All About Japan

10 ที่เที่ยวเด่นเดือนเมษายนรอบโตเกียว

| Tokyo
10 ที่เที่ยวเด่นเดือนเมษายนรอบโตเกียว

เดือนเมษายนของญี่ปุ่นเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่มีอากาศแจ่มใส ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป และมีดอกไม้หลากหลายสีสันที่ผลิบานในช่วงเวลานี้รวมถึงกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้ง เที่ยว ชิม ช้อป ชมดอกไม้ ซึ่งในครั้งนี้ก็จะขอแนะนำที่เที่ยวเด่นเดือนเมษายนในโตเกียว (Tokyo) และเมืองที่อยู่ๆ ทั้ง 10 แห่ง ดังนี้

1. ไปกินซูชิและอาหารทะเลสดๆ ที่ตลาดปลาโทโยสุ โตเกียว (Toyosu Fish Market, Tokyo)

ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Fish Market) เป็นตลาดปลาแห่งใหม่ในโตเกียวที่ย้ายมาจากตลาดปลาซึคิจิ (Tsukiji Market) และได้กลายเป็นตลาดค้าส่งของสดขนาดใหญ่ โดยมีทั้งอาหารทะเลอย่างปลามากุโระ (ปลาทูน่า) ผัก ผลไม้จำหน่ายทุกวันในปริมาณที่มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

- Fish Intermediate Wholesale Market Building ตึกนี้เป็นจะใช้ซื้อขายอาหารทะเลสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหรือร้านค้าปลีกและมีส่วนของร้านซูชิต่างๆ
- Fruit and Vegetable Market Building ตึกนี้จะมีการประมูลผักกับผลไม้สดทั้งจากในและต่างประเทศรวมทั้งช่องทางติดต่อขายส่ง
- Fish Wholesale Market Building ตึกนี้เป็นสถานที่ประมูลปลาทูน่าและมีร้านอาหารทะเลสด เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยว

ตลาดปลาโทโยสุเป็นอาคารใหม่และมีขนาดใหญ่ ซึ่งร้านอาหารที่เคยอยู่ในตลาดปลาสึคิจิเมื่อย้ายมาที่นี่ก็กระจายตัวแยกกันใน 3 อาคาร โดยมีทั้งร้านซูชิ ร้านอาหารทะเลทำสดๆ ใหม่ๆ ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปอย่างข้าวแกงกะหรี่ โอมากาเสะและร้านขนมหวานแบบญี่ปุ่น สามารถเลือกชมเลือกชิมร้านโปรดได้ตามต้องการ หรือถ้าสนใจส่วนของการโชว์แล่เนื้อปลา การประมูลต่างๆ จะมีจุดชมตลาด (Observation deck) ที่จัดไว้ให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ

เวลาทำการ : 05.00-15.00 น. (ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า)
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : เดิน 2 นาที จากสถานีชิโจมาเอะ (Shijo-mae Station) สาย Yurikamome

2. ชมวิวซากุระและโตเกียวสกายทรีที่คาเมโดะ โตเกียว (Kameido, Tokyo)

คาเมโดะ (Kameido) เป็นย่านหนึ่งของโตเกียวที่มีจุดท่องเที่ยวหลายแห่งรอบๆ สถานีคาเมโดะ (Kameido Station) ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่บริเวณนี้ก็ยังมีจุดชมวิวดอกซากุระบานสะพรั่งนับร้อยต้นและเป็นจุดที่มีทิวทัศน์ของโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นฉากหลัง นั่นคือที่สวนคาเมโดะคิโจเมเรียวคุโด (Kameido Kyuchome Ryokudo Park) สวนสาธารณะเลียบแม่น้ำคิวนาคากาวะ (Kyu-nakagawa River) ถือเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมมากและถ้ามีโอกาสได้ถ่ายช่วงกลางคืนก็จะได้ภาพที่สวยงามอีกแบบ และใกล้ๆ กันก็มีศาลเจ้าคาเมโดะเท็นจิน (Kameido Tenjin Shrine) ศาลเจ้าเก่าแกบรรยากาศร่มรื่นกลางกรุงโตเกียวที่มีสะพานโค้งสีแดงเป็นแลนด์มาร์คและจุดนี้ก็สามารถเห็นวิวโตเกียวสกายทรีได้ด้วยเช่นกัน

การเดินทาง : เดิน 5 นาที จากสถานีคาเมโดะ (Kameido Station) สาย JR Chuo Line

3. ตระเวนชิมมงจายากิที่ย่านสึคิชิมะ โตเกียว (Tsukishima Monja Street, Tokyo)

พูดถึงเดือนเมษายน ก็ต้องนึกถึงอากาศดีๆ และอาหารอร่อย และหากมาโตเกียวก็ต้องลองกิน มงจายากิ (Monjayaki) อาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นอาหารของคนโตเกียว ทำให้มีย่านร้านมงจายากิสูตรดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมมากในโตเกียว อย่างเช่นที่ถนนสายมงจายากิที่ย่านสึคิชิมะ (Tsukishima Monja Street) ถนนที่มีร้านมงจายากิตั้งอยู่เรียงรายเป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร ประกอบด้วยร้านเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ยุคโชวะจนถึงปัจจุบันรวมกว่า 70 ร้าน ให้ได้ตระเวนเลือกชิมกันอย่างเพลิดเพลิน

จุดเด่นของการรับประทานมงจายากิคือสามารถลงมือปรุงรสชาติและเลือกส่วนผสมได้เองโดยพนักงานร้านจะคอยให้ความช่วยเหลือ ลักษณะหน้าตาของมงจายากิจะดูคล้ายโอโคโนยิมากิแต่ความต่างคือมงจายากิจะรับประทานแบบร้อนๆ จากบนกระทะตอนแป้งยังไม่แข็งตัวมากนัก วัตถุดิบและส่วนผสมก็มีความคล้ายกัน เช่น แป้งผสมโชยุ เนื้อสัตว์ กะหล่ำปลี เส้นอุด้ง ชีส โมจิ เป็นต้น

การเดินทาง : เดิน 5 นาที จากสถานีสึคิชิมะ (Tsukishima) สาย Tokyo Metro Yurakucho Line

4. ชมดอกซากุระที่สวนโชวะคิเน็น โตเกียว (Showa Kinen Park, Tokyo)

อีกหนึ่งจุดชมซากุระที่สวยสุดๆ ในเดือนเมษายนของกรุงโตเกียว สวนโชวะคิเน็น (Showa Kinen Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ซึ่งปกติแล้วในสวนแห่งนี้จะมีทุ่งดอกไม้นานาชนิดจำนวนมาและผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันผลิบานสร้างสีสันตลอดปี สำหรับการชมดอกซากุระที่สวนโชวะคิเน็นในแต่ละปีส่วนใหญ่ก็จะบานเต็มที่ราวต้นเดือนเมษายน

ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือทิวทัศน์สีชมพูของดอกซากุระบานสะพรั่งผสมผสานกับสีสันของทุ่งดอกทิวลิปและสีเหลืองสดใสของทุ่งดอกนาโนะฮานะ (Nanohana) หรือดอกมัสตาร์ด ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง และด้วยความที่สวนแห่งนี้มีบริเวณกว้างใหญ่ กิจกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากก็คือการปั่นจักรยานชมวิว หรือเตรียมอาหารว่าง เครื่องดื่ม ขนม มานั่งปิกนิกใต้ต้นซากุระก็เป็นอีกบรรยากาศการชมดอกไม้ที่น่าสนใจเช่นกัน

เวลาทำการ : 09.30-18.00 น.
ค่าเข้าชม : เด็กมัธยมปลาย-ผู้ใหญ่ 450 เยน, ผู้สูงอายุ ( 65 ปี ขึ่นไป) 210 เยน
การเดินทาง : เดิน 15 นาที จากสถานีทาชิคาวะ (Tachikawa Station) สาย JR Chuo Line

5. ชมความงามของดอกวิสทีเรียที่สวนดอกไม้อาชิคางะ โทชิงิ (Ashikaga Flower Park, Tochigi)

สวนดอกไม้อาชิคางะ (Ashikaga Flower Park) ในจังหวัดโทชิงิ (Tochigi) ช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นต้นไปในช่วงระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกวิสทีเรีย (Wisteria) หรือดอกฟูจิ (Fuji) ภายใต้ชื่องาน “ฟูจิโนะฮะนะ โมโนกาตาริ (Fuji no Hana Monogatari) ซึ่งจะได้พบกับทิวทัศน์ของดอกวิสทีเรียสีม่วงกว่า 300 ต้น บานสะพรั่งเป็นสีม่วงทั่วพื้นที่ พิเศษไปกว่านั้นคือต้นวิสทีเรียขนาดใหญ่เก่าแก่อายุมากกว่า 150 ปี ที่ผลิดอกวิสทีเรียบนระแนงไม้ขนาดราว 1,000 ตารางเมตร ให้บรรยากาศเหมือนกำลังเดินอยู่ในอุโมงค์ดอกวิสทีเรีย โดยเรียกกันว่าต้นโอฟูจิ (Ofuji) นอกจากสายพันธ์สีม่วงแล้วที่นี่ก็ยังมีดอกวิสทีเรียสีขาว สีชมพู และซุ้มดอกวิสทีเรียสีเหลืองให้ได้ชมด้วยอีกทั้งในยามค่ำคืนก็จะมีการจัดงานประดับไฟดอกวิสทีเรีย (Light up) กับภาพบรรยากาศทิวทัศน์ที่งดงามแตกต่างจากช่วงกลางวัน

เวลาทำการ : แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา โดยช่วงที่มีเทศกาลชมดอกวิสทีเรียจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 07.00-21.00 น.
ค่าเข้าชม : เทศกาลชมดอกวิสทีเรีย กลางวัน 900-1,800 เยน กลางคืน 600-1,500 เยน
การเดินทาง : เดินประมาณ 15 นาที จากสถานีโทมิตะ (Tomita Station) สาย JR Ryomo Line พิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลจะมีการเปิดสถานีพิเศษ Ashikaga Flower Park Station ซึ่งเดินเพียง 1 นาทีถึงสวน

6. ช้อปปิ้งไฮโซที่โยโกฮาม่าโมโตมาจิ คานากาวะ (Yokohama Motomachi Shopping Street, Kanagawa)

ถนนช้อปปิ้งโมโตมาจิในโยโกฮาม่า (Yokohama Motomachi Shopping Street) เป็นย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานตั้งสมัยที่มีการค้าขายกับต่างประเทศผ่านทางเมืองท่าโยโกฮาม่า อาคารสถาปัตยกรรมต่างๆ จึงมีกลิ่นอายของสไตล์ตะวันตกอย่างชัดเจน เช่น ซุ้มประตูทางเข้าที่มีสัญลักษณ์เป็นประติมากรรมนกฟีนิกซ์

ส่วนร้านขายสินค้าที่ตั้งอยู่เรียงรายสองฝั่งถนนส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ทั้งแบรนด์ต่างประเทศและร้านของแบรนด์ญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างเสื้อผ้าแบรนด์ HAMATORA (Yokohama Traditional Fashion) แบรนด์ญี่ปุ่นที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1970 นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับร้านอาหารอร่อย ร้านขนมสไตล์ญี่ปุ่นกับคาเฟ่ที่มีบรรยากาศเหมาะกับการนั่งเล่นพักผ่อน และทุก ๆ ปีช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์กับเดือนกันยายนก็จะมีการจัดโปรโมชั่นสินค้าลดราคาประจำปีอย่างยิ่งใหญ่มาเอาใจนักช้อปกันด้วย

การเดินทาง : เดิน 2 นาทีจากสถานีอิชิคาวะโช (Ishikawacho Station) สาย Negishi Line

7. ชมวิวยามค่ำคืนสุดโรแมนติกที่ย่านมินาโตะมิไร 21 คานากาวะ (Minatomirai 21, Kanagawa)

อีกหนึ่งในที่เที่ยวที่สวยงามลอดปี แต่ในเมษายนจะสวยงามยิ่งกว่าเดิม มินาโตะมิไร 21 (Minatomirai 21) เป็นโครงการบนพื้นที่ติดกับท่าเรือโยโกฮาม่าที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมอย่างศูนย์การค้าทันสมัย แหล่งท่องเที่ยวอย่างสวนสนุก พิพิธภัณฑ์และจุดชมชิวริมอ่าวท่าเรือยามค่ำคืนที่ได้รับการยอมรับว่าสวยงามและมีบรรยากาศโรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

จุดชมวิวริวอ่าวโยโกฮาม่ายามค่ำคืนจะอยู่บนอาคารแลนด์มาร์คทาวเวอร์ (Landmark Tower) บนชั้น 69 เรียกว่าสกายการ์เด้น (Sky Garden) ป็นลานชมวิวพร้อมทิวทัศน์กว้างแบบ 360 องศา กับทัศนียภาพยามค่ำคืนอันงดงามของเมืองโยโกฮาม่าทั้งวิวเมืองและและวิวฝั่งริมอ่าวจากมุมสูง

อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือชิงช้าสวรรค์ในสวนสนุกคอสโมเวิลด์ (Cosmo World Ferris Wheel) ความสูง 112 เมตร ที่มีจุดเด่นที่นาฬิกาดิจิตอลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (Cosmo Clock 21) เป็นจุดชมวิวอีกแห่งบนชิงช้าและยังมีเครื่องเล่นประเภทอื่นๆ อีกกว่า 30 ชนิดให้เลือกสนุกสนานเพลิดเพลินกันด้วย

เวลาทำการ :
Landmark Tower Sky Garden 10.00-21.00 น.
Cosmo World 11.00-20.00 น.
(หมายเหตุ เวลาทำการข้างต้นเป็นเวลาทำการในช่วงเวลาปกติ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้)
ค่าเข้าชม :
Landmark Tower Sky Garden ค่าเข้าชม 1,000 เยน
Cosmo World ราคาเครื่องเล่นแต่ละชนิดตั้งแต่ 100-900 เยน
การเดินทาง : เดิน 10 นาทีจากสถานีมินาโตะมิไร (Minatomirai Station) สาย Minatomirai Line

8. ย้อนเวลาหาอดีตที่ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ ไซตามะ (Kawagoe, Saitama)

คาวาโกเอะ (Kawagoe) คือย่านท่องเที่ยวในบรรยากาศเมืองย้อนยุคสมัยเอโดะในจังหวัดไซตามะ (Saitama) มีอะไรให้ดูตลอดปี แต่ในเดือนเมษายน จะเพิ่มความพิเศษตรงที่มีจุดชมากุระอันสวยงามติดอันดับของภูมิภาคคันโต ที่ริมแม่น้ำชิงกะชิ (Shingashi River)

ที่คาวาโกเอะถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีการสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้ได้ชมกันในหลากหลายแง่มุม ทั้งด้านสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือน ย่านร้านขายขนมญี่ปุนโบราณกับขนมอิโมะโคอิ (Imokoi) ขนมที่ทำจากมันหวานสอดไส้ถั่วแดงบด เป็นต้น

จุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือถนนสายโกดังเก่า (Kuratsukuri no machinami) ที่เต็มไปด้วยอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่า 400 ปี รวมทั้งหอระฆัง Toki no kane อาคารโบราณสถานที่เปรียบเหมือนแลนด์มาร์คของคาวาโกเอะ และจากตรงนี้เดินไปประมาณ 500 เมตรก็จะถึงจุดชมซากุระริมแม่น้ำชิงกะชิ

อีกจุดหนึ่งคือ ถนนไทโชโรมันยูเมะ (Taisho Roman Yume dori) กับบรรยากาศแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้และมักถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์กับละครโทรทัศน์หลายเรื่อง ในย่านนี้ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านขนมและร้านกาแฟสมัยโบราณ เหมาะมากๆ กับการถ่ายรูปย้อนยุค

การเดินทาง : รถไฟสาย Tobu Tojo Line ลงที่สถานีคาวาโกะเอะ (Kawagoe Station)

9. เที่ยวเทศกาลดอกชิบะซากุระและวิวภูเขาไฟฟูจิ ยามานาชิ (Fuji-Shibazakura Festival, Yamanashi)

เดือนเมษายนนอกจากดอกซากุระแล้วในช่วงปลายเดือนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมจะมีเทศกาลชมดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ผลิอีกประเภทหนึ่งนั่นคือดอกชิบะซากุระ (Shibazakura หรือ Pink Moss) ซึ่งเป็นดอกไม้รูปร่างคล้ายดอกซากุระแต่มีสีชมพูเข้มกว่าและเวลาบานจะปกคลุมทั่วผืนดิน

จุดชมดอกชิบะซากุระที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งก็คืองานเทศกาลชมดอกชิบะซากุระภูเขาไฟฟูจิ (Fuji Shibazakura Festival) ซึ่งจะได้พบกับทิวทัศน์ดอกชิบะซากุระกว่า 800,000 ดอก บานสะพรั่งย้อมสวนขนาดใหญ่ให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นบนผืนดินอย่างน่าทึ่งอีกทั้งยังมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังด้วย โดยภายในงานก็จะมีกิจกรรมและการออกร้านแผงลอยขายอาหารอร่อยขึ้นชื่อ เช่น ยากิโซบะเมืองฟูจิโนะมิยะ (Fujinomiya Yakisoba) และขนมหวานที่ทำเป็นรูปดอกชิบะซากุระกับเครื่องดื่มต่างๆ เป็นต้น

เวลาทำการ : 08.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป 600 เยน, เด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป 250 เยน
การเดินทาง : จากสถานีคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Station) โดยสารรถบัส Shibazakura Liner ไปลงที่ Fuji Shibazakura Matsuri Kaijo ใช้เวลา 30 นาที

10. ล่องเรือชมวิวเมืองและเที่ยวเทศกาลดอกซากุระเมืองซาวาระ ชิบะ (Sawara, Chiba)

เมืองซาวาระ (Sawara) ในจังหวัดชิบะ (Chiba) เป็นย่านบ้านเมืองเก่าย้อนยุคริมสองฝั่งคลอง ที่มีบรรยากาศเหมือนได้ย้อนยุคกลับไปในสมัยเอโดะและมีกิจกรรมท่องเที่ยวเด่นๆ คือการล่องเรือชมวิวสองฝั่งคลอง ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนที่เมืองซาวาระก็จะมีการจัดงานเทศกาลชมดอกซากุระราวๆ 2 สัปดาห์แรกของเดือนตามพื้นที่ต่างๆ ของเมือง เช่น ริมฝั่งแม่น้ำจุคเคนกาวา (Jukkengawa River) และศาลเจ้าคาโทริ (Katori Shrine)

แน่นอนว่าในเดือนเมษายน ที่นี่จะเต็มไปด้วยซากุระริมสองฝั่งแม่น้ำ ซากุระในเมืองซาวาระส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์โซเมโยชิโนะสีขาวอ่อน ประดับประดาด้วยโคมไฟกระดาษญี่ปุ่นนับร้อยดวง และที่ศาลเจ้าคาโตริจะมีอุโมงค์ซากุระประมาณ 700 ต้นบริเวณทางเดินเข้าศาลเจ้าอีกทั้งยังมีงานประดับไฟต้นซากุระยามค่ำคืนอย่างงดงาม นอกจากนี้ในงานยังมีกิจกรรมการออกร้านแผงลอยขายอาหารรวมทั้งสินค้าท้องถิ่นต่างๆ ให้ได้ชมกันด้วย

และถึงแม้จะไม่ใช่เดือนเมษายน แต่ประมาณพฤษภาคมและมิถุนายนก็จะมีดอกไม้อีกอย่างให้ชม นั่นคือทุ่งดอกอายาเมะ (Iris) ที่งานเทศกาล Ayame Matsuri โดยที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมดอกไอริสที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น

การเดินทาง : เดิน 5 นาที จากสถานีซาวาระ (Sawara Station) สาย Narita Line

ผู้เขียน: หนึ่ง
นักอ่านและนักเขียนที่ชอบการเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น รักการดูอนิเมะญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ :)