All About Japan

จุดชมซากุระสุดสวยเดือนพฤษภาคมในโทโฮคุ Tohoku

| ซากุระ , โทโฮคุ
จุดชมซากุระสุดสวยเดือนพฤษภาคมในโทโฮคุ Tohoku

สำหรับใครที่พลาดชม หรือเคยชมซากุระในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้าในเดือนมีนา-เมษามาแล้ว เดือนพฤษภาก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ดอกซากุระในภูมิภาคโทโฮคุกำลังผลิบานอย่างสวยงาม ซึ่งหลายแห่งนั้นมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไปจากภูมิภาคอื่นๆ และเราได้คัดเลือกจุดชมซากุระสุดสวย 6 แห่งในทั้ง 6 จังหวัดของภูมิภาคโทโฮคุมาฝากเพื่อให้คุณได้หาโอกาสไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง

1. สวนคิตะคามิ เทนโชจิ จ.อิวาเตะ (Kitakami Tenshouchi, Iwate)

สวนคิตะคามิ เทนโชจิ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ริมแม่น้ำในเมืองคิตะคามิ จ.อิวาเตะ ในช่วงเวลาทั่วไป ชื่อของเมืองคิตะคามิอาจไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ที่นี่จะเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาสัมผัสความสวยงามของดอกซากุระ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 10,000 ต้น ซึ่งส่วนหนึ่งปลูกเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำเป็นความยาว 2 กิโลเมตร และยังรายล้อมไปด้วยบรรยากาศของธรรมชาติที่งดงามทั้งแม่น้ำและภูเขาอิวาเตะที่ยังคงมีหิมะปกคลุมอยู่เป็นฉากหลัง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจทั้งการออกร้านขายอาหารและเครื่องดื่มในช่วงเทศกาลชมซากุระ การล่องเรือชมซากุระไปตามแม่น้ำ การจัดแสดงไฟ Light up ในยามค่ำคืนตั้งแต่ 19.00 – 21.00 น. รวมถึงกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์คือการนั่งรถม้าไปตามอุโมงค์ซากุระ นอกจากนี้ในวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมยังเป็นวันเด็กผู้ชายของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการแขวนธงปลาคาร์พหลากสีสันบริเวณริมแม่น้ำที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่สวยงามในการชมดอกซากุระมากขึ้นไปอีก

เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: สถานี Kitakami แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถบัสมาลงที่ป้าย Tenshochi

2. ซากุระริมแม่น้ำริมแม่น้ำชิโรอิชิ จ.มิยางิ (Shiroishi River Hitome Zenbon Sakura, Miyagi)

อีกหนึ่งจุดชมซากุระริมแม่น้ำในบรรยากาศที่น่าประทับใจที่จ.มิยางิ โดยคำว่า “Hitome Zenbon Sakura” นั้นมีความหมายว่า “ซากุระพันต้น” ซึ่งบ่งบอกถึงจำนวนต้นซากุระประมาณ 1,200 ต้นในพื้นที่บริเวณนี้ แม้ว่าจำนวนของต้นซากุระอาจจะไม่มากเท่ากับที่อื่นๆ แต่ก็ทดแทนด้วยบรรยากาศที่สวยงามจากทั้งแม่น้ำ บางจุดก็มีดอกนาโนะฮานะสีเหลืองสวยงาม และสามารถเห็นภูเขาซาโอะที่ทอดตัวเป็นแนวยาวอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ยังมีรางรถไฟทอดยาวขนานไปกับทางเดินชมดอกซากุระความยาว 3.5 กิโลเมตร ทำให้มีโอกาสถ่ายรูปสวยๆ ของขบวนรถไฟที่แล่นผ่านไปท่ามกลางซากุระที่กำลังผลิบาน สำหรับกิจกรรมที่นี่มีทั้งการล่องเรือชมซากุระในแม่น้ำ การออกร้านขายของในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระ และการประดับไฟ Light up ในยามค่ำคืนที่บริเวณสถานี Ogawara


เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: สถานี Ogawara หรือสถานี Funaoka

3. ซากุระที่ถนนคันโจไกโดริ เมืองโทวาดะ จ.อาโอโมริ (Towada City Kanchogai-dori, Aomori)

แม้โทโฮคุจะเป็นภูมิภาคที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ป่าไม้ ภูเขา แต่ก็ยังมีจุดชมซากุระใจกลางเมืองที่มีความสวยงามอยู่เช่นกัน นั่นคือบริเวณถนนคันโจไกโดริ ในเมืองโทวาดะ จ.อาโอโมริ ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนสั้นๆ ที่มีความยาวประมาณ 1.1 กิโลเมตร และมีต้นซากุระจำนวน 156 ปลูกเรียงรายอยู่ตลอดความยาวของถนนสายนี้

เนื่องจากพื้นที่ทางเดินนั้นมีความกว้างเป็นพิเศษ จึงสามารถเดินชมซากุระไปพร้อมกับบรรยากาศของเมืองได้อย่างน่าประทับใจ และระหว่างทางเดินยังมีรูปปั้นรูปม้า และอานม้าตั้งอยู่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสัญลักษณ์ในฐานะที่เมืองโทวาดะนั้นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องการเพาะเลี้ยงม้าสายพันธุ์ดีมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นไปที่จุดชมวิวของศาลากลางเมืองโทวาดะ (Towada City Hall) ที่ตั้งอยู่ระหว่างถนนสายนี้เพื่อชมวิวมุมสูงของถนนสายซากุระแห่งนี้ได้อีกด้วย

การเดินทาง: สามารถนั่งรถไฟชินคังเซ็นไปจนถึงสถานี Hachinohe ต่อรถบัสมาลงป้าย Towadashi Chuo

4. สวนฮานามิยามะ จ.ฟุคุชิมะ (Hanamiyama Park, Fukushima)

จุดชมซากุระส่วนใหญ่นั้นมักจะมีเพียงต้นซากุระที่โดดเด่นอยู่เพียงอย่างเดียว แต่ที่สวนฮานามิยามะที่จ.ฟุคุชิมะนั้นแตกต่างจากที่อื่นๆ ตรงที่บนเนินเขาเล็กๆ ทั้งเนินเขานั้นมีทั้งต้นซากุระหลากหลายสายพันธุ์ และดอกไม้อีกนานาชนิด เช่น ดอกบ๊วย ฟอร์ซีเธีย และแมกโนเลีย ซึ่งผลิดอกบานพร้อมกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จนเกิดเป็นภาพของเนินเขาที่แต่งแต้มด้วยสีสันที่หลากหลายทั้งชมพู แดง เหลือง ขาว ที่หาชมไม่ได้จากที่อื่นๆ และด้วยสายพันธุ์ของซากุระที่หลากหลายและมีระยะเวลาผลิบานที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ที่นี่มีซากุระให้ชมตลอดหนึ่งเดือนเต็มๆ ในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม และยังมีเส้นทางเดินชมดอกไม้ซึ่งแบ่งออกเป็นสามเส้นทางตามเวลาที่ต้องใช้คือ 30, 45 และ 60 นาที ซึ่งจะเป็นการเดินขึ้นไปตามเนินเขาที่ปลูกต้นไม้เอาไว้เพื่อสัมผัสความสวยงามของดอกไม้แต่ละชนิดอย่างใกล้ชิด แถมเมื่อขึ้นไปอยู่บนเนินก็จะได้มองเห็นภาพของดอกไม้หลากสีสันพร้อมกับฉากหลังที่เป็นแนวภูเขาที่สวยงามไปพร้อมๆ กัน

เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: เดินทางด้วยชินคังเซ็นไปจนถึงสถานี Fukushima แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือขึ้นรถบัสไปยังฮานามิยามะที่มีให้บริการเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ

5. สวนคะโจ จ.ยามากาตะ (Kajo Park, Yamagata)

สวนคะโจ ในจ.ยามากาตะเป็นพื้นที่สวนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของปราสาทยามากาตะ โดยในปัจจุบันเหลือเพียงส่วนของประตู สะพาน และรั้วหินของปราสาท และมีต้นซากุระรายล้อมอยู่ในบริเวณต่างๆ รวมกว่า 1,500 ต้น มีมุมสวยๆ ทั้งซากุระที่ผลิบานเรียงรายบริเวณคูน้ำรอบปราสาท บริเวณสะพานไม้โบราณที่ทอดข้ามคูน้ำ การประดับแสงไฟต้นซากุระในยามค่ำคืน ไปจนถึงมุมที่มองเห็นต้นซากุระและรถไฟโทโฮคุชินคันเซ็นและรถไฟอีกหลายๆ ขบวนค่อยๆ ลดความเร็วเพื่อจอดที่สถานียามากาตะซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่สามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถไฟชินคันเซ็น สวนแห่งนี้ยังมีขนาดค่อนข้างกว้าง สำหรับคนที่มีเวลา ที่นี่ถือว่าเหมาะสำหรับการซื้อเครื่องดื่มและอาหารมานั่งปิกนิกตามมุมต่างๆ ภายในสวนพร้อมกับชมซากุระในบรรยากาศสบายๆ ซึ่งไม่ได้เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหมือนกับจุดอื่นๆ

เวลาทำการ: 05.00 – 22.00
ค่าเข้าชม: ฟรี
การเดินทาง: จากสถานี Yamagata แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

6. คาคุโนะดาเตะ จ.อากิตะ (Kakunodate, Akita)

คาคุโนะดาเตะเป็นจุดชมซากุระในจ.อากิตะที่มักจะติดอันดับจุดชมซากุระอันดับต้นๆ ในภูมิภาคโทโฮคุเสมอ ทั้งจากบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์จากการเป็นอดีตหมู่บ้านซามูไรอายุ 300 ปีที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้อย่างดีจนมีบรรยากาศสไตล์ย้อนยุค กับต้นซากุระสายพันธุ์ห้อย้อย หรือชิดาเระซากุระจำนวนมากในพื้นที่ซึ่งให้ความสวยงามมากกว่าซากุระสายพันธุ์ปกติ นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงหลั่งไหลมาสัมผัสความสวยงามของคาคุโนะดาเตะในช่วงฤดูใบไม้ผลิกันเป็นปกติ

โดยนอกจากบริเวณที่เป็นโซนอาคารเก่าแล้ว เมื่อเดินมาเรื่อยๆ ก็ยังมีจุดชมซากุระที่สวยงามอีกแห่งก็คือริมแม่น้ำฮิโนะคิไน (Hinokinai River) บวกกับอาคารบางส่วนที่ปรับให้เป็นพิพิธภัณฑ์ และร้านรวงต่างๆ ที่สามารถแวะชมแวะพักได้ตามสะดวก ทำให้ที่นี่เป็นจุดที่สามารถใช้เวลาท่องเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งวัน และยังสามารถหาเช่าชุดกิโมโนมาถ่ายรูปสวยๆ ให้เข้ากับบรรยากาศได้เช่นกัน

การเดินทาง: นั่งรถไฟชินคังเซ็นไปยังสถานี Kakunodate จากสถานีสามารถเดินทางด้วยเท้าหรือแท็กซี่ก็ได้

ผู้เขียน: ชินพงศ์ มุ่งศิริ
เริ่มต้นทำงานเป็นช่างภาพอิสระหลังเรียนจบ เดินทางไปถ่ายภาพที่ประเทศญี่ปุ่นบ่อยครั้งจนครบทั้ง 4 ฤดูอันสวยงาม และเกือบครบทุกภูมิภาค มีผลงานภาพถ่ายตีพิมพ์ในไกด์บุ๊คระดับโลกอย่าง Lonely Planet ถึง 3 เล่ม คือ Discovery Japan, Japan และ Kyoto รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง National Geographic Traveler UK, BBC Travel, Travel+Leisure, TIME และอีกมาก
นอกจากการถ่ายทอดความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นผ่านภาพถ่าย ปัจจุบันยังหันมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางตัวอักษรทั้งในฐานะนักเขียนและนักแปลควบคู่กันไปอีกด้วย