All About Japan

โพสต์ท่าถ่ายรูปยังไงที่เห็นแล้วญี่ปุ่นสุดๆ!

ถ่ายภาพ
โพสต์ท่าถ่ายรูปยังไงที่เห็นแล้วญี่ปุ่นสุดๆ!

มาทำความรู้จัก "ตู้ปุริคุระ" หรือตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ที่เป็นกระแสมาจนถึงทุกวันนี้ทั้งในหมู่วัยรุ่นญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวกันดีกว่า เมื่อพูดถึงการถ่ายรูปแล้ว จะพลาดกับเรื่องของท่าโพสต์สุดน่ารักของสาวๆ ญี่ปุ่นได้ยังไงกันล่ะ อยากแบ๊วแบบสาวญี่ปุ่นต้องไม่พลาดบทความนี้! เอ๊ะ...แล้วคำว่า "อาซาโตย" ที่วัยรุ่นชอบพูดกันแปลว่าอะไรกันนะ

ตู้ปุริคุระคืออะไรกันนะ

ตู้ปุริคุระ (Puri Kura) หมายถึงตู้ถ่ายรูปแบบสติกเกอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของตู้ปุริคุระมาจากพนักงานสาวคนหนึ่งของบริษัทแอทลัส (Atlus) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเกมชื่อดังที่ชื่อซาซากิ มิโฮะ (Sasaki Miho) มีไอเดียที่จะทำให้การถ่ายรูปออกมาเป็นรูปแบบสติกเกอร์ ตู้ปุริคุระเครื่องแรกจึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1995 ปัจจุบันตู้ปุริคุระก็มีการพัฒนาไปมาก เช่น ตู้ปุริคุระสำหรับการคอสเพลย์ (Cosplay) เรียกว่า โคซุปุริ (Kosupuri) เพื่อคนที่ชอบแต่งคอสเพลย์แล้วเล่นถ่ายรูปกัน บางร้านมีบริการให้ยืมชุดด้วย

สำหรับตู้ปุริคุระบางสาขานั้นไม่อนุญาตให้กลุ่มผู้ชายล้วนเข้าใช้บริการ เนื่องจากป้องกันการก่ออาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น แอบถ่ายรูปผู้หญิง เป็นต้น

ทำไมตู้ปุริคุระถึงเป็นที่นิยมสุดๆ

ตู้ปุริคุระ มีจุดขายเด่นๆ ตรงที่สามารถแต่งรูปได้ตามใจชอบก่อนที่จะกดถ่ายออกมา ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งรูปด้วยกรอบรูปหลากสีหลากรูปแบบหลายสไตล์ ตกแต่งด้วยธีมต่างๆ เช่นคริสต์มาส ฮาโลวีน เป็นต้น หรือจะเป็นการเปลี่ยนพื้นผิวของผิวพรรณ ลบจุดด่างดำ ขยายดวงตาให้โต ตกแต่งด้วยเอฟเฟกต์ต่างๆ เช่น หัวใจ ดวงดาว ประกายแสง เป็นต้น ตกแต่งด้วยข้อความและลวดลายต่างๆ

อีกทั้ง ยังมีฟังก์ชั่นส่งรูปเข้าอีเมลโทรศัพท์ได้ด้วย เรียกว่าสามารถแต่งอะไรกับรูปก็ได้ให้ออกมาสวยถูกใจ ตู้นี้จึงเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยรุ่นและเหล่าคู่รักที่ต้องการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอย่างมาก

ตู้ปุริคุระ มักจะตั้งอยู่ตามเกมเซ็นเตอร์ สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟทั่วประเทศ ถนนทาเคชิตะ (Takeshita-dori) ซึ่งเป็นถนนสายช็อปปิ้งชื่อดัง ร้านปุริคุระ แลนด์ โนอา (Purikura Land Noa) ที่ฮาราจูกุ (Harajuku) ซึ่งเป็นแหล่งรวมตู้ปุริคุระ

โพสต์ท่าถ่ายรูปยังไงให้แบ๊วแบบสาวญี่ปุ่น

พูดถึงการโพสต์ท่าถ่ายรูปที่สาวๆ ญี่ปุ่นนิยมก็มีท่าโพสต์น่ารักๆ ความคิดสร้างสรรค์เยอะแยะทีเดียว ลองมาดูท่าโพสต์ยอดฮิตของสาวญี่ปุ่นกันดูซิเผื่อว่าจะเอาไปโพสต์ถ่ายที่ตู้ปุริคุระดูบ้าง

1. ท่ากำลังเสยผม มัดผมแล้วสบสายตาแบ๊วๆ มองกล้อง
2. เอียงคอนิดๆ พร้อมขยิบตาวิ้งๆ ให้กล้อง
3. ทำนิ้วมือไขว้เป็นรูปหัวใจดวงเล็กๆ โชว์แถวปากหรือแก้มให้ดูน่ารัก
4. ทำมือเหมือนอุ้งเท้าแมวมาประกบแถวๆ คาง ทำหน้าเหมือนน้องแมวเหมียวขี้อ้อน ดูแล้วน่าทะนุถนอมสุดๆ
5. เอามือข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างรองแก้ม ยิ้มหวาน อาจจะหลับตาพริ้มหรือทำตาโตๆ เหมือนกำลังว้าวกับอะไรบางอย่าง
6. เอาสองนิ้วจิ้มแก้ม อาจใช้นิ้วชี้หรือนิ้วใดนิ้วหนึ่งของมือแต่ละข้างจิ้มแก้มแล้วยิ้ม
7. ชูสองนิ้วสู้ตายที่ฮิตตลอดกาลของสาวๆ ญี่ปุ่น
8. ทำท่าส่งจูบ
9. ทำท่าหัวเราะแล้วเอามือปิดปาก
10. ท่าแบบ Gao เหมือนขยุ้มมือกางกรงเล็บจะขย้ำแบบสัตว์ป่าแสนน่ารัก

เป็นอย่างไรบ้างคะ ตัวอย่างด้านบนก็น่าจะพอเป็นไอเดียแจ่มๆ ให้เพื่อนๆ ลองเอาไปโพสต์ถ่ายปุริคุระกันได้นะ รับรองใครได้เห็นแล้วต้องร้องว่า "ญี่ปุ่นสุดๆ" อย่างแน่นอน

รู้มั้ยว่าสาวญี่ปุ่นไม่ได้แบ๊วไปซะทุกคนนะ!

และเมื่อพูดถึงการโพสต์ท่าแบบผู้หญิงน่ารัก ก็ทำให้นึกถึงผู้หญิงญี่ปุ่นที่น่ารักอีกแบบที่ไม่ใช่ "คาวาอี้" (Kawai) ผู้หญิงญี่ปุ่นที่ว่านี้เป็นประเภททำตัวน่ารักลวงๆ เวลามองก็จะช้อนตาขึ้นเหมือนออดอ้อน มักชอบสกินชิพ (การสัมผัสกันทางร่างกาย) บ่อยๆ และเวลาอยู่กับผู้ชายก็มักจะเข้าไปใกล้ๆ เกือบจะแนบชิด และใช้คำพูดคำจาที่น่ารักเสียงอ่อนเสียงหวานแบบเกินกว่าเหตุเพื่อดึงดูดให้ผู้ชายสนใจ

ทั้งนี้หนุ่มๆ คนไหนที่เคยเจอแบบนี้ก็อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะสาวๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นทำเพื่อคิดหวังเอาผลประโยชน์ค่ะ สำหรับผู้หญิงน่ารักแบบนี้เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "อาซาโตย" (Azatoi) นั่นเอง ครั้งหน้าต้องระมัดระวังหน่อยแล้วว่าคนไหนเป็นสไตล์คาวาอี้หรืออาซาโตยกันแน่

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย