All About Japan

รวมสุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม

| ซากุระ , ดอกไม้
รวมสุดยอดที่เที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม

พฤษภาคมเป็นช่วงที่มีดอกไม้สวยงาม และบางพื้นที่ก็ยังมีซากุระที่บานช้าให้ได้ชมกันอยู่ และยังมีเทศกาลสำคัญๆ ที่น่าสนใจมากมาย

May

1 ทุ่งดอกเนโมฟีลา สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค, จังหวัดอิบารากิ (Hitachi Seaside Park, Ibaraki)

สำหรับที่เที่ยวเดือน 5 แห่งแรกขอแนะนำทุ่งดอกเนโมฟีลา หรือเบบี้บลูอายส์ (Baby Blue Eyes) ที่สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อของจังหวัดอิบารากิ ดอกเนโมฟิลาเป็นดอกไม้สีฟ้าไปจนถึงออกม่วงๆ จะออกดอกบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บานสั้นๆแค่ช่วงเมษายน - พฤษภาคม

ดอกเนโมฟิลากว่า 4,500,000 ดอกจะบานสะพรั่งปกคลุมไปทั่วเนินมิฮาราชิ (Miharashi no Oka) ซึ่งมีความสูง 58 เมตร เป็นภาพวิวทิวทัศน์สีฟ้าสุดประทับใจ ประกอบด้วยสีฟ้าของดอกเนโมฟีลา สีฟ้าของท้องฟ้า และสีฟ้าของท้องทะเล นอกจากนี้ก็ยังมีดอกไม้สวยๆ อีกหลายชนิดที่สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ที่นี่มีรถรางให้บริการสำหรับคนที่ไม่อยากเดินเยอะมากด้วย หรือถ้าใครอยากปั่นจักรยานชมสวนก็สามารถเช่าไปขี่ได้

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชม
เดือนเมษายน - เดือนพฤษภาคม
ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป) 450 เยน
ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 210 เยน
การเดินทาง
การเดินทางมาชมทุ่งดอกเนโมฟิลาก็ไม่ยาก เพียงขึ้นรถไฟด่วนที่โตเกียวจากสถานี JR Ueno ขบวนด่วนพิเศษ Super Hitachi ไปลงสถานี Katsuta เสร็จแล้วก็ต่อรถโดยสารประจำทางสาย Ibaraki Kotsu Bus (สาย 2) ไปลงที่สวน Hitachi Seaside Park

2 อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย สวนคาวาจิฟูจิ จังหวัดฟุกุโอกะ (Kawachi Fuji Garden, Fukuoka)

ไฮไลท์ดอกไม้สวยเดือน 5 แห่งหนึ่งที่สามารถชมได้ที่สวนคาวาจิฟูจิคือ อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าดอกฟูจิ ซึ่งเป็นดอกไม้ดอกเล็กๆ มากมายรวมกันเป็นพวงระย้าคล้ายผลองุ่น มีหลายเฉดสี แตกต่างกันถึง 22 สายพันธุ์

อุโมงค์ดอกวิสทีเรีย เป็นทางเดินยาวประมาณ 80 เมตร และกว้างประมาณ 220 เมตร ปกคลุมไปด้วยดอกวิสทีเรียในเฉดสีต่างๆ กว่า 150 ต้นที่ออกดอกบานสะพรั่งห้อยเป็นพวงระย้าไปตลอดเส้นทางเดินชม หลายคนที่เดินเที่ยวในอุโมงค์พากันเรียกว่าอุโมงค์แห่งความฝัน ก็เพราะวิวดอกวิสทีเรียที่หนาแน่นเป็นสีออกชมพูหวานแบบนี้ การถูกจัดลำดับให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่นโดย CNN ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความงดงามของอุโมงค์ดอกวิสทีเรียนี้ได้เป็นอย่างดี

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชม
ปลายเดือนเมษายน - เดือนพฤษภาคม
09.00 - 18.00 น.
ค่าเช้าชม
1,500 เยน ในฤดูใบไม้ผลิ และ 500 เยน ในฤดูใบไม้ร่วง
การเดินทาง
จากสถานี JR Hakata (Fukuoka) ขึ้นรถไฟสาย Kagoshima Main Line ไปลงที่สถานี JR Yahata จากนั้นต่อรถบัส Nishitetsu สาย 56 ไปลงป้าย Kawachi Elementary School แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 10 - 15 นาที

3 ชมดอกชิบะซากุระ จะอุสึยามะ จังหวัดไอจิ (Chausuyama Kogen, Aichi)

หากพูดถึงการชมดอกชิบะซากุระเดือน 5 ก็ต้องไปที่ราบสูงจะอุสึยามะ (Chausuyama Kogen) ในจังหวัดไอจินี้เอง ดอกชิบะซากุระ หรือพิ้งค์ มอส (Pink Moss) เป็นดอกไม้ขนาดเล็กที่มีรูปร่างดอกคล้ายดอกซากุระแต่บานอยู่บนพื้นดินคล้ายต้นหญ้า มีหลายสีทั้งชมพูเข้ม ชมพูอ่อน สีขาว สีม่วง

ที่นี่เป็นทุ่งดอกชิบะซากุระสีขาวและสีชมพูหวานสดสวยกว่า 400,000 ดอก ที่พร้อมใจกันผลิดอกบานสะพรั่งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า ทำให้วิวที่ออกมาดูงดงามอย่างมาก อย่าพลาดที่จะถ่ายรูปกับดอกชิบะซากุระเป็นที่ระลึก สำหรับช่วงที่ดอกไม้บาน ที่นี่จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ (Shibazakura Festival) ด้วย มีการออกร้านอาหารและประดับไฟในยามกลางคืน

เวลาจัดงาน
ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟสาย JR Iida ไปลงสถานี Toei หากจองโรงแรมในบริเวณ Chausuyama Kogen ไว้ สามารถเรียกให้รถของโรงแรมมารับที่สถานีได้ (แตกต่างกันแล้วแต่โรงแรม) หรือแนะนำให้เช่ารถขับด้วยตัวเอง

4 ชมซากุระที่สวนฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ (Hirosaki Park, Aomori)

สวนฮิโรซากิเป็นอีกแห่งที่เราสามารถไปชมซากุระได้ในเดือน 5 เป็นส่วนหนึ่งของเขตปราสาทฮิโรซากิ (Hirosaki Castle) ภายในสวนมีการปลูกต้นซากุระเอาไว้กว่า 2,600 ต้น และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระขึ้นชื่อในญี่ปุ่นอีกด้วย

สวนฮิโรซากินี้ขึ้นชื่อว่ารวบรวมต้นซากุระเก่าแก่อายุมากกว่าร้อยปีไว้มากมาย โดยเฉพาะต้นซากุระพันธุ์โซเมโยชิโนะ (Somei-Yoshino) ที่ว่ากันว่าเป็นซากุระยอดนิยมของญี่ปุ่นที่มีสีออกขาวฟูฟ่อง ซึ่งมีอยู่กว่า 400 ต้นเลยทีเดียว อีกไฮไล์เด่นคือทางเดินเลียบคูตะวันตกมีการปลูกต้นซากุระเอาไว้ทั้งสองข้างจนเรียกว่าเป็นอุโมงค์ซากุระ นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับการแสดง การเล่นดนตรี และการประดับไฟไลท์อัพในช่วงกลางคืนด้วย

เวลาจัดงาน
เดือนพฤษภาคม
ค่าเข้าชม
สวนสาธารณะเข้าชมฟรี
การเดินทาง
นั่งรถบัสจากสถานี Hirosaki ไปลงที่ป้าย Shiyakushomae ฝั่งตรงข้ามกับประตูทางเข้าปราสาท

5 ชมดอกนาโนะฮานะ เมืองทาคิกาวะ จังหวัดฮอกไกโด (Takikawa, Hokkaido)

ช่วงเดือนพฤษภาคนถึงเวลาของดอกนาโนะฮานะ หรือดอกเรพซีด (Rapeseed) บานสวยที่ฮอกไกโด เราสามารถเที่ยวชมทุ่งดอกนาโนะฮานะได้หลายเมืองอย่างเช่นที่เมืองทาคิกาวะ (Takikawa) ซึ่งนับเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งดอกนาโนะฮานะสีเหลืองบานเต็มสุดลูกหูลูกตาตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใส

เดิมทีที่นี่ปลูกดอกนาโนะฮานะขึ้นมาเพื่อสกัดทำน้ำมัน แต่เมื่อดอกบานเต็มที่แล้วท้องทุ่งกลายเป็นสีเหลืองอร่ามดูงดงาม ทางรัฐบาลท้องถิ่นของที่นี่จึงเริ่มพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อถึงหน้าชมดอกนาโนะฮานะที่นี่ก็จะจัดเทศกาล Takikawa Nanohana Festival ซึ่งมีบริการจักรยานให้เช่าขี่ชมทุ่งดอกไม้และมีรถบริการรับส่งจากสถานีให้ด้วย นอกจากจะได้ชมความสวยงามของดอกนาโนะฮานะแล้วยังสามารถซื้อน้ำมันที่สกัดจากดอกนาโนะฮานะกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ด้วย

เวลาที่เหมาะสมในการเข้าชม
กลางเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากสถานี Sapporo โดยสารรถไฟ Ltd.Exp. Kamui/Lilac ลงสถานี Takikawa มีรถรับส่งช่วงเทศกาล

6 เทศกาลซับโปโร ไลแลค ฮอกไกโด (Sapporo Lilac Festival, Hokkaido)

เทศกาลซับโปโร ไลแลค เป็นงานเทศกาลที่แสดงถึงการมาถึงของฤดูร้อนในซัปโปโร เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี1959 ซึ่งในปีต่อมานั้นก็มีการกำหนดให้ดอกไลแลคเป็นดอกไม้ของซัปโปโร เป็นงานเทศกาลแรกของฤดูที่ผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับการกินดื่มและเดินเล่นนอกบ้านหลังจากผ่านฤดูหนาวอันยาวนานมาได้

เทศกาลซับโปโร ไลแลค จัดขึ้นที่สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) ที่มีมีต้นไลแลคกว่า 400 ต้น ที่ผลิดอกสีม่วงบานสวยงามไปทั่ว ไฮไลท์ของงานมีธรรมเนียมการมอบต้นกล้าไลแลคเป็นของขวัญ การบรรเลงเพลงเพราะๆ พิธีชงชากลางแจ้ง และกิจกรรมแสตมป์แรลลี่ นอกจากนี้ยังมีไวน์การ์เด้นที่สามารถไปทดลองชิมไวน์ และอาหารของฮอกไกโดหลายชนิดอีกด้วย

เวลาจัดงาน
เดือนพฤษภาคม
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Tozai หรือ Namboku หรือ Toho ลงสถานี Odori สามารถเดินจากสถานีไปได้

7 กำแพงหิมะ จังหวัดโทยามะ (Tateyama Kurobe Alpine Route, Toyama)

เส้นทางภูเขาแอลป์ทาเตยามะ คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) เป็นที่เที่ยวไฮไลท์สำคัญอีกแห่งสำหรับเดือน 5 เพราะเส้นทางจะเปิดให้เข้าชมช่วงนี้พอดี เส้นทางเที่ยวชมกำแพงหิมะนี้เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดโทยามะกับจังหวัดนางาโนะ (Nagano) ซึ่งพาดผ่านทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น โดยเส้นทางกินระยะทางยาวกว่า 90 กิโลเมตร

จุดที่เป็นไฮไลท์เด่นของที่นี่จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากกำแพงหิมะ Yuki-no-Otani ซึ่งเป็นกำแพงหิมะสีขาวสูงท่วมหัวขนาบทั้งด้านซ้ายมือและขวามือ ซึ่งกำแพงหิมะนี้เกิดจากหิมะที่ตกลงมาซ้ำๆ จนหนาสะสม มีความสูงประมาณ 7 - 8 เมตร แต่ถ้าหิมะตกหนักก็อาจสูงได้ถึง 20 เมตรเลยทีเดียว นอกเหนือจากกำแพงหิมะก็ยังมีอีกจุดไฮไลท์เด่นที่สามารถมาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติได้อย่างเช่นเขื่อนคุโรเบะ (Kurobe Dam) โดยเราสามารถไปเดินชมเขื่อนได้ตรงบริเวณสันเขื่อน

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยวชม
ปลายเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
ค่าเข้าชม
มีตั๋วชุด Alpine-Takayama-Matsumoto Area Tourist Pass
ผู้ใหญ่ราคา 17,830 เยน
เด็กราคา 8,910 เยน
การเดินทาง
จากสถานี Tokyo ขึ้นรถไฟชินคังเซ็นไปลงสถานี Toyama แล้วขึ้น Toyama Chiho Railroad จากสถานี Dentetsu Toyama ไปลงสถานี Tateyama เพื่อเริ่มต้นเส้นทาง

8 เทศกาลแข่งว่าว เมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซุโอกะ (Hamamatsu, Shizuoka)

พูดถึงเทศกาลในเดือน 5 ที่เด่นๆ คงเป็นเทศกาลแข่งว่าว (Hamamatsu Kite Festival) ที่เมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซุโอกะ เทศกาลนี้มีมานานกว่า 430 ปีแล้ว เริ่มขึ้นโดยโชกุนของพระราชวัง Hamamatsu จัดงานฉลองวันเกิดให้ลูกชายคนแรกของครอบครัวด้วยการเล่นว่าว ซึ่งว่าวตัวแรกที่ทำขึ้นในการฉลองนี้ชื่อฮัตสึดาโกะ (Hatsudako) และการเล่นว่าวก็เป็นที่นิยมต่อมาจนถึงปัจจุบัน

เทศกาล Hamamatsu Kite Festival นี้จัดขึ้นช่วงวันที่ 3 - 5 พฤษภาคมของทุกปีที่เนินทรายนากาตาจิมะ (Nakatajima Sand Dunes) เป็นสนามแข่งว่าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เราจะได้เห็นการแข่งว่าวหลากหลายรูปแบบและลวดลายตลอดทั้งวัน ภายในงานมีการแสดงบนเวที และมีร้านขายอาหาร ร้านขายขนม ร้านขายของที่ระลึกมากมาย

ช่วงเวลาเข้าชม
วันที่ 3 - 5 พฤษภาคมของทุกปี
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
จากโตเกียวขึ้นรถไฟชินคังเซ็นสาย Tokaido ไปลงสถานี Hamamatsu แล้วนั่งรถบัสต่อไปยังสถานที่จัดงาน

9 เทศกาลธงปลาคาร์ฟที่แม่น้ำซางามิ จังหวัดคานางาวะ (Sagami River, Kanagawa)

อีกเทศกาลที่น่าสนใจของเดือน 5 ซึ่งในวันที่ 5 ของเดือนเป็นวันเด็กผู้ชาย ทั่วประเทศจึงมีการประดับธงปลาคาร์ฟกันตามบ้าน โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าปลาคาร์ฟเป็นปลาที่แข็งแรงจึงนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ให้เด็กเติบโตแข็งแรงเหมือนปลาคาร์ฟ ซึ่งช่วงนี้เองหลายๆ ที่ก็จัดเทศกาลธงปลาคาร์ฟกัน ที่จังหวัดคานางาวะก็เช่นกัน

เทศกาลธงปลาคาร์ฟของที่นี่จัดขึ้นที่บริเวณสะพานทาคาดะ (Takada bridge) แม่น้ำซางามิ (Sagami River) ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1988 โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การประดับธงปลาคาร์ฟจำนวนกว่า 1,200 ตัวที่ขึงไว้ด้วยลวดจำนวน 5 เส้นจากทั้งสองฝั่งของแม่น้ำซางามิขอพรให้ทุกๆคนในพื้นที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง

ช่วงเวลาเข้าชม
29 เมษายน – 5 พฤษภาคม
ค่าเข้าชม
ฟรี
การเดินทาง
นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ JR Sagamihara คันที่มุ่งหน้าไป Suigotana ลงที่ป้ายสุดท้าย จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 7 นาที

10 การแข่งขันซูโม่ โตเกียว (Tokyo Grand Sumo Tournament, Tokyo)

ซูโม่ เป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่น กล่าวกันว่ามีจุดกำเนิดมาจากการเป็นหนึ่งในพิธีกรรมเพื่อบูชาเทพเจ้าหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยว การเเสดงท่าทางการการปล้ำกันระหว่างชายสองคนตรงกับตำนานของญี่ปุ่นโบราณในเรื่องของเทพเจ้าที่ต่อสู้กัน

การแข่งซูโม่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจในเดือน 5 โดยจัดแข่งที่สนามกีฬาแห่งชาติเรียวโงกุ (Ryōgoku Kokugikan) ของโตเกียว มีการจัดแข่งกัน 15 วัน ภายในสถานที่จัดซูโม่ มีข้าวกล่องเบนโต ไก่ปิ้งรวมทั้งเหล้าสาเกจำหน่ายให้ด้วย สามารถรับประทานอาหารไปพร้อมกับชมการแข่งขันซูโม่ได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ย่านนี้นั้นเรียกว่าเป็นย่านเเห่งซูโม่เลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้งค่ายฝึกซูโม่และสนามแข่ง มีโอกาสได้เห็นนักซูโม่ตัวจริงอย่างใกล้ชิด

เวลาจัดงาน
เดือนพฤษภาคม
ค่าเข้าชม
ราคาตั๋วมีตั้งแต่ 200 เยน ไปจนถึงหลักหลายหมื่นเยน
การเดินทาง
ขึ้นรถไฟ JR Chuo line หรือรถไฟของ Toei สาย Oedo line มาลงสถานี Ryogoku

ผู้เขียน: hikawasa
หลังจากจบป.ตรีก็เริ่มงานในสายล่ามที่บริษัทญี่ปุ่นเช่น Satake Thailand, Hitachi Engineering & Services และรับงานล่ามให้นิตยสาร Custom Car ไปล่ามให้ตามงาน Motor Expo สักพักออกไปเรียนป.โทต่อที่ธรรมศาสตร์ ตอนทำวิทยานิพนธ์ ทาง Japan Foundation ให้ทุนนักศึกษาไปเก็บข้อมูลวิจัย ได้เห็นญี่ปุ่นในหลายมุม ปัจจุบันเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ให้ Bongkoch Publishing, Siam Inter Multimedia Publishing, MEB Corporation ที่ทำสื่อดิจิทัลอีบุ๊คชั้นแนวหน้าของไทย และอีกมากมาย ได้โอกาสมาเป็นนักเขียนบทความท่องเที่ยวให้ AAJ ด้วย