All About Japan

งานหัตถกรรมญี่ปุ่นสุดน่ารักเหมาะซื้อเป็นของฝาก

ร้านขายผลิตภัณฑ์พื้นเมือง
งานหัตถกรรมญี่ปุ่นสุดน่ารักเหมาะซื้อเป็นของฝาก

งานหัตถกรรมหรืองานแฮนด์คราฟท์ (Hand Craft) ในแบบญี่ปุ่น เป็นส่วนหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะและเป็นงานที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น แต่ละชิ้นมีความเป็นมาและมีความหมายน่าสนใจ ทำขึ้นจากวัสดุคุณภาพดีเยี่ยม เหมาะกับการซื้อเป็นของขวัญ ของฝากจากญี่ปุ่น อย่างเช่นที่จะแนะนำดังต่อไปนี้

วัวแดงอากะเบโกะ (Akabeko)

อากะเบโกะ (Akabeko) ตุ๊กตารูปวัวสีแดงที่ทำจากกระดาษสาญี่ปุ่นซ้อนทับกับหลายๆ ชั้น คล้ายกับงานเปเปอร์มาเช่ เป็นงานหัตถกรรมพื้นเมืองที่ถือกำเนิดในแถบไอซุ (Aizu) จังหวัดฟุคุชิมะ (Fukushima)

ชื่ออากะเบโกะ มาจากคำในภาษาญี่ปุ่น 2 คำ ประกอบด้วยอากะ (Aka) แปลว่า สีแดง ที่ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าสีแดงเป็นสีที่ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และคำว่า เบโกะ (Beko) เป็นภาษาท้องถิ่นภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku) แปลว่า วัว

วัวแดงอากะเบโกะมีความหมายในฐานะเครื่องรางนำโชคและหัตถกรรมจากจังหวัดฟุคุชิมะที่ผู้มาเยือนนิยมซื้อไปฝากคนรอบตัวเพื่อแทนคำอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรงและขจัดปัดเป่าความโชคร้ายกับโรคภัยไข้เจ็บอีกทั้งยังเปรียบเหมือน วัวนำโชคและเทพเจ้าที่คอยคุ้มครองเด็กๆ ซึ่งความน่ารักอย่างหนึ่งของตุ๊กตาวัวแดงก็คือส่วนหัวที่โยกขึ้นลงได้

และในปัจจุบัน สถานที่หลายแห่งในไอซุ ก็มีโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมเวิร์กชอปเพ้นท์ตุ๊กตาอากะเบโกะ โดยจะเตรียมส่วนของตุ๊กตาวัวไว้ให้ลูกค้าได้ออกแบบลวดลายแต่งแต้มใบหน้าด้วยตนเอง เช่น ย่านท่องเที่ยวปราสาทซึรุกะ (Tsuruga)

ตุ๊กตาโคเคชิ (Kokeshi Doll)

ตุ๊กตาโคเคชิ (Kokeshi Doll) งานหัตถกรรมดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะและเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดมิยางิ (Miyagi) ลักษณะเป็นตุ๊กตาทำจากไม้ทั้งชิ้นอย่างประณีตที่มีหัวกลมลำตัวทรงกระบอก ไม่มีแขนกับขาและใบหน้าที่ตกแต่งแบบเรียบเฉยเพราะไม่ต้องการบ่งบอกอารมณ์อย่างชัดเจนในขณะที่ลำตัวก็จะตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้ ในสมัยก่อนตุ๊กตาโคเคชิคือของเล่นสำหรับเด็กและในปัจจุบันศิลปะของงานหัตถกรรมอันเรียบง่ายและสะท้อนของความเป็นญี่ปุ่นของตุ๊กตาโคเคชิก็ได้กลายเป็นของฝากของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมจากผู้มาเยือนจังหวัดมิยางิ

และที่เมืองน้ำพุร้อนนารุโกะอนเซ็น (Naruko Onsen) แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของจังหวัดก็เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์จัดแสดงตุ๊กตาโคเคชิ (Kokeshi Musuem) สำหรับผู้ที่สนใจเรื่องราวความเป็นมาของตุ๊กตาในเชิงประวัติศาสตร์ มีกิจกรรมการสาธิตวิธีการประดิษฐ์ตุ๊กตาด้วยแป้นหมุนโดยศิลปินช่างฝีมือ

หรือถ้าต้องการออกแบบตุ๊กตาโคเคชิเป็นของตัวเอง ก็มีร้านขายตุ๊กตาหลายแห่งในจังหวัดมิยางิ ที่เปิดห้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมเวิร์กชอปทำตุ๊กตาโคเคชิ โดยส่วนใหญ่จะมีตัวแบบทำด้วยไม้ที่ไม่มีลวดลายเตรียมไว้ให้หลายแบบ หลายขนาด และให้ลูกค้าเลือกระบายสีตกแต่งได้ตามต้องการ อีกทั้งยังนำกลับบ้านได้ด้วย

ซานุกิคาการิ เทมาริ (Sanukikagari Temari)

ซานุกิคาการิ เทมาริ (Sanukikagari Temari) งานหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดคางาวะ (Kagawa) ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะและได้รับการยกย่องให้เป็นผลิตภัณฑ์งานฝีมือดั้งเดิมของคางาวะที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ลักษณะเป็นลูกบอลไหมพรมหลากหลายลวดลาย โดยไหมพรมที่ใช้นั้นก็ทำมาจากฝ้ายที่ปลูกในจังหวัดคางาวะและใช้ข้าวเปลือกเป็นไส้ตรงกลางปักลวดลายด้วยไหมพรมสีสันต่างๆ ซึ่งเป็นสีจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นโทนสีพาสเทล อีกทั้งลวดลายส่วนใหญ่ก็ให้ความรู้สึกถึงความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น ลายดอกไม้ตามฤดูกาล

ซานุกิคาการิ เทมาริ ได้รับการสืบทอดวิธีการทำตั้งแต่อดีตต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้ ถือเป็นงานหัตถศิลป์ที่ทรงคุณค่าอย่างหนึ่งและปัจจุบันทางจังหวัดได้จัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ซานุกิคาการิ เทมาริ เมื่อปี ค.ศ 1983 เพื่อส่งต่อเทคนิคการทำลูกบอลนี้ให้คนรุ่นต่อไป นอกจากนี้สมาคมนี้ยังจัดให้มีการเวิร์กชอปสำหรับผู้ที่สนใจพร้อมทั้งมีร้านขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยมีเจ้าหน้าสมาคมและผู้สอนกว่า 150 คน ทำหน้าที่ในการสอนวิธีทำลูกบอลไหมพรมเพื่อเป็นการสืบสานงานหัตถกรรมชิ้นนี้ให้คงอยู่ต่อไป

ซานุกิคาการิ เทมาริ มีการพัฒนาด้านการประดิษฐ์ในรูปแบบใหม่ๆ เรื่อยมา ทั้งในส่วนของสีสันไหมพรมใหม่ๆ ลวดลายใหม่ๆ และการประยุกต์ใช้ให้เข้ากับยุคสมัย เช่น ลูกบอลไหมพรมขนาดเล็กสำหรับเป็นที่คล้องมือถือ ซึ่งถือเป็นของฝากและของที่ระลึกที่ได้รับความสนใจมากจากนักท่องเที่ยว

เครื่องเหล็กนัมบุเทคคิ (Nanbutekki)

นัมบุเทคคิ (Nanbutekki) คือชื่อของงานหัตถศิลป์โบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี มีต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองโมริโอกะ (Morioka) จังหวัดอิวาเตะ เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในการซื้อเป็นของฝากจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

นัมบุเทคคิ ถือได้ว่าเป็นทั้งงานศิลปะและสิ่งของสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ขั้นตอนการผลิตแบบดั้งเดิมที่สืบทอดต่อกันมา มีกว่า 65 ขั้นตอนและที่สำคัญทุกขั้นตอนต้องทำด้วยมืออย่างประณีต เรียกว่าเป็นงานช่างฝีมือที่ต้องใช้การฝึกฝนเรื่องของเทคนิคระดับสูง กว่าจะได้ออกมาเป็นเครื่องเหล็กแต่ละชิ้น เช่น กาต้มน้ำชา หม้อ กระทะ โดยที่ผ่านมาจะมีเพียงสีดำแค่สีเดียว แต่ในปัจจุบันได้ประยุกต์ให้มีสีสันหลากหลายมากขึ้น เช่น สีขาว สีชมพู สีฟ้า สีเขียว เหมาะกับการซื้อไปเป็นของฝากหรือซื้อกลับไปใช้เอง

ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของผลิตภัณฑ์อย่างกาน้ำชานัมบุก็คือ สามารถเก็บความร้อนได้เป็นอย่างดีและ น้ำชาร้อนที่อุ่นในกาซึ่งมีองค์ประกอบของธาตุเหล็ก ส่งผลให้ชามีรสชาติอร่อยขึ้น หรือถ้าใส่น้ำร้อนธรรมดาก็จะมีรสอ่อนๆ กลมกล่อมมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกาน้ำชานัมบุ ก็ยังเป็นเหมือนของตกแต่งบ้านในตัวเองได้อีกด้วย

โคมไฟกระดาษนาโกย่า (Nagoya Chochin)

โคมไฟกระดาษ หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกโชชิน (Chochin) เป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สามารถพบเห็นได้ในหลายๆ พื้นที่ทั่วประเทศ และเมืองนาโกย่า (Nagoya) ในจังหวัดไอจิ (Aichi) ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการประดิษฐ์โคมไฟกระดาษแบบพับที่สืบทอดกันมายาวนานจากบรรดาช่างฝีมือตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงทุกวันนี้ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่น ประกอบด้วย กระดาษวาชิ ไม้ไผ่ ไม้ และน้ำยาเคลือบ นำมาออกแบบลวดลายและรูปทรงต่างๆ ที่ส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่น เช่น โคมไฟกระดาษตัวอักษรญี่ปุ่นที่มักจะแขวนตามวัดหรือศาลเจ้า

ในสมัยก่อน เจ้าเมืองนาโกย่าในยุคนั้นเคยมีการออกคำสั่งให้แขวนโคมไฟกระดาษตามถนนในตัวเมืองให้มีบรรยากาศสว่างไสว ขยายเวลาทำการของร้านค้าและร้านอาหารให้เปิดบริการได้นานขึ้นและที่สำคัญคือเพื่อให้หญิงสาวและเด็กๆ สามารถออกมาเดินในยามค่ำคืนได้อย่างปลอดภัย

ปัจจุบันโคมไฟกระดาษหลากหลายรูปแบบ อาทิ โคมไฟแขวน โคมไฟตั้งโต๊ะ ได้กลายเป็นของฝาก ของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเมืองนาโกย่า ที่มีทั้งความสวยงาม ทนทาน ใช้ประโยชน์ในบ้านได้ ซึ่งร้านขายโคมกระดาษหลายๆ ร้านในย่านท่องเที่ยวก็มีกิจกรรมเวิร์กชอป เปิดสอนวิธีทำโคมไฟกระดาษให้กับผู้สนใจด้วย บางร้านก็วอล์คอินเข้าไปเรียนได้เลย ไม่ต้องจองล่วงหน้า แต่ถ้าต้องการเรียนรู้เทคนิคแบบโบราณที่ซับซ้อนมากขึ้นก็จะมีคลาสเรียนกับช่างฝีมือโบราณ โดยจะต้องทำการจองล่วงหน้าด้วย

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)