All About Japan

เที่ยวชมบอนไซ ต้องไปที่ญี่ปุ่น

| พิพิธภัณฑ์ , สวน
เที่ยวชมบอนไซ ต้องไปที่ญี่ปุ่น

บอนไซ (Bonsai) ได้ขื่อว่าเป็นศิลปะการปลูกต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่นและความนิยมในการเลี้ยงบอนไซเป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่สมัยแรกเริ่มในยุคเฮอันก็ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับบอนไซหลายแห่ง ซึ่งในครั้งนี้ก็จะพาไปรู้จักที่เที่ยวที่สามารถชมความงดงามของบอนไซได้ทั้งหมด 5 แห่งด้วยกัน

ทำความรู้จักบอนไซ (Bonsai)

บอนไซ (Bonsai) คือการปลูกต้นไม้ในกระถางที่เปรียบเหมือนศิลปะแขนงหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีความหมายลึกซึ้งในหลายๆ แง่มุมจากการปลูกต้นไม้ลงในกระถางขนาดเล็กและดูแลรักษาเป็นอย่างดีภายใต้แนวคิดการนำธรรมชาติอันยิ่งใหญ่มาย่อส่วนอยู่ในกระถางให้ชื่นชมได้

การปลูกบอนไซให้ความสำคัญกับการดูแล ตั้งแต่ราก ลำต้น กิ่ง ก้านและใบ มีเทคนิคการตกแต่งให้สวยงามได้หลากหลายวิธีตามความเหมาะสมกับต้นไม้นั้นๆ เช่น การดัดกิ่งก้านให้โค้งงอโดยใช้ลวดยึดไว้ให้อยู่กับที่ หรือออกแบบให้รากไต่กิ่งก้านบนโขดหิน การตกแต่งและสร้างองค์ประกอบให้เหมือนกิ่งย้อยจากหน้าผา การตัดแต่งกิ่งก้าน การเลือกกระถางบอนไซ การเปลี่ยนกระถางบอนไซอย่างเหมาะสม

ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ให้ความเพลิดเพลินและฆ่าเวลาได้ดีมาก บ้างก็บอกว่าเหมาะกับผู้สูงอายุเพราะช่วยให้ไม่เป็นโรคหลงลืม แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้สมาธิสูงด้วย งานอดิเรกเกี่ยวกับบอนไซจึงต้องมีทั้งทักษะการดูแลต้นไม้ ไอเดียศิลปะ และความอดทนด้วย เพราะถึงจะต้นเล็กแต่การเติบโตของบอนไซนั้นก็ยังกินเวลานานไม่แพ้ต้นไม้ใหญ่

ประวัติคร่าวๆ ของบอนไซ (Bonsai)

บอนไซ มีจุดเริ่มต้นจากการพัฒนาการปลูกไม้ในกระถางของชาวจีนโบราณและได้ถูกนำมาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเฮอัน (Heian) ซึ่งได้รับความสนใจในกลุ่มชนชั้นขุนนางและซามูไร ทำเป็นงานอดิเรกในยุคคามาคุระ จากนั้นเมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะ ศิลปะบอนไซ ไม้กระถางและการแต่งสวนก็เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย กระทั่งมีการก่อตั้งสมาคมบอนไซแห่งประเทศญี่ปุ่น (The Nippon Bonsai Association) เมื่อปี ค.ศ. 1965 โดยเป็นสมาคมขนาดใหญ๋ ถึงกับมีอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายโยชิดะ ชิเงรุ (Yoshida Shigeru) เป็นนายกสมาคมคนแรก

ปัจจุบันบอนไซได้กลายเป็นอดิเรกของชาวญี่ปุ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์และต้องอาศัยความมีใจรักในการเล่นบอนไซจึงมีช่วงที่กระแสความนิยมลดลงบ้างแต่ทุกวันนี้บอนไซก็เปรียบเหมือนศิลปะอีกแขนงหนึ่งของญี่ปุ่นที่ได้รับความสนใจไปยังหลายๆ ประเทศ และวันนี้ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับบอนไซที่น่าสนใจจะแนะนำ 5 แห่ง ดังต่อไปนี้

1. หมู่บ้านบอนไซโอมิยะ จังหวัดไซตามะ (Omiya Bonsai Village, Saitama)

หมู่บ้านบอนไซโอมิยะ (Omiya Bonsai Village) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1925 และย้ายมายังจังหวัดไซตามะจากที่ตั้งในอดีตที่โตเกียวเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ในปัจจุบันเป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบอนไซหลากหลายรูปแบบให้ได้ชมและทุกเรื่องราวเกี่ยวกับการปลูกบอนไซ มีเรือนเพาะชำบอนไซ การจัดงานเทศกาลบอนไซโอมิยะ (Omiya Bonsai Festival) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี โดยในปี ค.ศ. 2010 ก็ได้มีการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะบอนไซโอมิยะ (Omiya Bonsai Art Museum) ภายในแบ่งเป็นโซนต่างๆ เช่น ห้องนิทรรศการสำหรับจัดแสดงบอนไซรวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทุกอย่าง มีสวนบอนไซที่จัดแสดงภายนอกอาคาร ตลอดจนกิจกรรมเวิร์คชอปเรียนรู้การดูแลบอนไซ การสาธิตขั้นตอนปลูกบอนไซให้กับผู้ที่สนใจและการจัดแสดงบอนไซสวยงามที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละช่วงเวลาด้วย

เวลาทำการ : ช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม 09.00-16.30 น. ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 09.00-16.00 น. (หยุดทำการทุกวันพฤหัสบดี)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่: 310 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย นักศึกษาและผู้สูงอายุ (65 ปี ขึ้นไป) 150 เยน
นักเรียนประถมและมัธยมต้น 100 เยน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Utsunomiya Line ไปลงที่สถานีโทโระ (Toro Station) และเดินต่อประมาณ 5 นาที

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

2. ศูนย์บอนไซคินาชิ จังหวัดคางาวะ (Kinashi Bonsai Centre, Kagawa)

ศูนย์บอนไซคินาชิ (Kinashi Bonsai Centre) ตั้งอยู่ในเมืองคินาชิ จังหวัดคางาวะ (Kagawa) ซึ่งเป็นย่านที่มีการปลูกบอนไซจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ของประเทศ จุดเด่นของบอนไซที่ศูนย์แห่งนี้ก็คือส่วนใหญ่เป็นบอนไซต้นสนที่ปลูกในท้องถิ่นมีรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่นและมีหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งบางสายพันธุ์ก็หาชมได้ยาก นอกจากการจัดแสดงบอนไซก็ยังมีโซนอื่นๆ ภายในศูนย์ เช่น เรือนเพาะชำและเรือนอนุบาลต้นบอนไซตั้งแต่ยังเป็นต้นอ่อนทั้งหมด 13 แห่ง ที่มีรูปแบบของการดูแลและการจัดตกแต่งสถานที่ด้วยบอนไซแตกต่างกันไป พร้อมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทุกเรื่องราวเกี่ยวกับบอนไซสำหรับผู้ที่สนใจ อีกทั้งยังมีการจัดงานนิทรรศการ งานอีเวนท์ รวมถึงการเปิดตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนบอนไซเป็นประจำทุกสัปดาห์ด้วย

เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมและซื้อขายบอนไซ ทุกๆ วันที่ 5, 15 และ 25 ของทุกเดือน (ยกเว้น วันที่ 5 กรกฎาคม, 5 สิงหาคม, 5 กันยายน และ 5 มกราคม)

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Yosan Line ไปลงสถานีคินาชิ (Kinashi Station) และเดินอีกประมาณ 15-20 นาที หรือโดยสารรถแท็กซี่ประมาณ 5 นาที

3. พิพิธภัณฑ์บอนไซชุนคะเอ็น โตเกียว (Shunkaen Bonsai Museum, Tokyo)

พิพิธภัณฑ์บอนไซชุนคะเอ็น ตั้งอยู่ในเขตเอโดกาวะ (Edogawa) ของกรุงโตเกียว (Tokyo) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีการจัดแสดงบอนไซจำนวนมากกว่า 1,000 ต้น ภายในบ้านแบบญี่ปุ่นในลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศการประดับตกแต่งบอนไซในบ้านรูปแบบต่างๆ ก่อตั้งขึ้นโดย โคบายาชิ คุนิโอะ (Kobayashi kunio) ศิลปินด้านบอนไซชื่อดังของประเทศที่ได้รับรางวัลเกี่ยวกับบอนไซมากมายและเดินทางไปสาธิตการปลูกบอนไซมาแล้วหลายประเทศ

ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ก็คือในสวนที่มีต้นสนบอนไซอายุราว 1,000 ปี ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกในคอลเลกชันของโคบายาชิ คุนิโอะ รวมทั้งการจัดแสดงบอนไซที่เคยประกวดได้รางวัลให้ได้ชมกันและมีพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมสวนบอนไซพร้อมกับดื่มชาและรับประทานขนมในบรรยากาศเงียบสงบด้วย

นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมให้ความรู้และบรรยายเรื่องบอนไซตลอดจนการทำเวิร์คชอปการตกแต่งดูแลบอนไซและปลูกบอนไซของตัวเองให้กับผู้ที่สนใจซึ่งจะมีให้บริการทุกวันโดยต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเข้าพิพิธภัณฑ์

เวลาทำการ : 10.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 800 เยน, เด็กนักเรียน 600 เยน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Sobu Line ไปลงสถานีโคอิวะ (Koiwa Station) จากนั้นขึ้นรถประจำทาง Keisei-bus หมายเลข 76 ไปลงป้าย Keiyo-guchi bus stop และเดินอีกประมาณ 5 นาที

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

4. สวนโชวะคิเน็น โตเกียว (Showa Kinen Park, Tokyo)

สวนโชวะคิเน็น (Showa Kinen Park) ในกรุงโตเกียว (Tokyo) เป็นสวนสาธารณะที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และแบ่งออกเป็นหลายโซน หนึ่งในนั้นก็คือโซนของสวนบอนไซ (Bonsai Garden) ซึ่งมีทั้งการจัดแสดงต้นบอนไซและส่วนของนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์บอนไซรวมถึงขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการปลูกบอนไซทุกขั้นตอน และบอนไซที่นำมาจัดแสดงให้ได้ชมในสวนแห่งนี้ก็ได้รับความร่วมมือในการนำมาตกแต่งประดับสวนจากสมาคมบอนไซแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีบอนไซสวยงามจากทั้ง 4 ฤดูกาลที่แตกต่างมาให้ได้ชม เช่น ต้นบอนไซที่มีใบเป็นสีแดงในฤดูใบไม้ร่วงหรือใบไม้เปลี่ยนสี ต้นพลับบอนไซที่ออกลูกเหลืองสดใส ต้นบอนไซเก่าแก่อายุกว่า 80 ปี ทีมีรากหยั่งลึก เป็นต้น

เวลาทำการ : ช่วงเดือนมีนาคม-ตุลาคม 09.30-17.00 น. ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ 09.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 410 เยน, เด็ก 80 เยน, ผู้ใหญ่อายุมากว่า 65 ปีขึ้นไป 210 เยน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Chuo Line ไปลงที่สถานีนิชิ-ทะชิคะวะ (Nishi-Tachikawa Station) แล้วเดินต่ออีก 2 นาที

(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)

5. สวนริทสึริน จังหวัดคางาวะ (Ritsurin Garden, Kagawa)

สวนริทสึริน (Ritsurin Garden) เป็นสวนสาธารณะในจังหวัดคางาวะ (Kagawa) ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นสวนญี่ปุ่นดั้งเดิมขนาดใหญ่และสวยงาม สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1620 ภายในสวนมีพื้นที่ต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น สระน้ำ เนินเขาจำลอง สวนดอกไม้ที่ผลัดกันผลิบานตลอดปี รวมถึงการประดับตกแต่งสวนด้วยบอนไซหลากหลายรูปแบบที่จะได้พบในสวนแห่งนี้ หลายๆ จุดมีการตกแต่งด้วยบอนไซอย่างสวยงามผสมผสานกับการตกแต่งสวนเซนแบบญี่ปุ่น ต้นไม้ที่มักจะพบเห็นการตัดแต่งเป็นบอนไซในสวนก็มีหลายสายพันธุ์ เช่น ต้นเมเปิ้ลญี่ปุ่น และต้นสนสายพันธุ์เมืองทาคามัตสึ (Takamatsu) ที่จัดว่าเป็นบอนไซหายาก มีหลายขนาด หลายรูปทรงให้ได้ชมในสวนริทสึรินแห่งนี้ นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมของทุกปีก็จะมีการจัดงานเทศกาลบอนไซร่วมกับศูนย์บอนไซคินาชิ (Kinashi Bonsai Centre) ด้วย

เวลาทำการ : แตกต่างกันไปตามฤดูกาล
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 410 เยน, เด็ก 170 เยน

การเดินทาง : ขึ้นรถไฟสาย JR Kotoku Line ไปลงสถานีริทสึรินโคเอ็น-คิตะกูชิ (Ritsurinkoen-Kitaguchi Station) และเดินอีกประมาณ 10 นาที

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)