All About Japan

รวม 10 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนตุลาคม

| ใบไม้แดง
รวม 10 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนตุลาคม

เดือนตุลาคมถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของการชมใบไม้เปลี่ยนสีตามสถานที่ต่างๆ ในแถบตอนเหนือของญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันก็ยังมีทั้งงานเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงสุดยิ่งใหญ่ให้สัมผัสด้วยเช่นกัน วันนี้เราได้คัดเลือก 10 สุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นในเดือนตุลาคมมาฝากทุกคนที่มีแผนจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในระหว่างเดือนนี้

1. เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ จ.โทยาม่า (Tateyama Kurobe Alpine, Toyama)

สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังที่สามารถแวะไปเยือนได้ทุกฤดู โดยเส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะจะเริ่มต้นที่บริเวณภูเขาทาเตยามะ (Mount Tateyama) ในจังหวัดโทยาม่า (Toyama) และไปสิ้นสุดที่สถานีโองิซาวะ (Ogisawa) ในจังหวัดนะงะโนะ (Nagano) ระยะทางยาวประมาณ 25 กิโลเมตร แต่หนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดก็คือในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้พบกับภาพของพรรณไม้หลากสีสันที่เปลี่ยนสีอย่างสวยงามตลอดทั้งเส้นทางซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่า 2400 เมตร และรายล้อมไปด้วยแนวภูเขาแอลป์ญี่ปุ่นอันงดงาม และมีรูปแบบกิจกรรมในการชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นกระเช้าลอยฟ้า หรือเดินไปตามเส้นทางชมธรรมชาติหลากหลายเส้นทาง เช่นบริเวณที่ราบมุโระโด (Murodo-daira) หรือพื้นที่ชุ่มน้ำทุ่งมิดางะฮาระ (Midagahara Wetlands)

เวลาเปิดปิด : ระบบขนส่งระหว่างเส้นทางมีเวลาให้บริการแตกต่างกันไป
ค่าเข้าชม : ฟรี เสียเฉพาะค่าเดินทาง
การเดินทาง : สถานี Tateyama

2. เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงทาคายาม่า จ.กิฟุ (Takayama Autumn Festival, Gifu)

เทศกาลฤดูใบไม้ร่วงทาคายาม่า เป็น 1 ใน 2 เทศกาลยิ่งใหญ่ประจำเมืองทาคายาม่าซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 ตุลาคมของทุกปี โดยอีกเทศกาลคือเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยว และเป็นสัญญาณว่าต้องเตรียมตัวสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือน โดยเสน่ห์ของเทศกาลนี้อยู่ที่การแห่รถลากแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า ยาไต (Yatai) ซึ่งมีทั้งหมด 11 คัน โดยแต่ละคันจะมีความสูงใหญ่ และได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม รวมถึงมีการประดับด้วยโคมไฟในยามค่ำคืน และเฉพาะในขบวนแห่ก็มีจำนวนผู้เข้าร่วมกว่าหนึ่งพันคน ซึ่งทุกคนจะสวมใส่ชุดญี่ปุ่นแบบโบราณ พร้อมกับมีการบรรเลงดนตรีระหว่างการเดินขบวน ส่วนนักท่องเที่ยวนอกจากจะได้เพลิดเพลินกับการชมขบวนแห่ในเทศกาลแล้ว ในระหว่างการจัดงานก็ยังมีแผงลอยที่ขายอาหารหลากหลายชนิดให้เลือกชิมกันอีกด้วย

การเดินทาง : สถานี Takayama

3. นาข้าวขั้นบันไดโฮชิทาเกะ จ.นีงาตะ (Hoshitoge Terraced Rice Fields, Niigata)

เมื่อพูดถึงจังหวัดนีงาตะ หนึ่งในของขึ้นชื่อที่หลายคนรู้จักกันดีก็คือพันธุ์ข้าวที่อาจเรียกได้ว่ามีความอร่อยมากที่สุดในญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกันในเมืองโทคามาจิ (Tokamachi) ก็ยังเป็นที่ตั้งของนาข้าวขั้นบันไดโฮชิทาเกะ หนึ่งในนาข้าวขั้นบันไดที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งความสวยงามจากภูมิประเทศโดยรอบ และยังมีชื่อเสียงจากการถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์ของญี่ปุ่น โดยช่วงฤดุใบไม้เปลี่ยนสีหรือราวเดือนตุลาคมถือเป็นช่วงที่ข้าวในนาออกรวงและเปลี่ยนสีสันเป็นสีทองพร้อมกันอย่างงดงาม แต่การชมนาข้าวขั้นบันไดนั้นมีข้อควรระวังอยู่ว่าพื้นที่นานั้นไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ ไม่ควรเดินเข้าไปโดยตรง แต่ควรแวะชมหรือถ่ายภาพจากจุดต่างๆ ที่มีความปลอดภัยและไม่ล่วงล้ำพื้นที่ของผู้อื่นเท่านั้น

เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : สถานี Matsudai แล้วต่อรถแท็กซี่ประมาณ 20 นาที

4. ปั่นจักรยานเส้นทางเส้นทางชิมะนะมิไคโด จ.ฮิโรชิม่า (Cycling at Shimanami Kaido route, Hiroshima)

เดือนตุลาคมนอกจากจะเป็นช่วงต้นของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงาม ยังถือเป็นช่วงเวลาที่มีอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนและไม่หนาวจนเกินไป จึงเหมาะแก่การปั่นจักรยานไปบนเส้นทางเส้นทางชิมะนะมิไคโด ซึ่งถือเป็นเส้นทางปั่นจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น เป็นเส้นทางยาว 70 กม.ที่เชื่อมระหว่างเมืองโอโนะมิจิ จ.ฮิโรชิม่า และเมืองอิมาบาริ จ.ไอจิ และมีความสวยงามของวิวทิวทัศน์ระหว่างการปั่นทั้งจากภาพของทะเลเซโตะ สะพานแขวนทะทะระโอฮะชิ และสถานที่ท่องเที่ยวตามรายทางอีกมากมาย โดยไม่ว่าจะเป็นนักปั่นจักรยานระดับมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ ก็สามารถเลือกปั่นจักรยานบนเส้นทางนี้ได้ โดยอาจเลือกปั่นแบบวันเดียวจบ ปั่นสั้นๆ ตามเส้นทางย่อย หรือปั่นตลอดเส้นทางแบบแวะพักค้างคืนตามจุดต่างๆ แบบไม่เร่งรีบก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ไม่ต้องลำบากเตรียมจักรยานมาเอง เพราะบริเวณสถานีรถไฟ รวมถึงตามจุดต่างๆ ระหว่างเส้นทางนั้นมีร้านเช่าจักรยานคอยให้บริการอยู่ตลอด

เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : สถานี Imabari หรือสถานี Onomichi

5. ทะเลสาบโทวาดะ จ.อาโอโมริ (Lake Towada, Aomori)

ทะเลสาบโทวาดะในจังหวัดอาโอโมริ ถือเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ในช่วงเดือนตุลาคม โดยทะเลสาบโทวาดะนั้นเป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่มีความลึกเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น และยังห้อมล้อมไปด้วยด้วยแนวภูเขาฮักโกดะ (Hakkoda Mountain) ทำให้วิวใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่มีความสวยงามทั้งจากต้นไม้รอบทะเลสาบ และไกลออกไปจนถึงต้นไม้บนภูเขาที่เปลี่ยนสีสันไปพร้อมๆ กัน โดยกิจกรรมยอดฮิตในการชมใบไม้เปลี่ยนสีของทะเลสาบแห่งนี้คือการล่องเรือชมวิวในทะเลสาบ หรือหากต้องการชมวิวมุมสูงก็มีจุดชมวิว ฮักกะ โออุเกะ (Hakka touge observatory) ที่สามารถมองเห็นตัวทะเลสาบและแนวภูเขาโดยรอบอย่างสวยงาม นอกจากนี้พื้นที่รอบทะเลสาบยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อีกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ เดินป่า หรือพายเรือแคนูในทะเลสาบ

เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานี Aomori ขึ้นรถบัส JR Bus Mizuumi-Go มาลงป้าย Towadako

6. เทศกาลนิอิฮะมะ ไทโกะ จ.เอฮิเมะ (Niihama Taiko Festival, Ehime)

อีกหนึ่งเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ในเดือนตุลาคมที่ไม่ควรพลาด ก็คือเทศกาลนิอิฮะมะ ไทโกะในจังหวัดเอฮิเมะ โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมของทุกปี ที่เมืองนีฮะมะ (Niihama) และเป็น เป็น 1 ใน 3 เทศกาลยิ่งใหญ่แห่งภูมิภาคชิโกกุ ซึ่งมีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่าหนึ่งพันปี โดยจุดเด่นหลักของเทศกาลนี้คือการแข่งขันที่ชื่อว่า “คะคิคุระเบะ” (Kakikurabe) ซึ่งเป็นการแห่เกี้ยวรูปทรงกลองไทโกะขนาดใหญ่ น้ำหนัก 3 ตัน และสูงราว 5.5 เมตร ที่ตกแต่งอย่างสวยงามกว่า 50 ขบวนไปรอบเมือง โดยใช้ชายฉกรรจ์จำนวนกว่า 150 คนต่อขบวน ซึ่งแต่ละขบวนก็จะแข่งกันแสดงพละกำลังในการแบกเกี้ยว เทศกาลนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าเทศกาลโอโตโคะ (Otoko Matsuri) ซึ่งแปลว่า “เทศกาลของผู้ชาย” โดยถือเป็นเทศกาลที่มีทั้งบรรยากาศของความคึกคัก และยิ่งใหญ่อลังการที่ควรแวะไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

การเดินทาง : สถานี Niihama

7. โจซังเคออนเซ็น จ.ซัปโปโร (Jozankei Onsen, Sapporo)

ภูมิภาคฮอกไกโดถือเป็นจุดแรกๆ ที่จะได้มีโอกาสสัมผัสกับความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนตุลาคม นอกจากตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ แล้ว จุดที่มีชื่อเสียงอีกหนึ่งแห่งก็คือโจซังเคออนเซ็น แหล่งออนเซ็นที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองซัปโปโร และยังถือเป็นเมืองอนเซ็นที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด โดยมีโรงแรมและเรียวกังที่ให้บริการบ่อออนเซ็นกว่า 12 แห่ง และยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติจากพื้นที่ตังซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ(Shikotsu-Toya National Park) และมีความสวยงามจากทั้งหน้าผาสูงกับแม่น้ำโทโยฮิระ (Toyohira River) ที่ไหลผ่าน ซึ่งในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีนั้น ทั้งในตัวเมืองและภูเขา แม่น้ำโดยรอบต่างเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เปลี่ยนสีสันอย่างสวยงาม และนอกจากการแช่อนเซ็น ยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ทั้งการล่องเรือไปตามแม่น้ำ หรือเดินป่าเพื่อสำรวจความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีอย่างใกล้ชิด

เวลาเปิดปิด : โรงแรมและเรียวกังแต่ละแห่งมีเวลาเปิดทำการแตกต่างกันออกไป
ค่าเข้าชม : มีเฉพาะค่าบริการแช่อนเซ็นสำหรับผู้ที่ไม่ใช่แขกโรงแรม 500-1,500 เยน
การเดินทาง : จาก Sapporo Station Bus Terminal ขึ้นรถบัสมาลงป้าย Jozankei Onsen

8. อุทยานแห่งชาติโอเซ จ.กุนมะ (Oze National Park, Gunma)

อุทยานแห่งชาติโอเซ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติขนาดใหญ่ในจังหวัดกุนมะ ซึ่งพื้นที่ของอุทยานประกอบไปด้วยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ราบลุ่ม บ่อน้ำ ทุ่งกว้าง ไปจนถึงภูเขาอย่างภูเขาชิบุทสึ (Shibutsu) ซึ่งเป็นหนึ่งในร้อยภูเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น รวมถึงยอดเขาฮิอุจิงะทะเกะ (Hiuchigatake) ซึ่งมีความสูงมากที่สุดในภูมิภาคโทโฮคุ โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป พื้นที่ของอุทยานแห่งนี้จะเริ่มเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาล ทำให้สามารถชมวิวสวยๆ ของใบไม้เปลี่ยนสีได้จากแทบทุกจุด และยังสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลายรูปแบบที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปตามเส้นทางสำรวจธรรมชาติ ปีนเขา หรือการขับรถไปตามจุดต่างๆ ของอุทยาน

เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : เนื่องจากอุทยานแห่งชาติมีขนาดค่อยข้างใหญ่ และมีรถสาธารณะให้บริการไม่มาก วิธีที่ดีที่สุดคือเช่ารถขับ

9. ถนนอิโรฮาซากะ จ.โทชิงิ (Irohazaka, Tochigi)

หลายคนอาจเข้าใจว่าวิธีการชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี คือการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ หรือวัดเก่าแก่ต่างๆ แต่ที่ถนนอิโรฮาซากะในเมืองนิกโก้ (Nikko) จังหวัดโทชิงินั้นเป็นการชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีด้วยการขับรถไปตามถนนที่มีทางโค้งกว่า 48 โค้งขึ้นไปบนภูเขา ด้วยรูปแบบถนนนั้นทำให้ต้องขับรถอย่างช้าๆ จึงเปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับทั้งต้นไม้สองข้างทางที่เปลี่ยนสีสันอย่างงดงาม และวิวมุมสูงของธรรมชาติเบื้องล่าง และระหว่างถนนสายนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวคุโรคามิไดระ (Kurokami-daira View Point) กระเช้าลอยฟ้าอาเคจิไดระ (Akechidaira Ropeway) รวมถึงน้ำตกเคงง (Kegon Fall) อันขึ้นชื่อของนิกโก้

เวลาเปิดปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : วิธีที่ดีที่สุดคือเช่ารถขับ

10. ภูเขาฮักโกดะ จ.อาโอโมริ (Hakkoda Mountain, Aomori)

ภูเขาฮักโกดะถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคโทโฮคุ ด้วยความสูงกว่า 1,585 เมตร ที่นี่จึงเป็นสถานที่แรกๆ ในภูมิภาคที่จะได้สัมผัสความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี และยังมีจุดที่เป็นไฮไลท์อย่างกระเช้าลอยฟ้าฮักโกดะ (Hakkoda Ropeway) ที่สร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่มาเยือนภูเขาแห่งนี้จากภาพของต้นไม้เบื้องล่างที่เปลี่ยนสีสันทั้งเหลือง ส้ม แดงอย่างสวยงาม และเมื่อขึ้นกระเช้าไปถึงยอดเขาโทโมะยะชิดาเกะ (Tamoyachidake Peak) ก็สามารถเพลิดเพลินกับวิวใบไม้เปลี่ยนสีแบบ 360 องศา และหากมีเวลาเหลือ และเช่ารถขับมาเอง บริเวณภูเขาฮักโกดะยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกหลายแห่ง เช่น สะพานโจกะคุระ (Jogakura Ohashi) ทะเลสาบซึตะนุมะ (Tsuta Numa Lake) รวมถึงซาคะยุออนเซ็น (Sakayu Onsen) ที่สามารถแวะพักค้างคืนหรือแช่อนเซ็นไปพร้อมๆ กับชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อีกด้วย

เวลาเปิดปิด : 09.00 – 16.20 น.
ค่าเข้าชม : มีเฉพาะค่ากระเช้า 2,000 เยน
การเดินทาง : จากสถานี Aomori ขึ้นรถบัสมาที่สถานีกระเช้าลอยฟ้า Hakkoda Ropeway

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก
นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย