All About Japan

รู้จักที่เที่ยวเดือนมิถุนายนในคันไซ

| Kansai
รู้จักที่เที่ยวเดือนมิถุนายนในคันไซ

เดือนมิถุนายนอาจถือเป็นช่วงฤดูฝนของญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีเสน่ห์หลากหลายรูปแบบที่มอบความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่แพ้ช่วงเวลาอื่นๆ โดยคราวนี้เราจะพาไปเจาะลึกที่เที่ยวเดือนหกในภูมิภาคคันไซ ซึ่งมีทั้งสวนดอกไม้สวยๆ เทศกาลยูกาตะอันยิ่งใหญ่ กิจกรรมจับปลาแบบโบราณ หรือชมหิ่งห้อยในยามค่ำคืน

1. ชมทุ่งดอกไม้พร้อมวิวท้องทะเลที่สวนดอกไม้อาวาจิ ซาจิกิ จ.เฮียวโงะ (Awaji Sajiki Koen Park, Hyogo)

หลายคนอาจคุ้นเคยกับสวนดอกไม้หลากหลายรูปแบบในญี่ปุ่น แต่สำหรับสวนดอกไม้อาวาจิ ซาจิกิ ในจังหวัดเฮียวโงะนั้นมีความโดดเด่นทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ และมีดอกไม้สวยๆ หลากหลายชนิดให้ชมได้ตลอดทั้งปี และที่ตั้งของสวนซึ่งอยู่บนเนินเขาของเกาะอาวาจิ ทำให้สามารถชมดอกไม้ไปพร้อมกับมีวิวท้องทะเลสีครามเป็นฉากหลัง

ดอกไม้ที่จะได้เจอที่สวนแห่งนี้มีทั้งดอกเรปซีดหรือดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสดใสในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และดอกคอสมอสหลากสีสันในฤดูใบไม้ร่วง และสำหรับใครที่แวะมาในช่วงเดือนมิถุนายน ก็จะได้เจอกับทุ่งดอกเวอร์บีนาสีม่วงที่บานสะพรั่งพร้อมกันภายในสวนแห่งนี้ และถ้าชมดอกไม้เสร็จแล้ว ภายในสวนก็ยังมีร้านขายของที่ระลึก รวมถึงร้านขายซอฟท์ครีมที่เป็นสูตรเฉพาะของทางสวน และมีรสชาติไม่ซ้ำกันในแต่ละฤดูให้ลองชิมอีกด้วย

การเดินทาง: วิธีที่สะดวกที่สุดคือเช่ารถขับ หากใช้ขนส่งสาธารณะ ให้นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Maiko แล้วต่อรถบัสมาลงที่ป้าย Higashi-Ura จากนั้นต่อรถแท็กซี่ไปที่สวน
เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี

2. สวมชุดยูกาตะไปร่วมรื่นเริงในเทศกาลยูกาตะฮิเมจิ จ.เฮียวโงะ (Himeji Yukata Festival, Hyogo)

2. สวมชุดยูกาตะไปร่วมรื่นเริงในเทศกาลยูกาตะฮิเมจิ จ.เฮียวโงะ (Himeji Yukata Festival, Hyogo)

สำหรับใครที่มีแผนมาเยือนปราสาทแลนด์มาร์คอย่างปราสาทฮิเมจิที่เมืองฮิเมจิแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดก็คือการเข้าร่วมเทศกาลยูกาตะ ฮิเมจิ ซึ่งจัดขึ้นทุกปีระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายน ที่บริเวณถนนรอบปราสาทฮิเมจิ โดยภายในงานจะเต็มไปด้วยผู้คนที่สวมชุดยูกาตะหรือชุดกิโมโนสำหรับฤดูร้อนหลากสีสันมาเข้าร่วมงาน และยังมีกิจกรรมสนุกๆ มากมาย เช่นขบวนพาเหรดชุดยูกาตะ การแสดงดนตรี งานเต้นรำ ไปจนถึงการออกร้านขายของและอาหารอร่อยๆ หลากหลายรูปแบบ

โดยเทศกาลยูกาตะที่เมืองฮิเมจินี้ถือเป็นเทศกาลที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นในบรรดาเทศกาลที่คล้ายกัน โดยคาดว่าเริ่มจัดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1732 – 1741 หรือเกือบสี่ร้อยปีมาแล้ว สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีชุดยูกาตะ ก็สามารถไปหาเช่าภายในงานได้ และใครที่ใส่ชุดยูกาตะระหว่างเทศกาลนี้ยังสามารถเข้าชมปราสาทฮิเมจิได้ฟรี รวมถึงอาจจะได้รับส่วนลดจากร้านค้าและร้านอาหารบางร้านอีกด้วย

การเดินทาง: จากสถานี Himeji สามารถเดินไปสถานที่จัดงานหรือนั่งรถ Himeji Castle Loop Bus ก็ได้
เวลาทำการ: งานเริ่มตั้งแต่ 16.30 – 21.30 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี

3. สนุกและตื่นตาไปกับ “อุไค” การจับปลาด้วยนกกาน้ำที่แม่น้ำนะกะระ จ.กิฟุ (Nagara River Ukai, Gifu)

สำหรับใครที่มองหากิจกรรมที่มีทั้งความตื่นตา ความสวยงาม ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และยังได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น หนึ่งในกิจกรรมที่มีครบทุกรสชาติที่ว่ามานี้ก็คือ “อุไค” หรือการจับปลาโดยใช้นกกาน้ำ ซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิมของชาวประมงญี่ปุ่นที่ในปัจจุบันเหลือให้เห็นอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น และหนึ่งในจุดที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือที่แม่น้ำนะกะระ จ.กิฟุ ซึ่งจะจัดกิจกรรมนี้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถร่วมนั่งในเรือหาปลาเพื่อสัมผัสบรรยากาศการจับปลาอย่างใกล้ชิด ซึ่งความสวยงามและความตื่นตาจะมาจากเปลวไฟที่หัวเรือที่ส่องสว่างเพื่อให้มองเห็นปลา และภาพของนกกาน้ำที่กระโจนลงไปจับปลาใต้ผืนน้ำมาให้กับเหล่าชาวประมง

ส่วนใครที่มาเที่ยวในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จะมีตัวเลือกเพิ่มเติมในการสัมผัสกับบรรยากาศการจับปลาแบบอุไคคล้ายๆ กันนี้ได้ที่อื่นในบริเวณคันไซ เช่นที่แม่น้ำอุจิกาวะในเมืองอุจิ และแม่น้ำโออิกาวะในเมืองเกียวโต ทั้งสองแห่งอยู่ในจังหวัดเกียวโต

การเดินทาง: สถานี Gifu แล้วต่อรถแท็กซี่
เวลาทำการ: เริ่มตั้งแต่ 18.45 น. เป็นต้นไป
ค่าเข้าชม: 3,100 – 3,400 เยน

4. ชมดอกอะจิไซและสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ที่สวนรุกขชาติเทศบาลโกเบ จ.เฮียวโงะ (Kobe Municipal Arboretum, Hyogo)

สิ่งที่เป็นเสน่ห์สำคัญของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายนก็คือการผลิบานของดอกอะจิไซ หรือดอกไฮเดรนเยีย ซึ่งมอบความสดใสให้กับช่วงฤดูฝนด้วยช่อดอกสีพาสเทลสดใส โดยหนึ่งในจุดที่สามารถชมความสวยงามของดอกอะจิไซได้เยอะเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคคันไซก็คือที่สวนรุกขชาติเทศบาลโกเบ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาร็อกโกะ ชานเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ

ภายในสวนรุกขชาติแห่งนี้มีต้นไฮเดรนเยียอยู่กว่าห้าหมื่นต้น มากกว่า 350 สายพันธุ์ และยังเป็นถิ่นกำเนิดของไฮเดรนเยียพันธุ์ "Shichi-danka" สายพันธุ์หายากซึ่งจะมีดอกที่ขนาดเล็กกว่าปกติ นอกจากนี้พื้นที่โดยรวมของสวนแห่งนี้ยังมีพันธุ์ไม้อื่นๆ อีกกว่า 1,200 ชนิด และด้วยพื้นที่ที่อยู่บนภูเขา ทำให้มีอากาศที่เย็นสบายกว่าพื้นที่ทั่วไป จนเป็นจุดที่ได้รับความนิยมในการเดินทางมาปิกนิกและพักผ่อนของชาวเมือง โดยในช่วงเดือนมิถุนานั้นนอกจากจะได้พบกับดอกไฮเดรนเยียร์ที่บานสะพรั่งไปทั่วภูเขาแล้ว ยังได้เจอดอกบัวสวยๆ ในบึงน้ำที่ออกดอกในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย

การเดินทาง: สถานี Kita Susurandai แล้วขึ้น Shuttle Bus ฟรีของสวน
เวลาเปิดทำการ: 09.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: 300 เยน

5. ชมความสวยงามของหิ่งห้อยยามค่ำคืนในงานชมหิ่งห้อยที่ตึกอุเมดะสกาย จ.โอซาก้า (Umeda Firefly Night, Osaka)

สิ่งพิเศษอีกหนึ่งอย่างที่จะพบได้ในเดือนมิถุนายนที่ญี่ปุ่นก็คือ “หิ่งห้อย” ซึ่งในปัจจุบันค่อนข้างหาดูได้ยาก และอาจต้องเดินทางเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ค่อนข้างลึก แต่ที่ใจกลางเมืองใหญ่อย่างโอซาก้า บริเวณสวน Nakashizen-no-Mori ซึ่งตั้งอยู๋ใจกลางโอซาก้า หน้าตึกอุเมดะสกาย จะมีการจัดเทศกาลชมหิ่งห้อยที่ชื่อว่า Umeda Firefly Night ขึ้นในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งสามารถสัมผัสกับความสวยงามของหิ่งห้อยจำนวนมากในยามค่ำคืน และยังมีการนำหิ่งห้อยบางส่วนมาใส่ไว้ในกล่องพลาสติกใสเพื่อให้สามารถดูและถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิด

เนื่องจากเป็นงานที่จัดขึ้นกลางเมือง จึงสะดวกมากๆ และทำให้มีผู้เข้าร่วมค่อนข้างมากในแต่ละปี แต่ก็จะมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมภายในสวนอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับหิ่งห้อยในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติจริงๆ อีกหนึ่งในจุดที่สามารถเจอกับหิ่งห้อยได้ในโอซาก้าก็คือบริเวณหุบเขามิโนะ พื้นที่ธรรมชาติซึ่งเป็นที่ตั้งของน้ำตกมิโนะที่มีชื่อเสียง

การเดินทาง: สถานี Osaka
เวลาทำการ: เริ่มตั้งแต่ 19.30 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก
นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย