลาดปลาชิโอกามะที่จังหวัดมิยางินั้นเลื่องชื่อในเรื่องความใหญ่โตอลังการไม่แพ้ตลาดปลาสึกิจิชื่อดังของโตเกียวเลยทีเดียว ยิ่งในจังหวัดมิยางิที่ขึ้นชื่อเรื่องการประมงนั้น ของทะเลในตลาดจึงสดใหม่และวางขายมากมายละลานตา ร้านอาหารบริเวณรอบๆ จึงเต็มไปด้วยอาหารทะเลและซูชิ ซาชิมิต่างๆ สดใหม่ให้เลือกชิมมากมาย นอกจากนี้ในตอนเช้าประมาณ 7-8 โมงก็มีการประมูลปลาให้เห็นกันอย่างดุเดือดเช่นกัน

3. พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิยางิ จังหวัดมิยางิ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิยางิหรือ The Miyagi Museum of Art ก่อตั้งในปี 1981 อยู่ใจกลางเมืองเซ็นไดในจังหวัดมิยางิ ใช้เวลาเดินแค่ 15 นาทีจากปราสาทมิยางิเท่านั้น งานที่จัดแสดงภายในจะเน้นเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยเมจิไปจนถึงงานแบบศิลปะร่วมสมัย รวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินตัวเด็ดๆ ของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นผลงานของ Sato Churyo, Takahashi Yuichi รวมทั้งผลงานของศิลปินต่างชาติในยุคโมเดิร์นที่มีชื่อเสียงหลายคนอย่าง Paul Klee หรือ Barry Flanagan เช่นกัน

2. วัดบนภูเขาหรือวัดริสสะคุจิ (立石寺) จังหวัดยามางาตะ

2. วัดบนภูเขาหรือวัดริสสะคุจิ (立石寺) จังหวัดยามางาตะ

วัดบนภูเขาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นกลุ่มของวัดที่ตั้งรวมกันอยู่บนภูเขา ที่เราจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อได้ปีนเขาขึ้นไประดับหนึ่งแล้วเท่านั้น (ประมาณพันกว่าขั้นเอ๊ง) และวิวนั้นก็เป็นวิวสวยงามที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียนสีหมึกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะตลอดทางจะรายล้อมด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่มีอายุเป็นร้อยๆ ปีทั้งนั้น ส่วนตัววัดที่เรียกว่าวัดริสสะคุจินั้นก็ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวๆ ค.ศ. 860 และเพราะความงดงามนี้ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่กวีดัง บะโชเขียนกลอนไฮขุไว้จำนวนมากเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปโบราณและมีแสงที่ไม่เคยดับ (ตรงนี้ไม่ขอสปอยล์ อยากรู้ว่าเป็นแสงอะไรขอให้ไปดูกันเอง) และที่สำคัญ วิวจากบนนั้นมันช่างสวยงามอลังการจริงๆ

1. วัดซุยกังจิ (瑞巌寺) จังหวัดมิยางิ

วัดเก่าแห่งโบราณแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 9 และขุนศึกผู้เก่งกาจของญี่ปุ่น ดาเตะ มาซามุเนะ ก็ได้บูรณะขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 17 และภายหลังได้กลายเป็นศูนย์รวมของเหล่าศิลปินที่เป็นเจ้าของงานศิลปะสไตล์คาโน (狩野派) ฉะนั้นนอกจากตัวอาคารวัดเองจะสง่างามแล้ว ภายในยังคับคั่งไปด้วยงานศิลปะโบราณมากมายของญี่ปุ่น ภายในวัดแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ มากมาย มีบริเวณที่จงใจทำพื้นให้ส่งเสียงดังเวลาเหยียบลงไป เพื่อเป็นการเตือยภัยในยามมีผู้บุกรุก บอกถึงความระมัดระวังตัวของเจ้าของอาคารได้เป็นอย่างดี ภายนอกก็จะมีทิวต้นสนซีดาร์ทอดยาวเป็นทาง นำทางเราเข้าสู้บริเวณวัดได้อย่างสวยงามอีกด้วย