ศิลปะ "ซามูไรยักษ์" ขนาดมหึมากลางเขื่อนญี่ปุ่น โครงการฉลองครบรอบ 30 ปีที่เมืองอาชิคางะ (Ashikaga)
พลิกโฉมเขื่อนให้เป็นงานศิลป์! เผยโฉมบิ๊กโปรเจกต์ "BRING BACK THE SAMURAI" เนรมิตภาพซามูไรยักษ์สุดอลังการบนกำแพงเขื่อนมัตสึดากาวะ (Matsudagawa Dam) เมืองอาชิคางะ (Ashikaga) จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของการสร้างเขื่อน โดยโปรเจกต์นี้เป็นความร่วมมือของ Kärcher Japan ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงชื่อดังจากเยอรมนี ที่ใช้เวลาฉีดล้างคราบยาวนานกว่า 3 สัปดาห์ จนได้ภาพงานศิลปะซามูไรขนาดมหึมาออกมาอวดโฉมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
By ทีมบรรณาธิการ AAJทำความรู้จัก "เขื่อนมัตสึดากาวะ" ผู้พิทักษ์เงียบของเมืองอาชิคางะ
เขื่อนมัตสึดากาวะเป็นเขื่อนเอนกประสงค์ที่สร้างขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาแม่น้ำมัตสึดากาวะ ในจังหวัดโทจิกิ โดยมีภารกิจสำคัญในการบรรเทาอุทกภัย อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางน้ำ และเป็นแหล่งน้ำประปาหลักที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองอาชิคางะมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996)
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เขื่อนแห่งนี้เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ที่คอยโอบอุ้มและปกป้องความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของคนในท้องถิ่นอย่างเงียบ ๆ และในปี พ.ศ. 2569 นี้เอง ก็เป็นโอกาสอันดีที่เขื่อนแห่งนี้จะครบรอบ 30 ปีอย่างเป็นทางการ
จากเขื่อนที่แทบจะไม่เคยมีชื่อปรากฏอยู่ในคู่มือท่องเที่ยวไหน ๆ แต่ในวันนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่คุ้มค่าและคุ้มเวลาจนต้องหาโอกาสมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต
เปิดแนวคิดโปรเจกต์ "ภาพวาดซามูไร" ศิลปะสุดอลังการบนเขื่อนยักษ์
โปรเจกต์「BRING BACK THE SAMURAI Powered by Kärcher」ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสุดลึกซึ้งอย่าง "การก้าวข้ามกาลเวลา เพื่อปลุกชีพซามูไรให้กลับมาโลดแล่นในโลกปัจจุบัน" ซึ่งความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของงานชิ้นนี้ อยู่ที่การเลือกใช้เทคนิคศิลปะที่เรียกว่า「Reverse Graffiti」หรือ "ศิลปะย้อนกลับ"
ความอัศจรรย์ของเทคนิคนี้คือ ไม่ใช่การสะบัดฝีแปรงหรือแต่งแต้มสีสันใด ๆ ลงบนกำแพง แต่เป็นการใช้ "เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง" ค่อย ๆ ชะล้างคราบตะไคร่น้ำและสิ่งสกปรกที่สะสมมาอย่างยาวนานบนตัวเขื่อนออกไปอย่างประณีต จนเกิดเป็นความต่างของแสงและเงา เผยให้เห็นภาพลักษณ์ของนักรบซามูไรยักษ์ที่ซ่อนอยู่ ค่อย ๆ ปรากฏโฉมเด่นชัดขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง
สำหรับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบภาพในครั้งนี้ คือ เคลาส์ เดาเวน (Klaus Dauven) ศิลปินชื่อดังชาวเยอรมัน ผู้ซึ่งเคยสร้างประวัติศาสตร์เนรมิตผลงานศิลปะบนเขื่อนชิ้นแรกของประเทศญี่ปุ่น ณ เขื่อนมัตสึดากาวะแห่งนี้มาแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) และการกลับมาสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นการกลับมาเยือนอีกครั้งในรอบ 18 ปีเลยทีเดียว
Klaus Dauven ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังผลงาน
แรงบันดาลใจเบื้องหลังภาพซามูไรยักษ์นี้ มาจาก "เซ็ตสึบุน โยโรอิ โทชิโคชิ" (Setsubun Yoroi Toshikoshi) เทศกาลประเพณีโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองอาชิคางะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 750 ปี โดยเคลาส์ เดาเวนได้หยิบยกภาพลักษณ์ของเหล่านักรบโบราณผู้สวมชุดเกราะจากบันทึกประวัติศาสตร์ มาตีความใหม่ผ่านคอนเซปต์ "ผู้พิทักษ์"
งานชิ้นนี้จงใจส่งต่อข้อความสุดลึกซึ้งที่ว่า "หากซามูไรคือผู้ปกป้องชีวิตผู้คน เขื่อนแห่งนี้ก็คือผู้ปกป้องผืนแผ่นดิน" เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสองสิ่งมีร่วมกันในการดูแลท้องถิ่นแห่งนี้
เปิดภาพ 4 นักรบซามูไร: ทรงพลังบนกำแพงเขื่อนยักษ์
สำหรับเบื้องหลังการสร้างสรรค์ศิลปะบนเขื่อน (Dam Art) ชิ้นนี้ คือการใช้เทคนิคฉีดล้างคราบสกปรกและตะไคร่น้ำที่สะสมมานานกว่า 20 ปีออกไปบางส่วนเพื่อไล่เฉดสี ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบได้ ต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน ตั้งแต่การรังวัดพื้นที่ไปจนถึงการฉีดล้างจริง
ทีมงานต้องเริ่มจากการร่างโครงภาพลงบนกำแพงเขื่อน ก่อนจะใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงค่อย ๆ ไล่ล้างคราบสกปรกเพื่อให้ภาพของซามูไรปรากฏขึ้นมาทีละน้อย และเพื่อเก็บรายละเอียดความพริ้วไหวรวมถึงอารมณ์บนใบหน้าของซามูไรให้สมบูรณ์แบบที่สุด ทีมงานต้องกำหนดจุดรังวัด (Survey Points) บนกำแพงเขื่อนมากถึง 2,055 จุด! ที่สำคัญ งานนี้ไม่มีคำว่าแก้ตัว เพราะหากฉีดล้างคราบออกไปแล้วจะไม่สามารถแต่งแต้มกลับคืนมาได้ ทุกขั้นตอนจึงต้องเต็มไปด้วยความพิถีพิถันและแม่นยำสูงสุด
ในที่สุด ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ก็ได้เผยให้เห็นใบหน้าของ 4 ยอดนักรบซามูไรที่ลอยเด่นอยู่บนกำแพงเขื่อนยักษ์ สายตาอันสงบนิ่งที่แฝงไปด้วยความรู้สึกราวกับกำลังจ้องมองสัจธรรมของชีวิตและความตาย กลายเป็นเสน่ห์อันทรงพลังที่ผสานความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างเข้ากับอารมณ์อันลึกซึ้งของมนุษย์ได้อย่างลงตัว
ด้าน เคลาส์ เดาเวน ศิลปินผู้สร้างสรรค์ ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า "เป็นความยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้ปลุกความทรงจำจากอดีตให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในยุคปัจจุบัน และสามารถส่งต่อความรู้สึกอันเป็นสากลนี้ไปถึงใจของผู้คนได้"
ครั้งหนึ่งในชีวิต กับทัศนียภาพสุดพิเศษแห่งเมืองอาชิคางะ ที่รอให้คุณมาสัมผัสในช่วงเวลานี้
ทว่างานศิลปะชิ้นเอกนี้ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ผืนกำแพงคอนกรีตจะเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยคราบฝุ่นและตะไคร่น้ำตามธรรมชาติอีกครั้ง คาดว่าภาพ "ซามูไรยักษ์" นี้จะค่อย ๆ เลือนหายไปอย่างเป็นธรรมชาติในระยะเวลาประมาณ 2 ปี
เหล่าซามูไรที่ลอยเด่นอยู่บนเขื่อนอันยิ่งใหญ่ จึงเปรียบเสมือนภาพสะท้อนที่ปลุกประวัติศาสตร์และความทรงจำอันทรงคุณค่าของเมืองอาชิคางะให้กลับมามีชีวิต พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนให้ได้ร่วมชื่นชมเคียงคู่ไปกับสีสันของธรรมชาติที่แปรเปลี่ยนไปในแต่ละฤดูกาล... กลายเป็นทัศนียภาพสุดพิเศษที่งดงามและสัมผัสได้แค่ในช่วงเวลานี้เท่านั้น
DATA
-สถานที่ตั้ง : Matsudagawa Dam, Matsuda-cho, Ashikaga-shi, Tochigi Prefecture
-ระยะเวลาจัดแสดง : ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป (คาดว่าจะจัดแสดงเป็นเวลาประมาณ 2 ปี)
-ค่าเข้าชม : ฟรี (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
-การเดินทาง : เดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากสถานีรถไฟ Ashikaga Station (JR Ryomo Line)
-วิดีโอโปรเจกต์ : https://www.youtube.com/watch?v=XO1zAHN9DhA